ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสังเคราะห์และการศึกษาความสามารถในการเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาของซีโอไลต์ที่มีไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสังเคราะห์และการศึกษาความสามารถในการเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาของซีโอไลต์ที่มีไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบ
นักวิจัย : ตะวัน สุขน้อย
คำค้น : Cumene hydroxide , Cyclohexane , oxidation , Titanium , zeolite , คิวมีนไฮโดรเปอร์ออกไซด์ , ซีโอไลต์ , ออกซิเดชัน , ไซโคลเฮกเซน , ไทเทเนียม
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDF4180042 , http://research.trf.or.th/node/582
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาสมบัติการเเร่งปฏิกิริยาของซีโอไลต์ที่มีไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบ โดยซีโอไลต์ที่ทำการสังเคราะห์ ได้แก่ ซีโอไลต์ไทเทเนียมซิลิกาไลต์ (TS-1) ไทเทเนียมบีตา (Ti- Beta) และไทเทเนียม MCM-41 (Ti-MCM-41) ซึ่งสามารถตรวจสอบเอกลักษณ์โดยใช้เครื่องวัดการ เลี้ยวเบนรังสีเอ็กซ์ (XRD) เครื่องวัดความสามารถในการดูดซับของของแข็ง (Autosorb-1C) และ เครื่องอินฟราเรดสเปกโตรมิเตอร์ (FT-IR) สมบัติความเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของซีโอไลต์ที่มีไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบสามารถตรวจ สอบโดยการใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันไซโคลเฮกเซน และใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการแตกตัว ของคิวมีนไฮโดรเปอร์ออกไซด์ โดยได้ศึกษาผลของปริมาณไทเทเนียมที่แตกต่างกัน ความสมบูรณ์ ของผลึก เวลาและอุณหภูมิที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา ชนิดและปริมาณตัวทำละลาย รวมทั้งแนวทาง การเกิดปฏิกิริยา จากการศึกษาพบว่าการใช้กรดอะซิติกเป็นตัวทำละลายช่วยให้ปฏิกิริยา ออกซิเดชันไซโคลเฮกเซนเกิดได้ดีขึ้น และพบว่าไซโคลเฮกซาโนนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักเกิดจาก ทั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันของไซโคลเฮกซานอล และไซโคลเฮกเซนโดยตรง ตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ ที่มีปริมาณไทเทเนียม และความเป็นผลึกที่สูงจะมีความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาได้ดี ปฏิกิริยา ออกซิเดชันจะมีค่าสูงสุดและเริ่มคงที่หลังจากใช้เวลาในการทำปฏิกิริยา 8 ชั่วโมง อุณหภูมิของ ปฏิกิริยาที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 60-80 องศาเซลเซียส ในส่วนของปฏิกิริยาการแตกตัวของคิวมีน ไฮโดรเปอร์ออกไซด์ ได้ทำการศึกษาผลของไทเทเนียมในโครงผลึก อุณหภูมิ และเวลาสัมผัส (Contact time) จากการศึกษาพบว่าในการทำปฏิกิริยาแบบต่อเนื่องให้ผลดีกว่าการทำปฏิกิริยาแบบ ครั้ง และตัวเร่งปฏิกิริยาไทเทเนียมซีโอไลต์มีความว่องไวต่ำกว่าซีโอไลต์ที่มีความเป็นกรด แต่อย่าง ไรก็ตามไทเทเนียมซีโอไลต์ทำให้สารตั้งต้นมีความเสถียรต่อการสลายตัวด้วยความร้อนมากขึ้น และ เกิดผลิตภัณฑ์พลอยได้น้อยกว่า โดยทั่วไปการทำปฏิกิริยาแบบครั้งและแบบต่อเนื่องจะใช้อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส และ 120-160 องศาเซลเซียสตามลำดับ และยังพบว่าอุณหภูมิของปฏิกิริยาที่สูง ขึ้นทำให้เกิดการสลายตัวทางความร้อนของคิวมีนไฮโดรเปอร์ออกไซด์มากขึ้นด้วย โดยที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียสจะให้เปอร์เซนต์ความเฉพาะเจาะจงต่อฟีนอลสูงสุด Titanium containing zeolites, namely TS-1, Ti-Beta and MCM-41, were synthesised and characterised by X-ray Diffraction, Scanning Electron Microscopy, X-ray Fluorescence, Surface Area Analysis and Fourier Transformed Infrared Spectroscopy. The catalysts were tested for the liquid phase oxidation of cyclohexane in a batch reactor, and for the decomposition of cumene hydroperoxide in batch and flow reactors. The effect of titanium content, crystallinity, reaction time, reaction temperature and solvent ststem were studied in the oxidation of cyclohexane. In addition, the reaction pathway are also investigated. It was found that the enhanced catalytic activity can be obtained in the reaction using acetic acid as solvent. In addition, it was evidenced that cyclohexanone is the major product and can be produced from both oxidation of cyclohexanol and direct oxidation of cyclohexane. The catalyst with high titanium content and crystallinity has shown a relatively higher catalytic activity. The conversion reaches its maximum after 8 hours and appropriated reaction temperature was found to be 60-80 0C. In the decomposition of cumene hydroperoxide, role of titanium in the framework, temperature and contact time were studied. The reactions conducted in a flow reactor gave better results as compared to those using batch reactor. It was shown that titanium containing zeolites was less active than typical H-zeolites. However, less deactivation and high stability of reactant were observed in the reaction using titanium containing zeolites. Typical temperature for the decomposition of cumene hydroperoxide is 80 0C and 120-160 0C for batch reactor and for flow reactor, respectively. It was found that the higher reaction temperatures causes the thermal decomposition of cumene hydroperoxide and the reaction at 140 0C gave the highest percent selectivity of phenol.

บรรณานุกรม :
ตะวัน สุขน้อย . (2543). การสังเคราะห์และการศึกษาความสามารถในการเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาของซีโอไลต์ที่มีไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ตะวัน สุขน้อย . 2543. "การสังเคราะห์และการศึกษาความสามารถในการเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาของซีโอไลต์ที่มีไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ตะวัน สุขน้อย . "การสังเคราะห์และการศึกษาความสามารถในการเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาของซีโอไลต์ที่มีไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2543. Print.
ตะวัน สุขน้อย . การสังเคราะห์และการศึกษาความสามารถในการเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาของซีโอไลต์ที่มีไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2543.