ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาปัญหาและแนวโน้มด้านมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่มีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาปัญหาและแนวโน้มด้านมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่มีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย
นักวิจัย : ศักดา ธนิตกุล
คำค้น : มาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีต่ออัญมณีไทย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4550017 , http://research.trf.or.th/node/1323
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า ในระยะแรกประเทศภาคีต่างส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศโดยมุ่งเน้นไปที่การลดอัตราภาษีศุลกากรเป็นหลัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป การแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ กอปรกับการลดอัตราภาษีศุลกากรมีแนวโน้มที่จะลดลงไปอีกในอนาคต ดังนั้นประเทศต่างๆ จึงได้กำหนดมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยในปัจจุบันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยต้องเผชิญกับมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นมาตรการคุ้มครองชีวิตและสุขภาพที่กำหนดให้เครื่องประดับซึ่งส่งไปจำหน่ายในสหภาพยุโรปจะต้องมีนิกเกิลเป็นส่วนผสมในปริมาณที่กำหนด พลอยอาบรังสีที่จะนำเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาจะต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจะต้องเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงสู่ผู้บริโภค มาตรการกำหนดมาตรฐานสินค้าซึ่งระบุว่า เครื่องประดับแท้จะส่งไปจำหน่ายยังซาอุดิอาระเบียได้ก็ต่อเมื่อได้รับ Certificate of Conformity มาตรการเกี่ยวกับการปิดฉลากสินค้าของสหรัฐอเมริกาและบางประเทศในสหภาพยุโรปที่กำหนดให้เครื่องประดับแท้จะต้องผ่านการประทับตราเครื่องหมายรับรองคุณภาพหรือปิดฉลากเพื่อแสดงค่าความบริสุทธิ์ของโลหะมีค่า การแสดงแหล่งกำเนิดสินค้าเครื่องประดับเทียมที่จะนำเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา รวมถึงมาตรการห้ามนำเข้าไข่มุกเลี้ยงของบาห์เรน จากการศึกษาวิเคราะห์ในเชิงกฎหมายเกี่ยวกับมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีและความตกลงขององค์การการค้าโลกที่เกี่ยวข้องพบว่า มาตรการคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ มาตรการกำหนดมาตรฐานสินค้า และมาตรการเกี่ยวกับการปิดฉลากสินค้าล้วนเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับความตกลงขององค์การการค้าโลกโดยเฉพาะความตกลงเรื่องอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า เนื่องจากมาตรการเหล่านี้มิได้ก่อให้เกิดอุปสรรคที่ไม่จำเป็นต่อการค้าระหว่างประเทศ หากแต่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิ ชีวิต และสุขภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก ขณะเดียวกันการแสดงประเทศที่สินค้ามีแหล่งกำเนิดก็มิได้ขัดต่อความตกลงขององค์การการค้าโลกแต่อย่างใด เนื่องจากข้อกำหนดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามระบบ GSP ยกเว้นมาตรการห้ามนำเข้ามุกเลี้ยงของบาห์เรนเพียงประการเดียวเท่านั้นที่ขัดต่อพันธกรณีของประเทศบาห์เรนตามมาตรา XI : I ของ GATT 1994 ในส่วนของการศึกษาวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศพบว่า มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีดังกล่าวข้างต้นมิได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมต่างๆ บนห่วงโซ่แห่งคุณค่าอย่างมีนัยสำคัญจนก่อให้เกิดความเสียเปรียบทางการแข่งขัน กล่าวคือ ข้อกำหนดเรื่องการผสมสารนิกเกิลในปริมาณที่เหมาะสมลงในเครื่องประดับ การประทับตราเครื่องหมายรับประกันคุณภาพหรือการปิดฉลากแสดงค่าความบริสุทธิ์ของโลหะมีค่า รวมถึงการแสดงแหล่งกำเนิดสินค้าเครื่องประดับเทียมไม่มีผลกระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตจนเป็นเหตุให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมากนัก แต่หากผู้ประกอบการไทยสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเครื่องประดับที่ปราศจากสารนิกเกิล หรือการสลักเครื่องหมายรับรองคุณภาพภายใต้ตราสินค้าของตนเอง ก็จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเครื่องประดับไทยในสายตาผู้บริโภค สำหรับเรื่องพลอยอาบรังสีนั้น ผู้ประกอบการไทยไม่ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดนี้มากนักเนื่องจากพลอยอาบรังสีส่วนใหญ่มักเป็นพลอยเนื้ออ่อนและมีเอกชนที่รับอาบรังสีพลอยอยู่ในประเทศเพียงไม่กี่ราย ในขณะที่มาตรการกำหนดมาตรฐานสินค้าของซาอุดิอาระเบียมีผลกระทบต่อขั้นตอนการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคโดยจะทำให้ผู้ผลิตมีต้นทุนสูงขึ้นอีกทั้งกระบวนการส่งออกยังต้องอาศัยเวลานานกว่าปกติอีกด้วย