ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับแอนติเจน ปริมาณไวรัสและพังผืดของตับในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในระยะต่างๆของโรค

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับแอนติเจน ปริมาณไวรัสและพังผืดของตับในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในระยะต่างๆของโรค
นักวิจัย : กิตติยศ ภู่วรวรรณ
คำค้น : แอนติเจนตับอักเสบบี , ไวรัสตับอักเสบบี , ไวรัสตับอักเสบบี--ผู้ป่วย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ , พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51603
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

ความสำคัญและที่มาของปัญหางานวิจัย การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเป็นปัญหาที่สำคัญในประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างระดับ ของระดับ HBsAg titers และ HBV DNA levels กับระดับพังผืดของตับในผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังในระยะต่างๆของโรคยังมีข้อมูลน้อย ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวางแผนการรักษาผู้ป่วย วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ของระดับ HBsAg titers และ HBV DNA levels กับระดับพังผืดของตับในผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังในระยะต่างๆของโรค ระเบียบวิธีการ ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่ยังไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน 176 ราย ได้รับการตรวจประเมิน ระดับพังผืดของตับโดยเครื่องตรวจพังผืดตับ(ไฟโบรสแกน). ประเมินระดับ HBsAg titers และ HBV DNA levels. และประเมินผู้ป่วยเพื่อจำแนกระยะของโรคและวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ในแต่ละกลุ่ม. ผลการวิจัย ผู้ป่วยชาย 113 รายและผู้ป่วยหญิง 63 ราย อายุเฉลี่ย 43 ปีได้เข้าร่วมการศึกษา โดยผู้ป่วยอยู่ในกลุ่ม HBeAg positive, HBeAg negativeที่มีการแบ่งตัวของไวรัสน้อย และ HBeAg negative ที่มีไวรัสมากหรือมีการอักเสบ เป็นจำนวน 29, 69 และ 78 รายตามลำดับ. จากการศึกษาพบว่ากลุ่มผู้ป่วย HBeAg positive มีระดับ HBsAg ที่สูงกว่าผู้ป่วยกลุ่มที่มี HBeAg negative โดยมีค่าเฉลี่ย 19797 และ 4282 IU/ml ตามลำดับ ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.01). ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของระดับ HBsAg level ในกลุ่มผู้ป่วย HBeAg negative ทั้งสองกลุ่ม จากการศึกษาพบว่าระดับ HBsAg มีความสัมพันธ์กับระดับ HBV DNA level ทั้งในกลุ่ม HBeAg positive และ HBeAg negative ที่มีไวรัสมากหรือมีการอักเสบ โดยพบค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.698 และ 0.287 โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01 และ p=0.01 ตามลำดับ). ไม่พบความสัมพันธ์ของระดับพังผืดของตับประเมินโดยเครื่องตรวจพังผืดตับกับระดับ HBsAg และ HBV DNA Level สรุป จากการศึกษานี้ไม่พบความสัมพันธ์ของระดับพังผืดของตับประเมินโดยเครื่องตรวจพังผืดตับกับระดับ HBsAg และ HBV DNA Level โดยกลุ่มผู้ป่วย HBeAg positive มีระดับ HBsAg ที่สูงกว่าผู้ป่วยกลุ่มที่มี HBeAg negative และ พบว่าระดับ HBsAg มีความสัมพันธ์กับระดับ HBV DNA level ทั้งในกลุ่ม HBeAg positive และ HBeAg negative ที่มีไวรัสมากหรือมีการอักเสบ

บรรณานุกรม :
กิตติยศ ภู่วรวรรณ . (2554). การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับแอนติเจน ปริมาณไวรัสและพังผืดของตับในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในระยะต่างๆของโรค.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิตติยศ ภู่วรวรรณ . 2554. "การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับแอนติเจน ปริมาณไวรัสและพังผืดของตับในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในระยะต่างๆของโรค".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิตติยศ ภู่วรวรรณ . "การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับแอนติเจน ปริมาณไวรัสและพังผืดของตับในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในระยะต่างๆของโรค."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
กิตติยศ ภู่วรวรรณ . การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับแอนติเจน ปริมาณไวรัสและพังผืดของตับในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในระยะต่างๆของโรค. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.