ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัว การเปิดรับสื่อมวลชนและทัศนคติต่อสถานภาพสตรี ของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัว การเปิดรับสื่อมวลชนและทัศนคติต่อสถานภาพสตรี ของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : วาริศา พลายบัว
คำค้น : การสื่อสารในครอบครัว -- ไทย , สื่อมวลชนกับครอบครัว , สตรี -- ไทย -- ภาวะสังคม , Communication in the family -- Thailand , Mass media and families , Women -- Thailand -- Social conditions
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรวรรณ ปิลันธน์โอวาท , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2532
อ้างอิง : 9745699837 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47200
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2532

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบรูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัว การเปิดรับสื่อมวลชนและทัศคติต่อสถานภาพสตรี ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัว แบบปิดแบบเปิดและแบบปล่อย กับการเปิดรับสื่อสารมวลชน ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อมวลชนกับทัศนคติต่อสถานภาพสตรีความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัวแบบปิด แบบเปิดและแบบปล่อย กับทัศนคติต่อสถานภาพสตรี และเพื่อเปรียบเทียบความแต่ต่างในด้านการเปิดรับสื่อมวลชน และทัศคติต่อสถานภาพสตรีของนักศึกษาต่างเพศ และนักศึกษาต่างกลุ่มหลักสูตร กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ กลุ่มนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สังกัดทบวงมหาวิยาลัย ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 250 คน ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัวแบบปิดไม่มีความสัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อมวลชน แต่รูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัวแบบเปิดและแบบปล่อยมีความสัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อมวลชนการเปิดรับสื่อมวลชนไม่มีความสัมพันธ์กับทัศนคติต่อสถานภาพสตรี รูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัวทั้งแบบปิด แบบเปิดและแบบปล่อยไม่มีความสัมพันธ์กับทัศนคติต่อสถานภาพสตรี ในการเปรียบเทียบระหว่างเพศ พบว่านักศึกษาชายและหญิงไม่แตกต่างในด้านการเปิดรับสื่อมวลชน แต่แตกต่างกันในเรื่องทัศนคติต่อสถานภาพสตรี โดยนักศึกษาหญิงมีทัศนคติเป็นไปในทางบวกกับการยกระดับสถานภาพสตรีมากกว่านักศึกษาชายสำหรับการเปรียบเทียบระหว่างหลักสูตรพบว่า นักศึกษาในหลักสูตรที่เน้นหนักวิชาการเปิดรับสื่อมวลชนมากกว่านักศึกษาในหลักสูตรที่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์โดยตรง แต่นักศึกษาในหลักสูตรที่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์โดยตรง มีทัศนคติเป็นไปในทางบวก กับการยกระดับสถานภาพสตรีมากกว่านักศึกษาในหลักสูตรที่เน้นหนักวิชาการและนักศึกษาในหลักสูตรที่มุ่งผลิตสินค้าและให้บริการ

บรรณานุกรม :
วาริศา พลายบัว . (2532). รูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัว การเปิดรับสื่อมวลชนและทัศนคติต่อสถานภาพสตรี ของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วาริศา พลายบัว . 2532. "รูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัว การเปิดรับสื่อมวลชนและทัศนคติต่อสถานภาพสตรี ของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วาริศา พลายบัว . "รูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัว การเปิดรับสื่อมวลชนและทัศนคติต่อสถานภาพสตรี ของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2532. Print.
วาริศา พลายบัว . รูปแบบการสื่อสารภายในครอบครัว การเปิดรับสื่อมวลชนและทัศนคติต่อสถานภาพสตรี ของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2532.