ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลการกำกับติดตามประเมินภายในโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลการกำกับติดตามประเมินภายในโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ
นักวิจัย : ภัสสร ลิมานนท์ , รุ่งรัตน์ โกวรรธนะกุล , อนุวัฒน์ วัชรประภา
คำค้น : คนพิการ—การจ้างงาน , การประเมิน , โครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย. วิทยาลัยประชากรศาสตร์ , จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย. วิทยาลัยประชากรศาสตร์ , จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย. วิทยาลัยประชากรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : hs1445 , http://hdl.handle.net/11228/2274 , HD7256 ภ389ส 2551 , 48ข048-6
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : ไทย
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2550 ถึงเดือนมีนาคม 2551 วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณจากแผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ดำเนินการวิจัยเพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ ที่ริเริ่มโดยสำนักส่งเสริมและพิทักษ์คนพิการ (สทก.) สำนักงานส่งเสริมสุขภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่งคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อตอบรับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการแห่งชาติ พ.ศ. 2545-2549 ที่มุ่งหวังให้คนพิการพัฒนาศักยภาพที่สามารถพึ่งตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี การกำกับติดตามประเมินผลโครงการครั้งนี้มีจุดประสงค์สำคัญ 4 ประการ คือ 1) เพื่อประเมินการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ 2) วิเคราะห์มิติต่างๆ ของการประกอบอาชีพอิสระของคนพิการ 3) รูปแบบอันได้แก่ การฝึกอาชีพคนพิการในชุมชน การส่งเสิรมอาชีพคนพิการทางสติปัญญา หรือพิการรุนแรง และการส่งเสริมการรวมกลุ่มประกอบอาชีพอิสระ 4) เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาอาชีพ และกลไกในการส่งเสริมอาชีพคนพิการอย่างเป็นระบบ การติดตามประเมินผลของโครงการมีพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ 5 จังหวัด คือ กาญจนบุรี นครปฐม พะเยา ขอนแก่น และพัทลุง โดยอาศัยการเก็บข้อมูลทั้งปฐมภูมิ คือ การเข้าร่วมสังเกตการณ์การทำกิจกรรมการจัดความรู้ในทุกจังหวัด การสัมภาษณ์เชิงลึกจากเจ้าหน้าที่ อบต. และผู้ดูแลโครงการระดับพื้นที่ จำนวน 16 ราย การสนทนากลุ่มกับคนพิการและครอบครัวที่ทำหน้าที่ดูแลคนพิการ จำนวน 89 ราย และการเก็บข้อมูลทุติยภูมิ คือ การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการที่ปรากฏอยู่ในรายงานการดำเนินการของแต่ละจังหวัด รายงานการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรายงานการจัดการความรู้ของผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนพิการ ผลการจากการติดตามประเมินผลครั้งนี้ สรุปได้ดังนี้ วัตถุประสงค์ที่ 1: ประเมินผลการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ เจ้าหน้าที่ อบต. และกลุ่มคนพิการส่วนใหญ่ มีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า โครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 มีความเหมาะสมดีกับรูปแบบและวัตถุประสงค์ชของแต่ละกลุ่มอาชีพที่ได้กำหนดไว้ แม้ว่าในบางพื้นที่จะมีครอบครัวผู้พิการส่วนหนึ่งจะไม่ประสบผลสำเร็จ หรือต้องหยุดดำเนินการด้วยหลายสาเหตุ การเลือกที่จะประกอบอาชีพใดนั้น ในเกือบทุกพื้นที่ได้มีการประชุมแจ้งข่าวเกี่ยวกับงบประมาณสนับสนุนจาก สทก. ที่มี พมจ. เป็นผู้ประสานงานกับ อปท. มีการร่วมกันแสดงคิดเห็น เลือกอาชีพที่เราคิดว่าเหมาะสม เพื่อนำไปช่วยเสริมอาชีพให้แก่ผู้ที่มีอาชีพหลักอยู่แล้ว ช่วยฝึกอาชีพให้แก่คนพิการที่ไม่มีงานทำ ช่วยส่งเสริมการรวมกลุ่มของกลุ่มคนพิการที่ประกอบอาชีพอิสระ และช่วยเสริมสร้างศักยภาพและช่วยในการพัฒนาการทางสมองและทางอารมณ์ของคนพิการทางสติปัญญา อย่างไรก็ตาม การที่โครงการแต่ละพื้นที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ของคนพิการที่ประกอบอาชีพในแต่ละกลุ่มมากน้อยเพียงใด พบว่ามีหลายเงื่อนไขเป็นตัวกำหนด ซึ่งรวมถึง ความเป็นมาหรือกระบวนการตัดสินใจในการเลือกอาชีพความรู้พื้นฐาน และความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพที่เลือก สถานการณ์และสภาวะแวดล้อมในพื้นที่ ระยะเวลาเตรียมการ และเงื่อนไขที่เกิดจากตัวคนพิการและครอบครัว วัตถุประสงค์ที่ 2 : มิติต่างๆ ของการประกอบอาชีพิอิสระของคนพิการทั้ง 3 รูปแบบ คือการฝึกอาชีพ การส่วเสิรมอาชีพคนพิการทางสติปํญญา หรือพิการรุนแรง และการส่งเสริมการรวมกลุ่มประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งประกอบด้วย มิติที่ 1: จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรคในการดำเนินการที่รวมถึง พื้นฐานของคนพิการในกลุ่มอาชีพแต่ละรูปแบบ การบริหารจัดการที่ดำเนินการโดยกลุ่ม หรือโดยรายบุคคล ผู้นำกลุ่ม และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการในระดับพื้นที่ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการเผยแพร่ข้อมูลออกสู่สาธารณะ ตลาดรองรับสินค้าและผลิตภัณฑ์ การขนส่งสินค้าออกสู่ตลาด ทัศนคติของคนพิการและครอบครัวและเจ้าหน้าที่ มิติที่ 2: แนวโน้มการขยายกลุ่มสมาชิก และเครือข่ายที่ดูว่าจะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก