ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ระบบการผลิตและวิถีการตลาดโคพื้นเมืองของเกษตรกรในพื้นที่เหนือเขื่อนภูมิพล

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ระบบการผลิตและวิถีการตลาดโคพื้นเมืองของเกษตรกรในพื้นที่เหนือเขื่อนภูมิพล
นักวิจัย : กันยา ตันติวิสุทธิกุล
คำค้น : Native cattle production system , จังหวัดตาก , โคพื้นเมือง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020077 , http://research.trf.or.th/node/5093
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคพื้นเมืองที่อยู่ในพื้นที่เหนือเขื่อนฯ 2) ระบบการเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่เหนือเขื่อนฯ 3) ระบบและกลไกการตลาดของโคเนื้อมีชีวิต และ 4) แนวทางในการแก้ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกรประชากรที่ใช้ในการศึกษานี้ มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในหมู่ 1 ถึง 5 ของตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 251 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการเปิดตารางของ Krejcie and Morgan ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 194 คน แยกตามหมู่บ้านเป็น 23 20 31 54 และ 66 คน ตามลำดับ เครื่องมือที่ใช้สำหรับกลุ่มตัวอย่างนี้ เป็นแบบสัมภาษณ์และแบบสังเกตการณ์ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มประชากรของพ่อค้าที่ทำการซื้อขายโคพื้นเมืองเหนือเขื่อน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ และการสำรวจเส้นทางในการขนส่งโคพื้นเมืองมีชีวิต ผลการวิจัย พบว่า 1.วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคพื้นเมืองเหนือเขื่อนภูมิพล แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ เกษตรกรในหมู่ 1 2 และ3 เป็นชาวไทยภูเขา (กะเหรี่ยง) ส่วนหมู่ 4 และ 5 เป็นชาวไทยพื้นราบ เกษตรกรทั้ง 2 กลุ่ม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีการติดต่อระหว่างหมู่บ้านด้วยกันทางเรือหางยาว และภายในหมู่บ้านด้วยรถจักรยานยนต์หรือรถกระบะ ในหมู่บ้านมีสำนักสงฆ์โรงเรียน อนามัย และสาธารณูปโภคครบถ้วน 2. เกษตรกรผู้เลี้ยงโคพื้นเมือง ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (76.80 เปอร์เซ็นต์) มีอายุอยู่ในช่วง 40-50 ปี (37.82 เปอร์เซ็นต์) ส่วนใหญ่แต่งงานแล้ว และนับถือศาสนาพุทธ (92.27 และ 98.96 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ) มีการศึกษาในระดับประถมศึกษา (52.52 เปอร์เซ็นต์) มีพื้นที่ถือครอง 1-5 ไร่ (79.38 เปอร์เซ็นต์) รายได้จากการเลี้ยงโคแตกต่างกันในแต่ละปี ส่วนรายจ่ายนั้น ส่วนใหญ่เป็นค่าเกลือค่าฟางข้าว ใช้เงินทุนส่วนตัวในการเลี้ยงโค และได้ความรู้ในการเลี้ยงโคจากประสบการณ์ของตนเอง (74.74 เปอร์เซ็นต์) 3. เกษตรกรได้โคมาจากมรดก (64.86 เปอร์เซ็นต์) เกษตรกรส่วนใหญ่ (60.31 เปอร์เซ็นต์) เลี้ยงโคฝูงขนาดกลาง (11-50 ตัว) 79.38 เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรใช้พ่อโค 1-2 ตัวคุมฝูง และเกษตรกรจำนวนมากที่สุด (85.57 เปอร์เซ็นต์) จะใช้พ่อโค 1 ตัว คุมแม่โคจำนวน 1-5 ตัว 4. เกษตรกรส่วนใหญ่จะปล่อยให้โคหาอาหารกินตามธรรมชาติในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่ห่างจากบ้านพักอาศัยประมาณ 