ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งรูปโค้งสปีกลับทางต่างชนิด

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งรูปโค้งสปีกลับทางต่างชนิด
นักวิจัย : ธานัน จารุประกร, 2515-
คำค้น : ทันตกรรมจัดฟัน , ลวดโค้งทางทันตกรรมจัดฟัน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วัชระ เพชรคุปต์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9741703686 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/95
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวัดขนาดแรงกดฟันหน้าล่าง และเปรียบเทียบแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งไนไทขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทาง (Ormco) และลวดโค้งทีเอ็มเอขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทาง (Ormco)โดยมีสมมุติฐานของการวิจัยว่าลวดโค้งไนไทขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทางและลวดโค้งทีเอ็มเอขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทาง มีขนาดแรงกดฟันหน้าล่างแตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มแบบไม่เฉพาะเจาะจงแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ ลวดไนไทขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทาง (Ormco) ชนิดหน้าตัดกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.016 และ 0.018 นิ้ว ชนิดหน้าตัดเหลี่ยมขนาด 0.016x0.022 นิ้ว และลวดโค้งทีเอ็มเอขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทาง (Ormco) ชนิดหน้าตัดเหลี่ยมขนาด 0.016x0.022 นิ้ว กลุ่มละ 30 เส้น รวมทั้งหมด 120 เส้น นำมาวัดค่าแรงกดฟันหน้าล่างใช้เครื่องลอยด์ยูนิเวอร์แซลเทสติงมาชีน รุ่น LR 10K โดยจำลองลักษณะการใช้งานจริงในขากรรไกรล่างด้วยแบบจำลองขากรรไกรล่างที่ทำจากเรซินอะคริลิกชนิดบ่มตัวด้วยความร้อนและฟันปลอมที่ทำจากยางอีพอกซียี่ห้อ Major Dent ซี่ฟันตัดล่างซี่กลางและฟันกรามล่างซี่ที่หนึ่งซ้ายและขวา การให้แรงกดฟันหน้าล่างใช้กลไก "2 by 4" วัดแรงกดฟันหน้าล่างและแปลผลเป็นกราฟโหลด-ดีเฟล็กชัน จากนั้นทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งไนไทและลวดโค้งทีเอ็มเอขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทางที่มีขนาดและลักษณะหน้าตัดต่างๆกัน ทำการวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว (one way analysis of variance : ANOVA) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 และถ้าผลวิเคราะห์แสดงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ จึงทดสอบเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของ Tukey test ที่ระดับ 0.05 โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS เวอร์ชั่น 10.0.7ผลการวิจัยสรุปว่าค่าเฉลี่ยแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งไนไทขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทางชนิดหน้าตัดกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.016 และ 0.018 นิ้ว ชนิดหน้าตัดเหลี่ยมขนาด 0.016x0.022 นิ้ว และลวดโค้งทีเอ็มเอขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทางชนิดหน้าตัดเหลี่ยมขนาด 0.016x0.022 นิ้ว วัดที่ระนาบอ้างอิงและที่ความสูง 2, 4, 6 มม.เหนือระนาบอ้างอิงมีค่าเป็นช่วงดังนี้ 0.21-0.25, 0.29-0.35, 0.56-0.69 และ 0.40-0.65 นิวตัน ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งไนไทขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทางแต่ละชนิดและค่าเฉลี่ยแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งทีเอ็มเอขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทาง มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 โดยลวดโค้งไนไทขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทางชนิดหน้าตัดเหลี่ยมขนาด 0.016x0.022 นิ้ว มีค่าเฉลี่ยค่าแรงกดฟันหน้าล่างมากที่สุดที่ทุกระดับความสูงที่ศึกษารองลงมาได้แก่ ลวดโค้งทีเอ็มเอขึ้นรูปสำเร็จรูปสปีกลับทางชนิดหน้าตัดเหลี่ยมขนาด 0.016x0.022 นิ้ว ลวดโค้งไทไนขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทางชนิดหน้าตัดกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.018 และ 0.016 นิ้ว ตามลำดับ และค่าเฉลี่ยแรงกดฟันหน้าล่างที่วัดได้ในลวดชนิดเดียวกัน ที่ระดับความสูง 6,4,2 มม.เหนือระนาบอ้างอิง และที่ระนาบอ้างอิงมีค่าลดลงตามลำดับและมีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ยกเว้นในลวดโค้งไนไทขึ้นรูปสำเร็จรูปโค้งสปีกลับทางชนิดหน้าตัดกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.016 และ 0.018 นิ้ว ซึ่งไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าเฉลี่ยแรงกดฟันหน้าล่างที่วัดได้ที่ระดับ 2 มม. เหนือระนาบอ้างอิงและที่ระนาบอ้างอิง

บรรณานุกรม :
ธานัน จารุประกร, 2515- . (2544). การศึกษาแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งรูปโค้งสปีกลับทางต่างชนิด.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธานัน จารุประกร, 2515- . 2544. "การศึกษาแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งรูปโค้งสปีกลับทางต่างชนิด".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธานัน จารุประกร, 2515- . "การศึกษาแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งรูปโค้งสปีกลับทางต่างชนิด."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
ธานัน จารุประกร, 2515- . การศึกษาแรงกดฟันหน้าล่างของลวดโค้งรูปโค้งสปีกลับทางต่างชนิด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.