ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศึกษาพันธุ์พืชที่ให้สีธรรมชาติในเขตภาคใต้

หน่วยงาน กรมหม่อนไหม

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศึกษาพันธุ์พืชที่ให้สีธรรมชาติในเขตภาคใต้
นักวิจัย : อดิษฐ์ อินทร์สุวรรณ , กานดา ฉัตรไชยศิริ , วนิดา สุวรรณสิทธิ์ , พะเยาว์ บุตรวาทิตย์ , สมภพ จงรวยทรัพย์
คำค้น : พันธุ์พืช , สีธรรมชาติ , ภาคใต้
หน่วยงาน : กรมหม่อนไหม
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://www.qsds.go.th/research/file/184.pdf
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาพันธุ์พืชที่ให้สีธรรมชาติในเขตพื้นที่ภาคใต้ดำเนินการทดลองที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ ชุมพร ระหว่างเดือนตุลาคม 2554 เดือนมีนาคม 2555 เพื่อศึกษาหาวัตถุดิบให้สีธรรมชาติโดยสำรวจ รวบรวม จำแนกพันธุ์ไม้ที่ให้สีกลุ่มต่าง ๆ และเฉดสีที่ได้จากพืชธรรมชาติ รวมทั้งหาวิธีการสกัดสีที่เหมาะสมจากส่วนต่าง ๆ ที่ให้สีของพืชจากพันธุ์ไม้ที่ให้สีธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพัฒนาเทคนิคการฟอกย้อมเส้นไหมจากส่วนที่ให้สีของพืชให้มีความคงทนต่อการซักอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจากพันธุ์ไม้ที่ให้สีธรรมชาติที่สำรวจพบในแหล่งภาคใต้ จากการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการนำพืชพรรณให้สีธรรมชาติในเขตพื้นที่ภาคใต้มาทำการย้อมสีผ้าฝ้าย อุปกรณ์ประมงพื้นบ้าน พบว่า พืชที่ให้สีจำแนกได้ 4 กลุ่ม จากจำนวนพืชที่ศึกษา 15 ชนิด ดังนี้ กลุ่มที่ 1 กลุ่มพืชให้สีดำ จำนวน 4 ชนิด คือ จิก คุระ เงาะ มะม่วงหิมพานต์ กลุ่มที่ 2 กลุ่มพืชให้สีเหลือง จำนวน 6 ชนิด คือ ผ้าลายห่อทอง มะพูด ย่านมันแดง ขมิ้นชัน ย่านขมิ้นฤษี ว่านพระ กลุ่มที่ 3 กลุ่มพืชให้สีน้ำเงินจำนวน 2 ชนิด คือ ครามโหมง ครามเถาว์ กลุ่มที่ 4 กลุ่มพืชให้สีแดงจำนวน 3 ชนิด ชาดหรือคำแสด ตะบูนแดง ยอป่า จากนั้นนำพืชทั้ง 4 กลุ่มมาทดลองสกัดสี โดยวิธีการสกัดเย็น และวิธีสกัดร้อน ซึ่งวิธีการสกัดเย็นแบ่งเป็น 4 กรรมวิธี ดังนี้ 1) พืชต่อน้ำ อัตรา 1 ต่อ 5 ส่วน สับละเอียดแช่นาน 1 คืน 2) พืชต่อน้ำ อัตรา 1 ต่อ 5 ส่วน สับละเอียดแช่นาน 3 คืน 3) พืชต่อน้ำ อัตรา 1 ต่อ 10 ส่วน สับละเอียดแช่นาน 1 คืน และ 4) พืชต่อน้ำ อัตรา 1 ต่อ 10 ส่วน สับละเอียดแช่นาน 3 คืน ส่วนวิธีการสกัดร้อนมี 4 กรรมวิธี คือ 1) พืชต่อน้ำ อัตรา 1 ต่อ 10 ส่วน ต้มเดือด 3 ชั่วโมง 2) พืชต่อน้ำ อัตรา 1 ต่อ 10 ส่วน ต้มเดือด 5 ชั่วโมง 3) พืชต่อน้ำ อัตรา 1 ต่อ 10 ส่วน แช่นาน 1 คืน ต้มเดือด 3 ชั่วโมง และ 4) พืชต่อน้ำ อัตรา 1 ต่อ 10 ส่วน แช่นาน 3 คืน ต้มเดือด 1 ชั่วโมง เมื่อได้น้ำสกัดสีธรรมชาติจากพืชแต่ละชนิดตามกรรมวิธีต่างๆ แล้ว นำมาใช้ย้อมสีเส้นไหม 5 กรรมวิธี คือ 1) ไม่ใช้สารช่วยติดสี 2) ใช้สารส้มก่อนย้อม โดยนำเส้นไหมแช่ในสารช่วยติดสี 15 นาที 3) ใช้สารส้มในขณะย้อม โดยใส่ก่อนนำเส้นไหมออก 15 นาที (อัตราส่วน 5 % ของเส้นไหม) 4) ใช้สารส้มหลังการย้อม โดยนำเส้นไหมที่ย้อมแล้วไปแช่ในสารช่วยติดสีนาน 15 นาที และ 5) ใช้มะขามเปียกเป็นสารช่วยติดสีในขณะย้อม พบว่า พืชที่ใช้กรรมวิธีสกัดร้อนให้น้ำสีอ่อนติดได้คงทนสีไม่ตก ได้แก่ มะม่วงหิมพานต์ ตะบูนแดง มะพูด เงาะ และว่านพระ พืชที่ใช้กรรมวิธีสกัดเย็นให้น้ำสีย้อมติดได้คงทนสีไม่ตก ได้แก่ จิก ยอป่า มะม่วงหิมพานต์ ขมิ้นชัน ย่านขมิ้นฤาษี เงาะ ย่านมันแดง และว่านพระ นอกจากนี้ยังมีพืชอีกหลายชนิดที่สามารถใช้กรรมวิธีการสกัดสีได้ 2 กรรมวิธี คือ มะม่วงหิมพานต์ เงาะ และว่านพระ หรือใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชในภาคใต้จำนวน 13 ชนิด มีพืชที่สามารถนำไปย้อมสีเส้นไหมติดและคงทนต่อการซัก คงทนต่อแสง ดังนั้น จิก ยอป่า มะม่วงหิมพานต์ เงาะ ย่านมันแดง คุระ ขมิ้นชัน ย่านขมิ้นฤาษี ตะบูนแดง และมะพูด และยังสามารถพัฒนาเทคนิคการย้อมสีให้ได้สีเข้มขึ้นตามกลุ่มสีที่ต้องการ

