ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การแปรผันของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของผึ้งมิ้ม ~iApis florea~i Fabricius, 1787ในประเทศไทย จากการตรวจสอบโดยใช้เทคนิค PCR-RFLP

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การแปรผันของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของผึ้งมิ้ม ~iApis florea~i Fabricius, 1787ในประเทศไทย จากการตรวจสอบโดยใช้เทคนิค PCR-RFLP
นักวิจัย : ปิยมาศ นานอก
คำค้น : honey bee , ~iApis florea~i Fabricius, 1787 , mtDNA , PCR-RFLP , Thailand
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001641
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ได้มีการตรวจสอบความแปรผันทางพันธุกรรมของผึ้งมิ้ม (~iApis florea~i Fabricius,1787) ซึ่งเป็นผึ้งพื้นเมืองขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย โดยใช้เทคนิค PCR-RFLP(Polymerase Chain Reaction-Restriction Fragment Length Polymorphism)ของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอ 3 บริเวณ คือบริเวณระหว่างยีน CO I และ CO II, ยีน L-rRNA,และยีน Cytb I-tRNA('Ser) ซึ่งตัวอย่างผึ้งที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้มีจำนวนทั้งหมด 180 รังโดยสุ่มเก็บตัวอย่างจากทั่วประเทศไทย รวมทั้งเกาะสมุยและเกาะพงัน หลังจากเพิ่มปริมาณไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอในทั้ง 3 บริเวณดังกล่าวแล้วผลิตภัณฑ์ดีเอ็นเอที่เพิ่มปริมาณได้มีขนาด 1590, 760 และ 870 คู่เบส ตามลำดับ จากนั้นนำดีเอ็นเอที่ได้มาตัดด้วยเอ็นไซม์ตัดจำเพาะ โดยเอ็นไซม์ที่ใช้ทั้งหมดคือ ~iAcl~i I, ~iAf~iI,~iAse~i I, ~iBam~H I, ~iBcl~i I, ~iDra~i I, ~iEco~iR I, ~iHin~id III, ~iHin~if I,~iRsa~i I, ~iSsp~i I, และ ~iSwa~i I แต่มีเพียง 6 เอ็นไซม์ คือ ~iAse~i I, ~iBcl~i I,~iDra~i I, ~iHin~id III, ~iHin~if I, และ ~iSsp~i I ที่สามารถตัดผลิตภัณฑ์ดีเอ็นเอระหว่างบริเวณ CO I และ CO II ได้ และมีเพียง 3 เอ็นไซม์ที่สามารถตัดผลิตภัณฑ์ดีเอ็นเอในบริเวณยีน L-rRNA และ Cytb I-tRNA('Ser) ได้ คือ ~iAse~i I, ~iDra~i I, และ~iSsp~i I จากการวิเคราะห์ความแปรผันของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอภายในกลุ่มประชากรของผึ้งมิ้มในประเทศไทยโดยใช้เทคนิค PCR-RFLP พบว่าเมื่อตัดผลิตภัณฑ์ดีเอ็นเอระหว่างบริเวณยีน CO Iและ CO II ด้วยเอ็นไซม์ ~iAse~i I สามารถจำแนกความแตกต่างออกเป็น 2 รูปแบบ ซึ่งรูปแบบที่แตกต่างจากประชากรทั้งหมดนั้นพบเพียง 1 รังเท่านั้นคือผึ้งมิ้มที่มาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำหรับผลิตภัณฑ์ดีเอ็นเอในบริเวณยีน L-rRNA และยีน Cytb I-tRNA('Ser)นั้น เมื่อวิเคราะห์ด้วยการใช้เอ็นไซม์ตัดจำเพาะตัดในบริเวณที่ต้องการแล้ว ไม่สามารถตรวจสอบความแปรผันของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอภายในสปีชีส์ของผึ้งมิ้มในประเทศไทยได้ เนื่องจากบริเวณระหว่าง CO I และ CO II ของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของผึ้งมิ้มมีขนาดเล็กกว่าบริเวณเดียวกันในไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของผึ้งพันธุ์ ~iA mellifera~iและผึ้งโพรง ~iA. cerana~i ดังนั้นจึงอาจเป็นสาเหตุที่พบความแตกต่างในผึ้งมิ้มได้น้อยกว่าในทั้งสองสปีชีส์ดังกล่าว นอกจากนี้ พฤติกรรมการอพยพตามฤดูกาล การแยกรัง การหนีรัง รวมทั้งความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีของผึ้งมิ้ม ทำให้ผึ้งชนิดนี้สามารถดำรงชีวิตและแพร่กระจายในธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ไมโตคอนเดรียลอีเอ็นเอในกลุ่มประชากรของผึ้งมิ้มในประเทศไทยไม่มีความแตกต่างกันมากนัก

บรรณานุกรม :
ปิยมาศ นานอก . (2544). การแปรผันของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของผึ้งมิ้ม ~iApis florea~i Fabricius, 1787ในประเทศไทย จากการตรวจสอบโดยใช้เทคนิค PCR-RFLP.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยมาศ นานอก . 2544. "การแปรผันของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของผึ้งมิ้ม ~iApis florea~i Fabricius, 1787ในประเทศไทย จากการตรวจสอบโดยใช้เทคนิค PCR-RFLP".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยมาศ นานอก . "การแปรผันของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของผึ้งมิ้ม ~iApis florea~i Fabricius, 1787ในประเทศไทย จากการตรวจสอบโดยใช้เทคนิค PCR-RFLP."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ปิยมาศ นานอก . การแปรผันของไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของผึ้งมิ้ม ~iApis florea~i Fabricius, 1787ในประเทศไทย จากการตรวจสอบโดยใช้เทคนิค PCR-RFLP. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.