โดยสาเหตุต่างๆ กัน มิติที่ 3: ความต้องการการสนับสนุนของกลุ่มอาชีพแต่ละรูปแบบที่พบว่า มีความต้องการหลากหลายกันไปตามลักษณะความพิการ แต่ที่เป็นความต้องการตรงกันคือ ต้องการให้หน่วยราชการในระดับท้องถิ่นได้จัดให้มีแผนการปฏิบัติงานประจำปีที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพ และพัฒนาการของคนพิการจนสามารถดูแลตนเองได้ในระดับหนึ่ง มิติที่ 4: กลไกสนับสนุนที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพคนพิการ คือ ครอบครัว ชุมชนองค์กร ภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองท้องถิ่น วัตถุประสงค์ที่ 3: ข้อเสนอเกี่ยวกับกลไกสนับสนุนกระบวนการพัฒนาอาชีพคนพิการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการ การประเมินผลครั้งนี้พบว่า ในกระบวนการพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการมีกลไกสำคัญ 8 ประการ ที่จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนให้กระบวนการพัฒนาประสบความสำเร็จหรือกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินงาน กลไก 8 ประการ ประกอบด้วย 1) นโยบายระดันประเทศที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ และองค์กรภาครัฐระดับกระทรวง(พม./สท./สทก.)ที่เป็นฝ่ายแปลงนโยบายไปสู่ภาคปฏิบัติ 2) หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับจังหวัด (พมจ.)ที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างหน่วยงาน ระดับกระทรวง และระดับท้องถิ่น รวมทั้งเป็นผู้ติดตามกำกับงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ 3) หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น (อปท. : อบต. และเทศบาล) ที่จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มคนพิการที่เข้าร่วมโครงการในระดับท้องถิ่น 4) เครือข่ายอาสาสมัครคนพิการในชุมชน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ อบต. ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ติดตามประเมินปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนพิการ และครอบครัว 5) องค์กรและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งที่เป็นภาครัฐ และภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการในส่วนที่ไม่อาจเติมเต็มได้จากหน่วยงานในระดับท้องงถิ่น 6) กลุ่มเครือข่ายพิการ ผู้นำกลุ่ม และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนการดำเนินของกลุ่มให้เดินต่อไปได้ 7) ชุมชนและสังคมที่มีความสำคัญพอๆ กับนโยบายระดับชาติ หากสังคมและชุมชนมีทัศนคติเชิงบวกก็จะเปิดโอกาสให้คนพิการมีพื้นที่ทางสังคมใกล้เคียงกับคนปกติ สามารถเข้ามาฝึกและประกอบอาชีพเลี้ยงตัว 8) ตัวคนพิการและครอบครัว ที่จะมีทัศนคติที่ดีต่อการฝึกอาชีพ และการหารายได้ก็จะมีความอดทนในการทำงานมากกว่าการที่มุ่งหวังจะรอรับเงินเบี้ยยังชีพแต่เพียงอย่างเดียว วัตถุประสงค์ที่ 4: เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาอาชีพของคนพิการ และครอบครัว และกลไกในกรส่งเสริมอาชีพคนพิการอย่างเป็นระบบ โครงการนี้ได้มีความพยายามที่จะสร้างกระบวนการเรียนรู้ และกลไกในการส่งเสริมอาชีพคนพิการอย่างเป็นระบบ โดยการนำหน่วยงานทางวิชาการ 2 แห่ง เข้ามีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ คือ คณะวิทยากรจากคณะสังคมศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ทำหน้าที่เป็นผู้ติดตาม กำกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ (monitoring) โดยจัดให้มีการประชุมเพื่อถอดบทเรียน การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสรุปบทเรียนการจัดการความรู้ การเลือกกรณีตัวอย่างสำหรับการปฏิบัติที่ดีที่สุด จากทั้ง 5 พื้นที่จังหวัดเป้าหมาย ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในกระบวนการพัฒนาอาชีพของคนพิการ ได้แลกเปลี่ยเรียนรู้ประสบการณ์จากกันและกันอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้มอบหมายให้วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมิน (Evaluation) การดำเนินโครงการว่า บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการเพียงใด และมีบทเรียนสำคัญใดบ้างที่สามารถจะใช้เป็นประเด็นเพื่อการพิจารณาหากมีความต้องการที่จะขยายผลต่อไปในอนาคต

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข,แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย

Through the financial support of the Program of Health Promotion for People with Disabilities in Thai Society, Health Systems Research Institute (HSRI), during June 2007 to March 2008, College of Population Studies, Chulalongkorn University conducted the evaluation research of the Project on Networking of Independent Occupational Development for People with Disabilities (onward refers t the Project). This Project was initiated by Office of Empowerment for Persons with Disabilities, Bureau of Welfare Promotion and Protection of Children, Youth, the Disadvantaged, Persons with Disabilities and Older Persons, Ministry of Social Development and Human Security in response to the 2006-2006 National Plan on Improvement of Quality of Life of People with Disabilities The evaluation research project had four main objectives as followed: 1) To evaluate whether the Project fulfilled its objectives and its appropriateness to the capability of the people with disabilities; 2) To analyze strengths, weaknesses, needs, supporting mechanisms of the 3 major occupational groups classified in the Project: Occupational Training for People with Disabilities in the community, Occupational Support for Severe Disabilities and Mental Disabilities, Promotion of Coalition of Independent Occupational Groups; 3) To propose supporting mechanisms for occupational development to improve quality of life of people with disabilities; and 4) To propose systematic learning processes for occupational development and mechanisms for occupational promotion for people with disabilities. The evaluation was conducted in 5 targeted provinces; Kanchanaburi, Nakorn Pathom, Phayao, Khon Kean and Pattalung. Data collection was carried out through 2 methods including observation of activities organized among people with disabilities (onward refers to the disabled) in various occasions, in-depth interview with 16 authorities of Local Administrative Organization (LAO) and local personnel who were in charge of the Project (onward refers to LAO personnel), and Focus Group Discussion among 89 disabled and the caretakers who were the disabled’s family members (onward refers to caretakers). In addition, relevant information was gathered from existing documents and reports on the Project reported by each participation province (including reports on learning and sharing experiences forums, and meetings on knowledge management among leaders and group members). The evaluation results are summarized below. Objective 1: Whether the Project fulfilled its objectives, and its appropriateness to the capability of people with disabilities. Majority of LAO personnel, the disabled and caretakers agreed that the Project which has started since 2002 was appropriate and suitable with capability of the disabled in each occupational group classified in this Project although some families, later on were not so successful and have given up running their occupations. Before making decision in selecting any occupation supported by the Project, in most cases the meetings were held among stakeholders (officials of Provincial Office of Empowerment for Persons with Disabilities, LAO personnel, the disabled and caretakers) to discuss what was the most suitable or possible occupation for the disabled to take up. Therefore, the occupation was chosen to serve needs and suitable with ability of the three groups of the disabled supported by the Project. However, it was clear that the success of the disabled in each group and the fulfillment of the Project’s objectives depended much upon many conditions such as the decision making process to select the type of occupation, background of the group members, basic knowledge and experiences about the chosen occupation, community’s social context and physical environment, timing for preparation before launching the Project in the are, personal conditions of the disabled and their caretakers. Objective 2: To analyze strengths, weaknesses, needs, supporting mechanisms of the 3 major occupational groups classified in the project: Occupational Training for People with Disabilities in the community, Occupational Support for Severe Disabilities and Mental Disabilities, Promotion of Coalition of Independent Occupational Groups 1. It was clear that strengths, weaknesses and problems in running the chosen occupation of the disabled were very much depended on following factors; background of the disabled (and their care takers) in each classified occupational group, administration of allocated funding (group vs. individuals), ability of leaders, LAO personnel’s responsibility and understanding of the Project’s objectives, access to information and new knowledge to help improve products, information dissemination to the public about life of the disabled and their potentials, marketing and product outlets, attitudes of the disabled toward the chosen occupation. 2. Possibility to scale up the Project and the expansion of the independent occupational development network for the disabled were quite slim due to limitations of funding support of the existing group, the lack of strong leadership, inability of the disabled to form up groups due to distance, intention, and time allowed for joining group activities. 