บรรณานุกรม :
อดิษฐ์ อินทร์สุวรรณ , กานดา ฉัตรไชยศิริ , วนิดา สุวรรณสิทธิ์ , พะเยาว์ บุตรวาทิตย์ , สมภพ จงรวยทรัพย์ . (2555). ศึกษาพันธุ์พืชที่ให้สีธรรมชาติในเขตภาคใต้.
    กรุงเทพมหานคร : กรมหม่อนไหม.
อดิษฐ์ อินทร์สุวรรณ , กานดา ฉัตรไชยศิริ , วนิดา สุวรรณสิทธิ์ , พะเยาว์ บุตรวาทิตย์ , สมภพ จงรวยทรัพย์ . 2555. "ศึกษาพันธุ์พืชที่ให้สีธรรมชาติในเขตภาคใต้".
    กรุงเทพมหานคร : กรมหม่อนไหม.
อดิษฐ์ อินทร์สุวรรณ , กานดา ฉัตรไชยศิริ , วนิดา สุวรรณสิทธิ์ , พะเยาว์ บุตรวาทิตย์ , สมภพ จงรวยทรัพย์ . "ศึกษาพันธุ์พืชที่ให้สีธรรมชาติในเขตภาคใต้."
    กรุงเทพมหานคร : กรมหม่อนไหม, 2555. Print.
อดิษฐ์ อินทร์สุวรรณ , กานดา ฉัตรไชยศิริ , วนิดา สุวรรณสิทธิ์ , พะเยาว์ บุตรวาทิตย์ , สมภพ จงรวยทรัพย์ . ศึกษาพันธุ์พืชที่ให้สีธรรมชาติในเขตภาคใต้. กรุงเทพมหานคร : กรมหม่อนไหม; 2555.