ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการ การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS และ DVB-S เพื่อการปฏิบัติการและประเมินผลฝนหลวงในภาคกลาง

หน่วยงาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการ การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS และ DVB-S เพื่อการปฏิบัติการและประเมินผลฝนหลวงในภาคกลาง
นักวิจัย : มงคล , รักษาพัชรวงศ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://164.115.23.116:8060/Frontend/ShowDocument?DocumentID=66
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การปฏิบัติการและประเมินผลปฏิบัติการฝนหลวงในปัจจุบันได้มีการประเมินน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวง ด้วยเรดาร์ฝนหลวง ถังวัดน้ำฝน และตรวจสอบจากเกษตรกรหรือประชาชนที่ทำการร้องขอฝนหลวง แต่ยังพบข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน จึงมีการประยุกต์นำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาด้วยระบบ Digital Video Broadcasting System (DVB-S) ร่วมกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS มาใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการประเมินปริมาณน้ำฝน และความแห้งแล้ง จากประโยชน์ในการใช้งานภาพถ่ายดาวเทียมดังกล่าว ได้มีการดำเนินโครงการวิจัยโดยใช้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางเป็นต้นแบบใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลพบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรีผ่านกิจกรรมหลัก 5 กิจกรรม ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ความแห้งแล้งของพื้นที่ด้วยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS เพื่อวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ (VHI: Vegetation Health Index) พบว่า ณ วันที่ 20 เมษายน 2556 ค่า VHI ค่า KBDI มีค่าอยู่ที่ประมาณ 800 คือ พื้นที่โดยรวมเป็นพื้นที่แห้งแล้ง การประมาณปริมาณน้ำฝนสะสมที่ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม 2556-20 เมษายน 2556 มีค่าอยู่ประมาณ 50 มิลลิเมตร แสดงว่ามีฝนตกน้อย แสดงให้เห็นว่าข้อมูลทั้งสองมีความสอดคล้องกัน และค่า VHI ที่ประเมินด้วยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS จะได้ผลลัพธ์ที่ละเอียดกว่าค่า KBDI เนื่องจากภาพอินพุตที่ใช้มีความละเอียดกว่า และสามารถวิเคราะห์ทั้งในเชิงของความเป็นพืชและเชิงของอุณหภูมิ ซึ่งพืชแต่ละชนิดจะมีช่วงเวลาของความต้องการน้ำหรือความทนทานต่อการอดน้ำที่ต่างกัน ดังนั้นในการวิเคราะห์ความแห้งแล้งของพืชควรนำเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของพืชมาเป็นตัวแปรในการคำนวณความแห้งแล้งด้วย 2) การวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝนจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา เพื่อพัฒนาแบบจำลองสำหรับการประมาณปริมาณน้ำฝนรายชั่วโมงที่เหมาะสมจากข้อมูลดาวเทียมสำหรับพื้นที่บริเวณภาคกลางของประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลนำเข้ารายชั่วโมงที่ตรวจจับได้จากอุปกรณ์รับรู้ระยะไกล (Remote Sensor) บนดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา FY-2C/E โดยนำแบบจำลอง ITR (วิธีในการพิจารณาตัดสินจากอุณหภูมิยอดเมฆว่าถ้าค่าต่ำกว่า 253 K จะประเมินว่าฝนตก) ที่ได้จากการประเมินข้อมูลดาวเทียม FY-2C/E ร่วมกับข้อมูล Weather Station เปรียบเทียบกับข้อมูลจาก GsMAP และ ค่าความเชื่อมั่นทางสถิติต่างๆ เช่น POD, FAR, ACC ในลักษณะของรายชั่วโมงและรายวัน ได้ข้อสรุปว่าแบบจำลอง ITR น่าจะมีความเหมาะสมในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำฝนและเป็นข้อมูลช่วยในการประเมินความแห้งแล้งได้ เนื่องจากให้ค่าประมาณปริมาณน้ำฝนที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเมื่อเทียบกับข้อมูล