ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดเตระคลอโรเอทิลีนจากน้ำเสียโดยเทคนิคการแบ่งวัฎภาคของสารละลายลดแรง แรงตึงผิวด้วยการเติมตัวเชื่อมที่ชอบน้ำมันและสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดเตระคลอโรเอทิลีนจากน้ำเสียโดยเทคนิคการแบ่งวัฎภาคของสารละลายลดแรง แรงตึงผิวด้วยการเติมตัวเชื่อมที่ชอบน้ำมันและสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ
นักวิจัย : ปัญจพร เวชยันต์วิวัฒน์
คำค้น : aqueous surfactant two-phase system (ASTP) , catanionic surfactant , extraction , PCE , การสกัด , ระบบการแบ่งวัฏภาคของสารลดแรงตึงผิว (ASTP) , สารลดแรงตึงผิวผสมระหว่างชนิดประจุบวกและประจุลบ , เตตระคลอโรเอทิลีน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5080317 , http://research.trf.or.th/node/2316
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เตตระคลอโรเอทิลีนเป็นสารระเหยไฮโดรคาร์บอนที่มักตกค้างในสิ่งแวดล้อมและพบว่าปนเปื้อนในน้ำพื้นผิวและน้ำใต้ดิน การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของตัวเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดแบบใหม่ที่เรียกว่าเทคนิคการแบ่งวัฎภาคของสารละลายของสารลดแรงแรงตึงผิว (ASTP) โดยการผสมระหว่างสารลดแรงแรงตึงผิวชนิดประจุบวกและสารลดแรงแรงตึงผิวชนิดประจุลบเพื่อทำให้สารเตตระคลอโรเอทิลีนถูกสกัดออกจากน้ำเสีย เทคนิคการแบ่งวัฎจักรของสารละลายลดแรงแรงตึงผิวมีลักษณะเฉพาะคือการที่สารละลายของสารลดแรงแรงตึงผิวผสมสามารถแบ่งออกเป็นสองวัฎภาค วัฎภาคหนึ่งประกอบไปด้วยไมเซลล์จำนวนมากซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของสารลดแรงแรงตึงผิวจำนวนมากและสารมลพิษที่ละลายอยู่ภายในก็มากเช่นกัน อีกวัฎภาคหนึ่งมีไมเซลล์จำนวนน้อยประกอบไปด้วยสารลดแรงแรงตึงผิวและสารมลพิษจำนวนน้อย ดังนั้นวัฏภาคนี้จึงเปรียบเสมือนน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้ว จากการทดลองเบื้องต้นพบว่าระบบที่เหมาะสมคือ การผสมของสารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวก (DTAB) และประจุลบ (DPDS) ที่อัตราโดยโมลที่ 2 : 1 การศึกษาผลของความเข้มข้นของสารละลายของลดแรงตึงผิวผสมกระทำที่ความเข้มข้นในช่วง 30 ถึง 110 มิลลิโมลาร์ พบว่าที่ความเข้มข้นของสารละลายของสารลดแรงตึงผิวผสม 70 มิลลิโมลาร์มีความเหมาะสมมากที่สุดโดยมีประสิทธิภาพในการสกัดสารเตตระคลอโรเอทิลีนออกจากน้ำเสียถึง 91.4% นอกจากนั้นยังพบว่าการเติมตัวเชื่อมที่ชอบน้ำมัน (แอลกอฮอล์ที่เป็นโซ่ตรง ออกทานอล โดเดกคานอล และเฮ็กซะเดกคานอล) และสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ (TX-114 และ TX-100) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัด การเติมสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุในประมาณเพียง 2 มิลลิโมลาร์ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดสารเตตระคลอโรเอทิลีนเป็น 96% ในการศึกษาผลการเติมแอลกอฮอล์ทั้งสามชนิด โดเดกคานอลแสดงประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มความสามารถในการสกัดสารเตตระคลอโรเอทิลีน โดยสามารถเพิ่มการสกัดสารเตตระคลอโรเอทิลีนได้ถึง 98% ภายใต้การสกัดแบบขั้นตอนเดียวโดยการเติมโดเดกคานอลที่ความเข้มข้นเพียง 0.1 มิลลิโมลาร์เท่านั้น อย่างไรก็ตามพบว่าความเข้มข้นของสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุและแอลกอฮอล์ไม่มีนัยสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดสารเตตระคลอโรเอทิลีน Tetrachloroethylene (PCE) is a chlorinated hydrocarbon that tends to persist in the environment and commonly found in surface water and groundwater at high concentration. This research aimed to investigate the effect of lipophilic linker and nonionic surfactant addition to enhance the preconcentration and extraction ability of a novel separation technique called aqueous surfactant two-phase (ASTP) system to remove PCE from wastewater. The ASTP system can be formed using mixtures of cationic and anionic surfactants where an aqueous surfactant solution can separate into two micellar phases at certain surfactant concentrations and mixing compositions. One phase contains most of surfactant aggregates and solubilized pollutants called the surfactant-rich phase and the other phase contains only small amount of surfactants and pollutants as treated water called the surfactant-dilute phase. In this study, the mixing composition of cationic surfactant (DTAB) to anionic surfactant (DPDS) was fixed at 2:1 molar ratio. The total surfactant concentration was investigated in the range of 30 to 110 mM and found that the total surfactant concentration of 70 mM was the most suitable working condition in which 91.4% of PCE can be extracted into the surfactant-rich phase in the absence of additives. An addition of lipophilic linkers (long straight chain alcohols; octanol, dodecanol, and hexadecanol) and nonionic surfactants (POE surfactants; TX-114 and TX-100) was found to enhance the extraction efficiency. Dodecanol shows the greatest PCE extraction enhancement among alcohols studied here in which up to 98% of PCE is removed within a single stage extraction with only 0.1 mM dodecanol addition. An addition of nonionic surfactants (2 mM) can also increase the PCE removal to about 96%. However, the concentration of nonionic surfactants and alcohols plays a minor role onto PCE removal efficiency.

บรรณานุกรม :
ปัญจพร เวชยันต์วิวัฒน์ . (2551). การเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดเตระคลอโรเอทิลีนจากน้ำเสียโดยเทคนิคการแบ่งวัฎภาคของสารละลายลดแรง แรงตึงผิวด้วยการเติมตัวเชื่อมที่ชอบน้ำมันและสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปัญจพร เวชยันต์วิวัฒน์ . 2551. "การเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดเตระคลอโรเอทิลีนจากน้ำเสียโดยเทคนิคการแบ่งวัฎภาคของสารละลายลดแรง แรงตึงผิวด้วยการเติมตัวเชื่อมที่ชอบน้ำมันและสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปัญจพร เวชยันต์วิวัฒน์ . "การเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดเตระคลอโรเอทิลีนจากน้ำเสียโดยเทคนิคการแบ่งวัฎภาคของสารละลายลดแรง แรงตึงผิวด้วยการเติมตัวเชื่อมที่ชอบน้ำมันและสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
ปัญจพร เวชยันต์วิวัฒน์ . การเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดเตระคลอโรเอทิลีนจากน้ำเสียโดยเทคนิคการแบ่งวัฎภาคของสารละลายลดแรง แรงตึงผิวด้วยการเติมตัวเชื่อมที่ชอบน้ำมันและสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.