อย่างไรก็ตามแม้ว่าปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยจะยังสามารถรับมือกับมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีและไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวมากนัก แต่ในอนาคตคาดว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาที่สำคัญ 3 ประการได้แก่ ปัญหาเรื่องการกำหนดแหล่งกำเนิดสินค้า ปัญหาเรื่องการค้าโดยรัฐ และปัญหาเรื่องการใช้แรงงานเด็ก ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ" Under the General Agreement on Tariffs and Trade (GATT), it is believed that customs duty and trade tariffs must be lowered, but over time, trade competition among nations continuously intensify. There is a trend now for a continued lowering of duties and tariffs, and therefore, countries establish non tariff barriers to protect local industries. Today, the Thai gem and jewelry industry are facing various forms of non tariff barriers which include health protection measures stating the appropriate level of nickel content in jewelry. No neutron treated stones may be brought into the United States without a license from the responsible agency and the certain levels of irradiation must be properly disclosed. When importing to Saudi Arabia, all jewelry must have a Certificate of Conformity. The U.S. and some member countries of the European Union also require the assaying and hallmarking of jewelry be sold in the markets. Country of origin marking is required for the imitation jewelry imported into the United States. Furthermore, there are restrictions such as those against the importation of cultured pearls from Bahrain. After having studied in the law aspects, it was found that the measures of health protection, product standardization as well as product labelling are in accordance with WTO, the Agreement on Technical Barrier to Trade in particular. Since those measures are not intentionally set for unnecessary impediments of international trade, but for consumer protection. The product’s mark of origin is also set for the benefit of taxation under Generalized System of Preference (GSP). Only the prohibition of cultured pearls importation into Bahrain violates Article XI : I of GATT 1994. Following analysis of international trade and economics, it was found that non tariff barriers have no significant effects on any activities in value chain. Definite level of nickel content in jewelry, jewelry hallmarking and mark of origin labelling do not greatly affect the supply of raw material and production process. However, to produce nickel-free jewelry and/or to stamp hallmarks under their own brand names certainly help add more value to Thai jewelry. In addition, the measure of radioactive stones in U.S market has little impact on Thai gem industry. But for granting Certificate of Conformity from Saudi Arabia Standard Organization, manufacturers must have higher cost and it will take longer time for export procedures. To date, Thai manufacturers can cope with these non tariff measures properly. But in the future, it is expected that three main problems which include the country of origin, state trading and child labor can cause Thai gem and jewelry industry a lot of trouble. Therefore, both the government and private sector should work hand in hand in order to be ready to solve these problems as efficiently as possible.

บรรณานุกรม :
ศักดา ธนิตกุล . (2546). การศึกษาปัญหาและแนวโน้มด้านมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่มีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศักดา ธนิตกุล . 2546. "การศึกษาปัญหาและแนวโน้มด้านมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่มีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศักดา ธนิตกุล . "การศึกษาปัญหาและแนวโน้มด้านมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่มีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546. Print.
ศักดา ธนิตกุล . การศึกษาปัญหาและแนวโน้มด้านมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่มีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.