ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตร ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในเขตภาคเหนือ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตร ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในเขตภาคเหนือ
นักวิจัย : ลัดดา จิตตคุตตานนท์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60813
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและการใช้ประโยชน์ จากข่าวสารด้านการเกษตรของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในเขตภาคเหนือ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรของ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ศึกษาโครงสร้างการบริหารและการดำเนินงานด้านส่งเสริม การเกษตรของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่าง พฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรกับการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรของ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ทฤษฎี แนวคิด และผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องที่นำมาใช้ในการศึกษาและเป็นกรอบในการ วิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ประกอบด้วย แนวคิดเกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการพัฒนา แนวคิด เกี่ยวกับลักษณะทางประชากรศาสตร์ของผู้รับสาร ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการเลือกเปิดรับ สื่อ ทฤษฎีการแสวงหาข่าวสาร ทฤษฎีกระบวนการเลือกสรร ทฤษฎีการใช้ประโยชน์และการได้รับ ความพึงพอใจจากสื่อมวลชน แนวคิดว่าด้วยการใช้ประโยชน์ ทฤษฎีการสื่อสารสองจังหวะ แนวคิดเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวสาร บทบาทของการสื่อสารกับการพัฒนาการเกษตร แนวคิดด้านส่งเสริมการเกษตร สื่อมวลชนกับการเกษตร และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้ง ทางด้านวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน และด้านส่งเสริมการเกษตร การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) แบบวัดผลครั้งเดียว (One Shot Study) ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบผสม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง จำนวน 286 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้กรอกคำตอบเอง และเมื่อได้ข้อมูลครบตามจำนวนที่กำหนดไว้แล้ว จึงนำมาดำเนินการทางสถิติเพื่อการ วิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่ออธิบายลักษณะทาง ประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร การใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้าน การเกษตรและปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของกลุ่มตัวอย่าง และสถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistic) ได้แก่การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสำหรับกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ที่เป็นอิสระต่อกัน (t-Test Groups) การวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนแบบจำแนกทางเดียว (One way Anova) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearsons Product Moment Correlation Coefficient) เพื่อใช้ทดสอบสมมติฐานต่าง ๆ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 36-45 ปี มีรายได้ระหว่าง 10,000-15,000 บาท ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี และมีสื่อประเภทโทรทัศน์อยู่ภายในบ้านมากที่สุด ในส่วนของพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ใช้โทรทัศน์เป็นสื่อในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรมากที่สุด โดยเฉลี่ยใช้เวลาในการ เปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรจากโทรทัศน์สัปดาห์ละ 4.40 วัน, วิทยุกระจายเสียงสัปดาห์ละ 2.93 วัน หนังสือพิมพ์สัปดาห์ละ 4.55 วัน, นิตยสาร/วารสารเดือนละ 3.65 วัน, นักวิชาการเกษตรเดือนละ 1.91 วัน, เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรเดือนละ 2.93 วัน, ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศเดือนละ .71 วัน, การอบรม/สัมมนาปีละ 5.27 วัน, แผ่นพับเดือนละ 4.42 วัน, จุลสารเดือนละ 3.02 วัน และเอกสารเผยแพร่เดือนละ 5.10 วัน กลุ่มตัวอย่างมีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร โดยเฉลี่ยจากโทรทัศน์ สัปดาห์ละ 29.76 นาที, วิทยุกระจายเสียงสัปดาห์ละ 18.21 นาที, หนังสือพิมพ์สัปดาห์ละ 29.74 นาที, นิตยสาร/วารสารเดือนละ 32.56 นาที, นักวิชาการเกษตรเดือนละ 39.15 นาที, เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรเดือนละ 48.27 นาที, ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่าง ประเทศเดือนละ 24.67 นาที, การอบรม/สัมมนาปีละ 276.65 นาที, แผ่นพับเดือนละ 18.88 นาที, จุลสารเดือนละ 17.56 นาที และจากเอกสารเผยแพร่เดือนละ 21.88 นาที โดยกลุ่มตัวอย่างจะมีการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร ในช่วงเวลา 18.01-21.00 น. มากที่สุด, จากวิทยุกระจายเสียงในช่วงเวลา 5.00-9.00 น. มากที่สุด, จากหนังสือพิมพ์ ในช่วงเวลา 5.00-12.00 น. มากที่สุด, จากนิตยสาร/วารสารในช่วงเวลา 18.01-21.00 น. มากที่สุด, จากนักวิชาการเกษตรในช่วงเวลา 8.01-10.00 น.มากที่สุด, จากเจ้าหน้าที่ของ กรมส่งเสริมการเกษตรและผู้เชี่ยวชาญทั้งในแต่ละประเทศในช่วงเวลา 10.01-12.00 น. มากที่สุด และจากการอบรม/สัมมนาในช่วงเวลา 8.01-10.00 น.