3. Needs for supports were varied in each classified occupational group (who had different types of disability). However, the most needed support identified by the majority was the working plan to support people with disabilities should be integrated into the LAO’s year plan. In addition, higher priority should be given to work plan to promote and develop capacity of people with disabilities to be able to live independently. 4. Important mechanisms for capacity development of people with disabilities include their families, community, Government organizations, Non-Government organizations and local administration organizations. Objective 3: To propose supporting mechanisms for occupational development to improve quality of life of people with disabilities. In the process of independent occupational development for people with disabilities, 8 mechanisms were identified as important factors contributing to either success or failure of the Project operation. They were 1. National policy and Government commitment to support plans for capacity development of people with disabilities, and the government organizations (at the Ministry level) where policies are translated into project implementation. 2. Government officials at the provincial level who coordinate organizations at the Ministry and local levels, and who monitor the Project to be implemented according to its objectives. 3. Organization and personnel at the local level (Local Administration Organization) who work closely as a “baby sitter” and who provide advice for the disabled and their caretakers. 4. Networking of local volunteers in the community who assist the LAO personnel to gather information and collect data about the disabled, following up the Project, asses problems occurred among the disabled to report to the LAO personnel. 5. Other organization outside the community to provide supports needed by the disabled, or to help fill gaps where the LAO was unable to provide or unable to do. 6. Network of people with disabilities, group leaders, and experts who could help mobilizing the group to move forward. 7. Community and society which are equally important to the national policy to support the disabled. If the community and the society are supportive, the disabled will have greater chance to be integrated into the mainstream, and learn to be independent. 8. The attitudes of disabled and their families toward work and being independence; whether they prefer to work in order to be independent economically and socially or to live on the social welfare support Objective 4: To propose systematic learning processes for occupational development and mechanisms for occupational promotion for people with disabilities. The project has attempted to build up the systematic learning process and mechanisms necessary for occupational development for the disabled for future use. In attempt to do so, two academic units from two universities took part. One was from Faculty of Social Work and Social Welfare, Huachiew Chalermprakiet University where the research team performed monitoring function and organized several meetings and forum (such as lessons learned, sharing and learning experiences, knowledge management, and best practice in the 5 target provinces. The meetings provided chances for the officials and the disabled to learn and share information among each other. In addition, the information obtained from these activities were organized systematically to be used for occupational development for the disabled in the future. The other academic unit was College of Population Studies, Chulalongkorn University where the research team performed evaluation function to evaluate the performance of the Project in the same 5 target provinces. The evaluation was conducted according to the 4 main objectives as already mentioned above. Based on the monitoring and evaluation processes, both academic units have proposed the systematic learning process and important issues for consideration if the project scaling up is planned in the future

บรรณานุกรม :
ภัสสร ลิมานนท์ , รุ่งรัตน์ โกวรรธนะกุล , อนุวัฒน์ วัชรประภา . (2551). ผลการกำกับติดตามประเมินภายในโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ภัสสร ลิมานนท์ , รุ่งรัตน์ โกวรรธนะกุล , อนุวัฒน์ วัชรประภา . 2551. "ผลการกำกับติดตามประเมินภายในโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ภัสสร ลิมานนท์ , รุ่งรัตน์ โกวรรธนะกุล , อนุวัฒน์ วัชรประภา . "ผลการกำกับติดตามประเมินภายในโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2551. Print.
ภัสสร ลิมานนท์ , รุ่งรัตน์ โกวรรธนะกุล , อนุวัฒน์ วัชรประภา . ผลการกำกับติดตามประเมินภายในโครงการเครือข่ายพัฒนาอาชีพอิสระของคนพิการ. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2551.