10 กิโลเมตร (24.43 เปอร์เซ็นต์) และเกษตรกรส่วนใหญ่ (22.16 เปอร์เซ็นต์)ออกเยี่ยมโค 3 ครั้งต่อเดือน และในช่วงหน้าแล้งที่ขาดแคลนอาหาร โคจะได้รับฟางข้าวเป็นอาหารเสริม (79.79 เปอร์เซ็นต์) 5. ด้านการจัดการโคและพ่อพันธุ์ พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ (75.56 เปอร์เซ็นต์) ไม่มีการคัดพ่อพันธุ์ทิ้งหรือเปลี่ยนพ่อคุมฝูง ไม่มีการจดบันทึกประจำตัวโค (55.19 เปอร์เซ็นต์) ไม่มีการทำวัคซีนและถ่ายพยาธิ (60.66 และ 64.71 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ) 6. เกษตรกรส่วนใหญ่ (66.43 เปอร์เซ็นต์) จะขายโคที่น้ำหนักตัวน้อยกว่า 200 กิโลกรัม ราคาที่ขายต่ำกว่า 5,000 บาทต่อตัว (65.70เปอร์เซ็นต์) โดยพ่อค้าจะมารับซื้อในหมู่บ้าน (96.07 เปอร์เซ็นต์) ช่วงที่มีการซื้อขายโคในหน้าแล้ง ในเดือนธันวาคมจะมีการซื้อขายกันมากที่สุด (56.57 เปอร์เซ็นต์) และเกษตรกรส่วนใหญ่ จะไม่มีการฆ่าและชำแหละเนื้อโคกินภายในหมู่บ้าน (93.26 เปอร์เซ็นต์) 7. ด้านกลไกและระบบการตลาดของโคมีชีวิต พบว่า การซื้อขายโคพื้นเมืองแบ่ง พ่อค้าออกเป็น 4 ช่วงตามสถานที่ซื้อขายโค คือ 1) พ่อค้าเหนือเขื่อน 2) พ่อค้าสันเขื่อน 3) พ่อค้าตลาดนัด และ 4) พ่อค้าปลายทาง ซึ่งเป็นพ่อค้าที่มาซื้อโคจากตลาดนัด โคที่เลี้ยงเหนือเขื่อนภูมิพลจะถูกขนส่ง เพื่อไปขายยังทุกภูมิภาคของประเทศ ในแต่ละช่วงของการซื้อขายสามารถทำกำไรได้ประมาณ 500 – 1,000 บาทต่อตัว 8. ปัญหาและอุปสรรคหลักของเกษตรกรที่เลี้ยงโค ได้แก่ 1) การขาดแคลนอาหารในหน้าแล้ง 2) การป้องกันโรคและพยาธิ 3) รูปร่างและน้ำหนักตัวของโคเล็กลง 4) ขาดการจัดการในด้านพ่อพันธุ์ และ 5) ขาดการทำเครื่องหมายประจำตัวโค แนวทางในการแก้ปัญหาและอุปสรรคหลักโดยการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรในทุกด้านผ่านทางปศุสัตว์อำเภอ หรืออาสาสมัครประจำหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเร่งด่วนที่ควรแก้ไขคืออบรมเกษตรกรให้ทำการปลูกหญ้าหรือพืชอาหารสัตว์ไว้ใช้ในหน้าแล้ง รวมถึงการทำหญ้าแห้งหญ้าหมักเป็นต้น รองลงมาเป็นเรื่องการจัดการด้านสุขาภิบาลในการป้องกันโรคและพยาธิให้แก่โค และการจัดการด้านพ่อพันธุ์และการทำเครื่องหมายประจำตัวโค หากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวได้รับการ แก้ไขแล้ว พื้นที่เหนือเขื่อนภูมิพลนี้ จัดเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเลี้ยงโค เพื่อผลิตเนื้อโคธรรมชาติหรือเนื้อโคอินทรีย์แหล่งหนึ่งได้ แต่ทั้งนี้ควรมีการศึกษาและวิเคราะห์ระบบนิเวศเกษตรควบคู่ไปด้วย

บรรณานุกรม :
กันยา ตันติวิสุทธิกุล . (2554). ระบบการผลิตและวิถีการตลาดโคพื้นเมืองของเกษตรกรในพื้นที่เหนือเขื่อนภูมิพล.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กันยา ตันติวิสุทธิกุล . 2554. "ระบบการผลิตและวิถีการตลาดโคพื้นเมืองของเกษตรกรในพื้นที่เหนือเขื่อนภูมิพล".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กันยา ตันติวิสุทธิกุล . "ระบบการผลิตและวิถีการตลาดโคพื้นเมืองของเกษตรกรในพื้นที่เหนือเขื่อนภูมิพล."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
กันยา ตันติวิสุทธิกุล . ระบบการผลิตและวิถีการตลาดโคพื้นเมืองของเกษตรกรในพื้นที่เหนือเขื่อนภูมิพล. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.