ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ยางพารา

หน่วยงาน การยางแห่งประเทศไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ยางพารา
นักวิจัย : ศยามล แก้วบรรจง , อนุวัฒน์ กำแพงแก้ว , ภัทรา กิณเรศ
คำค้น : ยางพารา , การเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ , ความมีชีวิตของละอองเกสรตัวผู้ , ความงอกของละอองเกสรตัวผู้
หน่วยงาน : การยางแห่งประเทศไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://www.raot.co.th
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ยางพารา วางแผนการทดลองแบบ Spit-Plot in RCB จำนวน 3 ซ้ำ Main plot คือ พันธุ์ยางพาราที่เก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ 4 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ RRIT 251, PB 260, AVROS 2036 และสายพันธุ์บราซิล RO/C/9 23/149 Sub plot คือ การลดความชื้นของละอองเกสรตัวผู้ยางพารา 2 ระดับ ได้แก่ 7% และ 16% โดยทำการลดความชื้นของละอองเกสรตัวผู้ให้เหลือ 7% และ 16% ก่อนเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลว (อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส) แล้วนำมาทดสอบความมีชีวิตและความงอกในห้องปฏิบัติการ เมื่ออายุการเก็บรักษา 0, 5, 10, 15, 20, 25, 30, 45, 60, 75, 90, 105, 120, 135, 150, 165 และ 180 วัน ผลการทดลองพบว่า ละอองเกสรตัวผู้ยางพาราทั้ง 4 พันธุ์ สามารถเก็บรักษาไว้ได้เป็นเวลานาน 180 วัน โดยละอองเกสรตัวผู้ยางพาราพันธุ์ RRIT 251, PB 260, AVROS 2036 และ สายพันธุ์บราซิล RO/C/9 23/149 มีค่าความมีชีวิตของละอองเกสรตัวผู้เหลืออยู่เท่ากับ 3.03 , 2.95 , 3.36 และ 3.23 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และมีความงอกของละอองเกสรตัวผู้เหลืออยู่เท่ากับ 2.44 , 2.11 , 2.32 และ 1.04 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนการลดระดับความชื้นละอองเกสรตัวผู้ยางพาราให้เหลือ 7 เปอร์เซ็นต์ และ 16 เปอร์เซ็นต์ ก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลว พบว่าการลดระดับความชื้นให้เหลือ 16 เปอร์เซ็นต์ ก่อนเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลวให้ค่าความชีวิตของละอองเกสรตัวผู้และความงอกของละอองเกสรตัวผู้เหลืออยู่สูงกว่าการลดระดับความชื้นให้เหลือ 7 เปอร์เซ็นต์ ก่อนเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลว โดยในละอองเกสรยางพาราพันธุ์ RRIT 251 เมื่อลดระดับความชื้นของละอองเกสรตัวผู้เหลือ 16% ก่อนการเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลวเมื่อเก็บรักษาเป็นเวลานาน 180 วัน มีค่าความมีชีวิตของละอองเกสรตัวผู้เหลืออยู่เท่ากับ 3.03 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการลดระดับความชื้นละอองเกสรตัวผู้เหลือ 7% ก่อนการเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลว มีค่าความมีชีวิตเหลืออยู่เท่ากับ 3.00 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกันกับค่าความงอกของละอองเกสรตัวผู้เมื่อเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลว เมื่อลดระดับความชื้นละอองเกสรยางเหลือ 16% ก่อนการเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลวเมื่อเก็บรักษาเป็นเวลานาน 180 วัน มีค่างอกเหลืออยู่เท่ากับ 2.44 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการลดระดับความชื้นละอองเกสรยางเหลือ 7% ก่อนการเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลว มีค่าความงอกเหลืออยู่เท่ากับ 1.67 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามระยะเวลาที่เหมาะสม สำหรับการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ยางพาราไว้ในไนโตรเจนเหลวไม่ควรนานเกิน 90 วัน เพราะค่าความมีชีวิตและความงอกของละอองเกสรตัวผู้เหลืออยู่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่เหมาะแก่การนำไปผสมพันธุ์กับยางพาราพันธุ์อื่นๆ

บรรณานุกรม :
ศยามล แก้วบรรจง , อนุวัฒน์ กำแพงแก้ว , ภัทรา กิณเรศ . (2557). ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ยางพารา.
    กรุงเทพมหานคร : การยางแห่งประเทศไทย.
ศยามล แก้วบรรจง , อนุวัฒน์ กำแพงแก้ว , ภัทรา กิณเรศ . 2557. "ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ยางพารา".
    กรุงเทพมหานคร : การยางแห่งประเทศไทย.
ศยามล แก้วบรรจง , อนุวัฒน์ กำแพงแก้ว , ภัทรา กิณเรศ . "ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ยางพารา."
    กรุงเทพมหานคร : การยางแห่งประเทศไทย, 2557. Print.
ศยามล แก้วบรรจง , อนุวัฒน์ กำแพงแก้ว , ภัทรา กิณเรศ . ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาละอองเกสรตัวผู้ยางพารา. กรุงเทพมหานคร : การยางแห่งประเทศไทย; 2557.