ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทของความสัมพันธ์ของน้ำและเอทิลีนกับการเสื่อมสภาพและการเก็บรักษาดอกบัวหลวง

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทของความสัมพันธ์ของน้ำและเอทิลีนกับการเสื่อมสภาพและการเก็บรักษาดอกบัวหลวง
นักวิจัย : วชิรญา อิ่มสบาย
คำค้น : 1-MCP , 8-HQS , ACC oxidase , ACC synthase , browning , chilling injury , DICA , ethephon , ethylene , ion leakage , lotus flowers , PAL , petal blackening , PPO , silver nitrate , การรั่วไหลของประจุ , ดอกบัวหลวง , ปริมาณ ACC , สีน้ำตาล , อาการกลีบดำ , อาการสะท้านหนาว , เอทิฟอน , เอทิลีน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5080153 , http://research.trf.or.th/node/2943
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ประเทศไทยปลูกดอกบัวหลวงเป็นการค้า และใช้ดอกบัวหลวงระยะดอกตูมเป็นไม้ตัดดอก แต่ยังมีข้อจำกัดในการใช้งานเพราะดอกบัวหลวงเกิดอาการกลีบดำในเวลาอันรวดเร็วจึงทำให้มีอายุการใช้งานสั้น ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสาเหตุของการเสื่อมสภาพของดอกบัวหลวง การผลิตและการตอบสนองต่อเอทิลีนของดอกบัวหลวง รวมถึงการเก็บรักษาดอกบัวหลวงที่อุณหภูมิต่ำ จากการวิจัยในส่วนที่ 1-ความสัมพันธ์ของน้ำกับการเสื่อมสภาพของดอกบัวหลวง พบว่าดอกบัวหลวงพันธุ์สัตตบุษย์และสัตตบงกชมีอัตราการคายน้ำมากกว่าการดูดน้ำ ทำให้สมดุลน้ำมีค่าติดลบและลดลงระหว่างปักแจกันในน้ำกลั่น การกำจัดน้ำยางโดยการแช่กรด citric นาน 1 ชั่วโมง ก่อนปักแจกันในน้ำกลั่น หรือการปักแจกันดอกบัวหลวงในสารละลาย 8-hydroxyquinoline sulfate (8-HQS), sodium dichloroisocyanurate (DICA) และ silver nitrate (สารยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์) ไม่ทำให้ดอกบัวหลวงมีการดูดน้ำเพิ่มขึ้น และอายุปักแจกันไม่แตกต่างจากการไม่กำจัดน้ำยางหรือปักแจกันในน้ำกลั่น ส่วนการครอบดอกบัวหลวงด้วยถุงพลาสติก polypropylene (PP) ทั้งที่เจาะรูและไม่เจาะรูลดการคายน้ำ เพิ่มสมดุลน้ำ ชะลออาการกลีบดำและยืดอายุปักแจกันได้ รวมทั้งพบว่าดอกบัวหลวงพันธุ์สัตตบุษย์และพันธุ์สัตตบงกชสามารถทนการขาดน้ำได้ไม่เกิน 12 และ 9 ชั่วโมง ตามลำดับ การวิจัยส่วนที่ 2-บทบาทของเอทิลีนต่อการเสื่อมสภาพของดอกบัวหลวง พบว่าดอกบัวหลวงพันธุ์สัตตบุษย์มีอัตราการหายใจสูงและมีรูปแบบการหายใจเป็นแบบ climacteric และตรวจพบการผลิตเอทิลีนสูงสุดสองครั้ง ที่ 9-12 ชั่วโมง และ 18-21 ชั่วโมง และ 1-aminocyclopropane-1-carboxylic acid (ACC) มีปริมาณเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับกิจกรรมเอนไซม์ ACC synthase (ACS) ที่เพิ่มขึ้นหลังการตัดดอก ขณะที่เอนไซม์ ACC oxidase (ACO) มีกิจกรรมค่อนข้างต่ำและคงที่ แสดงว่าเอนไซม์ ACS เป็นเอนไซม์สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์เอทิลีนของดอกบัวหลวง เมื่อให้เอทิลีนจากภายนอก (ปักแจกันในสารละลายเอทิฟอน) พบว่าเอทิลีนเร่งให้ดอกบัวหลวงพันธุ์สัตตบุษย์เกิดอาการกลีบดำเร็วขึ้น และเอทิลีนกระตุ้นให้มีปริมาณ ACC, กิจกรรมเอนไซม์ ACS และ ACO เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการผลิตเอทิลีน ขณะที่การรมสาร 1-methyl- cyclopropene (1-MCP), สารยับยั้งการทำงานของเอทิลีน, ลดอัตราการสังเคราะห์เอทิลีนและชะลออาการ กลีบดำของดอกบัวหลวงได้ชั่วคราว (2 วันแรกของการปักแจกัน) การวิจัยส่วนที่ 3-การเก็บรักษาดอกบัวหลวงที่อุณหภูมิต่ำ พบว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาดอกบัวหลวงอยู่ระหว่าง 10-15C และเมื่อเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 5C ดอกบัวหลวงเกิดอาการสะท้านหนาว โดยกลีบดอกเกิดสีน้ำตาลอมเทาและพัฒนาเพิ่มมากขึ้นเมื่อเก็บรักษานานขึ้น รวมทั้งมีอายุปักแจกันหลังการเก็บรักษาสั้นลง ดอกบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกชอ่อนแอต่อการสะท้านหนาวมากกว่าดอกบัวหลวงพันธุ์สัตตบุษย์ ซึ่งดอกบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกชเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 5C ได้นาน 4.8 วัน ส่วนพันธุ์สัตตบุษย์เก็บรักษาได้นาน 9.9 วัน การลดการสะท้านหนาวด้วยสภาพบรรยากาศดัดแปลงโดยบรรจุดอกบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกชในถุงพลาสติกที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุศาสตร์แห่งชาติ (MTEC) สามารถลดอาการสะท้านหนาวและยืดอายุการเก็บรักษาดอกบัวหลวงที่อุณหภูมิ 5C ได้นานประมาณ 8 วัน ส่วนอาการสะท้านหนาวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการรั่วไหลของประจุ, ปริมาณ total phenolics และกิจกรรมเอนไซม์ phenylamonialyase (PAL) แต่เอนไซม์ polyphenol oxidase (PPO) มีกิจกรรมลดลงระหว่างการเก็บรักษา In Thailand, lotus flowers (Nelumbo nucifera) are grown commercially and flowers at bud stage are use as cut flower. The lotus flowers fail to open and show rapidly petal blackening and had a short vase life. Therefore, the objectives of this research was to study on a primary cause of flower senescence, ethylene production and ethylene response of lotus flowers, and the storage of lotus flowers at low temperature. Part I: water relation and senescence of lotus flowers, the result showed that Saddhabutra (Nelumbo nucifera cv. Album Plenum) and Sattabongkot (Nelumbo nucifera cv. Roseum Plenum) lotus flowers had a transpiration rate more than water uptake resulting in low water relation and decrease during holding in distilled water. Stopping latex flow with soaking in citric acid for 1 hour before holding in distilled water, or holding flowers in 8-hydroxyquinoline sulfate (8-HQS), sodium dichloroisocyanurate (DICA) and silver nitrate (all chemicals are germicide) had not increase in water uptake. The vase life in all treatments had not difference from non-stopping latex flow or holding in distilled water. Lotus flower covering with polypropylene (PP) bag with or without holes decreased water loss, increased water relation, delayed petal blackening and extended the vase life. In addition, Saddhabutra and Sattabongkot flowers had resistance to water stress for 12 and 9 hours, respectively. Part II: The role of ethylene on lotus flower senescence, the result showed that Nelumbo nucifera cv. Album Plenum had high respiration rate as climacteric pattern and found two peaks of ethylene production at 9-12 hours and 18-21 hours. Increase in an 1-aminocyclopropane-1-carboxylic acid (ACC) contents coincided with increase in ACC synthase (ACS) activity while ACC oxidase (ACO) activity was low level and constant after harvest. These data suggested that ACS was the main limiting factor of ethylene production in lotus flower. Exogenous ethylene (continuous inclusion in the vase water of ethephon) induced petal blackening rapidly and stimulated an increase in ACC content, ACS and ACO activities, and the rate of ethylene production. Treatment with 1-methylcyclopropene (1-MCP), an inhibitor of the ethylene receptor, reduced the rate of ethylene production and delayed initial petal blackening by about 2 days. Part III: storage of lotus flowers at low temperature, it was found that lotus flowers should stored at 10-15C. Lotus flowers storage at 5C occurred chilling injury (CI) symptom, petal browning. The CI symptom had more severity with storage time and had a short vase life after storage. Sattabongkot flower was sensitive to CI than Saddhabutra flower. The storage life of Sattabongkot flower storage at 5C was about 4.8 days and Saddhabutra flower was about 9.9 days. The modified atmosphere storage, packing lotus flowers in developing plastic bag by MTEC, reduced CI symptom and extended the storage life at 5C for 8 days. The increased in CI symptom accompanied with ion leakage, total phenolics content and phenylamonialyase (PAL) activity but the activity of polyphenol oxidase (PPO) decreased during storage.

บรรณานุกรม :
วชิรญา อิ่มสบาย . (2554). บทบาทของความสัมพันธ์ของน้ำและเอทิลีนกับการเสื่อมสภาพและการเก็บรักษาดอกบัวหลวง.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วชิรญา อิ่มสบาย . 2554. "บทบาทของความสัมพันธ์ของน้ำและเอทิลีนกับการเสื่อมสภาพและการเก็บรักษาดอกบัวหลวง".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วชิรญา อิ่มสบาย . "บทบาทของความสัมพันธ์ของน้ำและเอทิลีนกับการเสื่อมสภาพและการเก็บรักษาดอกบัวหลวง."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
วชิรญา อิ่มสบาย . บทบาทของความสัมพันธ์ของน้ำและเอทิลีนกับการเสื่อมสภาพและการเก็บรักษาดอกบัวหลวง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.