Ground Truth จาก Weather Station มากกว่าแบบจำลอง GsMAP 3) การจัดทำ Web-Based Application เพื่อวิเคราะห์ความแห้งแล้งของพื้นที่ เป็นระบบต้นแบบภูมิสารสนเทศ เพื่อให้การวิเคราะห์ความแห้งแล้งทำได้โดยสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ผ่านบราวเซอร์โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม โดยมีความสามารถในการนำเข้าข้อมูลการวิเคราะห์ความแห้งแล้งจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS ประกอบกับข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายชั่วโมง และสามารถนำเข้าข้อมูลการร้องขอฝน ซึ่งแสดงผลข้อมูลร่วมกันเพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการปฏิบัติการและประเมินผลฝนหลวง ผ่านแผนที่ดิจิตอล 4) การลงพื้นที่สำรวจเพื่อตรวจสอบความแห้งแล้งในพื้นที่ และการติดตั้ง Weather Station จากการสำรวจพื้นที่ต้นแบบในภาคกลาง 3 พื้นที่ ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี 5 พื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์ 11 พื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี 12 พื้นที่ และจังหวัดกาญจนบุรี 4 พื้นที่ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย คือ พื้นที่เพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ คือ ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น และการติดตั้ง Weather Station 3 พื้นที่ ได้แก่ สถานีตรวจอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัดลพบุรี สถานีเรดาร์ตรวจอากาศ กรมฝนหลวงฯ จังหวัดนครสรรค์ และโครงการฟาร์มพระราชดำริ จังหวัดอ่างทอง โดยวัดค่าจากเซนเซอร์ทั้งอุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ปริมาณแสงแดด ความเร็วลม ทิศทางลม ค่าดังกล่าวถูกส่งกลับมาที่ฐานข้อมูลส่วนกลางทุก 5 นาที และมีการนำมาประยุกต์ใช้งานร่วมกับการวิเคราะห์ความแห้งแล้ง พบว่าแสดงผลความแห้งแล้งเป็นปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากสถานีวัดสภาพอากาศในจังหวัดนครสวรรค์ในช่วงวันที่ 9 กรกฎาคม - 31 กรกฎาคม 2556 พบว่ามีอุณหภูมิเฉลี่ย 26 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนสะสม 44.2 มิลลิเมตร พลังงานแสงอาทิตย์เฉลี่ย 356 W/m2 5) การอบรมและสัมมนาเผยแพร่องค์ความรู้ และรับฟังแนวคิด ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุง จากเจ้าหน้าที่ของฝนหลวงและการบินเกษตร พบว่า 84.41 เปอร์เซ็นต์ มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ 4.24 (เต็ม 5) ซึ่งอยู่ในระดับมาก และกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มีความต้องการที่จะขยายผลโครงการนี้ไปใช้ประโยชน์ในงานปฏิบัติการฝนหลวง

บรรณานุกรม :
มงคล , รักษาพัชรวงศ์ . (2556). โครงการ การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS และ DVB-S เพื่อการปฏิบัติการและประเมินผลฝนหลวงในภาคกลาง.
    กรุงเทพมหานคร : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร.
มงคล , รักษาพัชรวงศ์ . 2556. "โครงการ การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS และ DVB-S เพื่อการปฏิบัติการและประเมินผลฝนหลวงในภาคกลาง".
    กรุงเทพมหานคร : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร.
มงคล , รักษาพัชรวงศ์ . "โครงการ การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS และ DVB-S เพื่อการปฏิบัติการและประเมินผลฝนหลวงในภาคกลาง."
    กรุงเทพมหานคร : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, 2556. Print.
มงคล , รักษาพัชรวงศ์ . โครงการ การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SMMS และ DVB-S เพื่อการปฏิบัติการและประเมินผลฝนหลวงในภาคกลาง. กรุงเทพมหานคร : กรมฝนหลวงและการบินเกษตร; 2556.