มากที่สุด สื่อที่กลุ่มตัวอย่างใช้ในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรมากที่สุด คือ หนังสือพิมพ์ เมื่อจำแนกตามการเปิดรับรายการทางด้านการเกษตรจากสื่อแต่ละชนิดแล้ว พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับรายการข่าวเกษตรกรจากโทรทัศน์มากที่สุด, มีการเปิดรับ รายการเพื่อนเกษตรกรจากวิทยุกระจายเสียงมากที่สุด, มีการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร จากวารสารดินและปุ๋ยมากที่สุด, มีการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรจากสื่อบุคคล โดยการจัด อบรม/สัมมนามากที่สุด และกลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรสื่อเฉพาะกิจ โดยการอ่านข่าวสารด้านการเกษตรจากเอกสารเผยแพร่มากที่สุด ในส่วนของการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตร พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการ ใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรในระดับมาก โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นำข่าวสารด้าน การเกษตรไปใช้ประโยชน์ในการทำให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นในการ ปฏิบัติงานด้านการเกษตรมากที่สุด รองลงมา คือ ทำให้ได้รับรู้ข่าวสารและเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้านการเกษตรที่ใหม่และทันสมัย และกลุ่มตัวอย่างได้เห็นและเข้าใจปัญหาต่าง ๆ ด้าน การเกษตร ตามลำดับ ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีปัญหาและอุปสรรค ในการปฏิบัติงานในระดับมาก โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีปัญหาและอุปสรรคในเรื่องของ การขาดโสตทัศนูปกรณ์ที่จำเป็นมากที่สุด รองลงมาคือ ปัญหาเรื่องความไม่ชัดเจนและไม่ ต่อเนื่องของนโยบาย และปัญหาในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเร่งด่วนซึ่ง ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรตามลำดับ จากการทดสอบสมมติฐานเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้ พบตัวแปรที่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนี้ 1. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีอายุและรายได้แตกต่างกันมีความถี่ในการ เปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรจากวิทยุกระจายเสียงแตกต่างกัน และเจ้าหน้าที่ส่งเสริม การเกษตรที่มีรายได้, สถานภาพสมรสและระดับการศึกษาแตกต่างกันมีระยะเวลาในการเปิดรับ ข่าวสารด้านการเกษตรจากวิทยุกระจายเสียงแตกต่างกัน 2. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีสถานภาพสมรสแตกต่างกันมีระยะเวลาในการ เปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรจากหนังสือพิมพ์แตกต่างกัน 3. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีอายุแตกต่างกันมีความถี่ในการเปิดรับข่าวสาร ด้านการเกษตรจากนิตยสาร/วารสารแตกต่างกัน และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีสถานภาพ สมรสและระดับการศึกษาแตกต่างกันมีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรจาก นิตยสาร/วารสารแตกต่างกัน 4. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีอายุแตกต่างกันมีความถี่ในการเปิดรับข่าวสาร ด้านการเกษตรจากนักวิชาการเกษตรแตกต่างกัน และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีเพศ และรายได้แตกต่างกันมีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรจากนักวิชาการเกษตร แตกต่างกัน 5. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรมีสถานภาพสมรสแตกต่างกันมีระยะเวลาในการเปิดรับ ข่าวสารด้านการเกษตรจากเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมแตกต่างกัน 6. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีรายได้แตกต่างกันมีระยะเวลาในการเปิดรับ ข่าวสารด้านการเกษตรจากแผ่นพับแตกต่างกัน 7. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีอายุแตกต่างกัน มีความถี่ในการเปิดรับ ข่าวสารด้านการเกษตรจากจุลสารแตกต่างกัน และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีรายได้ แตกต่างกันมีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตรจากจุลสารแตกต่างกัน 8. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีอายุแตกต่างกันมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสาร ด้านการเกษตรแตกต่างกัน จากการทดสอบสมมติฐานเพื่อหาความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ พบตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนี้ 1. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร จากหนังสือพิมพ์มากจะมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรมาก 2. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีความถี่ในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร จากนิตยสาร/วารสารมากจะมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรมาก 3. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร จากนักวิชาการเกษตรมากจะมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรมาก 4. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีความถี่และระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้าน การเกษตรจากเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรมากจะมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้าน การเกษตรมาก 5. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีความถี่และระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้าน การเกษตรจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศมาก จะมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้าน การเกษตรมาก 6. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร จากการอบรม/สัมมนามากจะมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรมาก 7. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร จากแผ่นพับมากจะมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรมาก 8. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่มีระยะเวลาในการเปิดรับข่าวสารด้านการเกษตร จากเอกสารเผยแพร่มาก จะมีการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตรมาก

บรรณานุกรม :
ลัดดา จิตตคุตตานนท์ . (2541). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตร ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในเขตภาคเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ลัดดา จิตตคุตตานนท์ . 2541. "ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตร ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในเขตภาคเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ลัดดา จิตตคุตตานนท์ . "ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตร ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในเขตภาคเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ลัดดา จิตตคุตตานนท์ . ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารและการใช้ประโยชน์จากข่าวสารด้านการเกษตร ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในเขตภาคเหนือ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.