ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางในการพัฒนาระบบสถาปนิกฝึกหัด สาขาสถาปัตยกรรมหลัก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางในการพัฒนาระบบสถาปนิกฝึกหัด สาขาสถาปัตยกรรมหลัก
นักวิจัย : ถนอมศักดิ์ วานิชย์หานนท์
คำค้น : สถาปัตยกรรมศาสตร์ -- การแนะแนวอาชีพ , การปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม , สถาปัตยกรรมศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน , การพัฒนาอาชีพ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อวยชัย วุฒิโฆสิต , พรพรหม แม้นนนทรัตน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13053
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.) --จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

ระบบสถาปนิกฝึกหัด (Intern-Development Program or IDP) เป็นแนวทางในการพัฒนาสถาปนิกไทยให้มีความสามารถมากขึ้น เพื่อที่สามารถแข่งขันกับสถาปนิกต่างชาติได้ อันเนื่องมาจากการเปิดเสรีการค้าและการบริการของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้สถาปนิกต่างชาติเข้ามาประกอบวิชาชีพในประเทศได้ แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่เคยมีระบบการฝึกงานสำหรับบัณฑิตสถาปัตยกรรมมาก่อน ดังนั้นสภาสถาปนิกจึงได้ศึกษาและวิเคราะห์ระบบสถาปนิกฝึกหัดของประเทศต่างๆ และนำมาสรุปได้เป็นตัวอย่างไว้ในแผน "ปฏิญญากรุงเทพ 2548" เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบสถาปนิกฝึกหัดของประเทศไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่คาดจะพบภายหลังการนำระบบสถาปนิกฝึกหัด ตามแผน "ปฏิญญากรุงเทพ 2548" มาใช้ในประเทศไทย โดยอาศัยข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสารงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสถาปนิกฝึกหัด ทั้งของประเทศไทยและประเทศกรณีศึกษา ได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และออสเตรเลีย และข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการกำหนดโปรแกรมและหลักสูตรสถาปนิกฝึกหัด และ 2. กลุ่มสำนักงานสถาปนิก จากการศึกษาพบว่า ระบบสถาปนิกฝึกหัด สาขาสถาปัตยกรรมหลัก ตามแผน "ปฏิญญากรุงเทพ 2548" ยังไม่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติวิชาชีพในประเทศไทย และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระบบสถาปนิกฝึกหัด มี 4 เรื่อง คือ 1) สถานที่ฝึกงานมีจำนวนไม่เพียงพอ 2) ครูพี่เลี้ยงมีจำนวนไม่เพียงพอ 3) หลักสูตรสถาปนิกฝึกหัดที่ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติวิชาชีพในประเทศไทย 4) การให้ความร่วมมือในการฝึกปฏิบัติวิชาชีพของสำนักงานสถาปนิกและครูพี่เลี้ยงที่ยังขาดแรงจูงใจ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาและแก้ไข นอกจากนี้ผลการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ระบบสถาปนิกฝึกหัดเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีเพราะช่วยสร้างประสบการณ์และพัฒนาบัณฑิตสถาปัตยกรรม ให้มีความรู้ความสามารถที่มีศักย์ภาพที่เพียงพอในการปฏิบัติวิชาชีพ อีกทั้งเป็นการพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพเพื่อเตรียมความพร้อม ในการเปิดเสรีการค้าและการบริการต่อไปในอนาคต ดังนั้น แนวทางในการพัฒนาระบบสถาปนิกฝึกหัด สาขาสถาปัตยกรรมหลักของประเทศไทยนั้นจะต้องทำร่วมกัน 4 แนวทางดังนี้ 1) การเตรียมความพร้อมและการพัฒนาองค์กรและบุคลากรในในวิชาชีพ 2) การจัดทำข้อกำหนด กฎเกณฑ์ต่างๆ ของระบบสถาปนิกฝึกหัด 3) การพัฒนาหลักสูตรสถาปนิกฝึกหัดให้มีความเหมาะสมกับบริบทของการปฏิบัติวิชาชีพในประเทศไทย 4) การปรับทัศนคติของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบสถาปนิกฝึกหัด

บรรณานุกรม :
ถนอมศักดิ์ วานิชย์หานนท์ . (2550). แนวทางในการพัฒนาระบบสถาปนิกฝึกหัด สาขาสถาปัตยกรรมหลัก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ถนอมศักดิ์ วานิชย์หานนท์ . 2550. "แนวทางในการพัฒนาระบบสถาปนิกฝึกหัด สาขาสถาปัตยกรรมหลัก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ถนอมศักดิ์ วานิชย์หานนท์ . "แนวทางในการพัฒนาระบบสถาปนิกฝึกหัด สาขาสถาปัตยกรรมหลัก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ถนอมศักดิ์ วานิชย์หานนท์ . แนวทางในการพัฒนาระบบสถาปนิกฝึกหัด สาขาสถาปัตยกรรมหลัก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.