ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพและพฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพของประชาชนภายใต้การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า , Factors influencing health promoting behavior and health utilization behavior among people under the universal coverage project
นักวิจัย : อติญาณ์ ศรเกษตริน , เพ็ญศรี ทองเพชร , สมหมาย คชนาม , อัจริยา วัชราวิวัฒน์ , จรัสพงษ์ สุขกรี , งามนิตย์ รัตนานุกูล , สมศักดิ์ ชอบตรง , วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี , Atiya Srakshetrin , Pensi Thongphet , Sommai Kochanam , Atjariya Vatchalavivat , Jaruspong Sukgree , Ngamnit Ratananugool , Somsak Choptong
คำค้น : Health Promotion , Health Behavior , Health Services , การส่งเสริมสุขภาพ , ระบบประกันสุขภาพ , พฤติกรรมสุขภาพ , Health promoting behavior , Health utilization behavior , Universal coverage project , การสร้างเสริมสุขภาพ , พฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพ , หลักประกันสุขภาพ
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : hs1145 , http://hdl.handle.net/11228/1446 , WA530 อ137ป 2547 , 46ค048
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพและพฤติกรรมการใช้บริการของประชาชนภายใต้การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยศึกษาจากประชาชนในภาคใต้ กลุ่มตัวอย่างได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา ตรัง และยะลา จำนวน 1,200 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือ การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน และผ่านการทดลองใช้ได้ค่าความเชื่อมั่นอยู่ในช่วง 0.71 – 0.91 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา วิเคราะห์ความสัมพันธ์และอำนาจการทำนายโดยใช้ Multiple regression analysis และ Multiple logistic analysis วิเคราะห์เปรียบเทียบโดยใช้ One Way ANOVA และ Chi-square ผลการวิจัยพบว่าพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนภายใต้การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อยู่ในระดับปานกลางพฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพส่วนใหญ่ไปใช้บริการที่สถานอนามัย รองลงมาคือโรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลศูนย์ ส่วนการรักษากับแพทย์พื้นบ้านไปใช้บริการน้อยที่สุดปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพได้แก่ อายุ ค่านิยมเกี่ยวกับสุขภาพและการเจ็บป่วย คุณภาพบริการ การรับรู้ความสามารถแห่งตนในการดูแลสุขภาพและการรับรู้แรงสนับสนุนทางสังคม โดยปัจจัยทั้งหมดสามารถอธิบายพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพได้ร้อยละ 32.9ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา ประเภทของการประกันสุขภาพ ค่านิยมเกี่ยวกับสุขภาพการเจ็บป่วย การรับรู้สิทธิของผู้ใช้บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า การรับรู้สิทธิของกลุ่มข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ การได้รับข้อมูลข่าวสาร ความต้องการด้านสุขภาพ คุณภาพบริการ และการเข้าถึงบริการสุขภาพเปรียบเทียบพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ จำแนกตามประเภทการประกันสุขภาพ พบว่า กลุ่มที่มีบัตรประกันสุขภาพต่างกัน มีพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยกลุ่มข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ มีพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพมากกว่า กลุ่มที่มีบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า และกลุ่มที่มีบัตรประกันสังคมเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพ จำแนกตามประเภทการประกันสุขภาพ พบว่า กลุ่มที่มีบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าใช้บริการที่สถานีอนามัยและโรงพยาบาลชุมชน มากกว่าที่มีบัตรประกันสังคมและกลุ่มข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และกลุ่มข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ ใช้บริการที่โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลศูนย์ มากกว่าผู้ใช้บัตรประกันสังคมและบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .00

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

The purposes of this descriptive research were to study factors influencing health promoting behavior and health utilization behavior among people under the universal coverage project in the southern region. The sample comprised of 1200 people who were drawn by multistage sampling technique from suratthani, pang-nga, trang and yala province respectively. The instruments consisted of indepth-interview form, focus group form and questionnaire which were passed the quality examination by the expert and field try out. The reliability of questionnaires were 0.69-0.91. The qualitative data was analyzed by content analysis, the quantitative data were analyzed by descriptive statistics, Multiple regression analysis, Multiple logistic analysis, ANOVA and Chi-square test. The results were as follows: 1. Health promoting behavior among people under the universal coverage project was fair level. 2. Health utilization behavior, most of the sample used health center and general hospital. Folk medicine was not popular for the sample. 3. Factors related to health promotion behavior were age, health value, quality of care, self efficacy and social support. The variance explanation of all factors was 32.9 4. Factors related to health utilization behavior were sex, education, type of insurance ,health need, perceived of right of universal coverage, perceived of right of government official . health information, health need, quality of care and health service accessibility. 5. The comparison of health promoting behavior revealed that the sample of government official group had more health promoting behavior than universal coverage group and social security group. 6. The comparison of health utilization behavior revealed that the sample of universal coverage group had more used health service at health center and community hospital than government official group and social security group. The sample of government officer /private corporation group had more used health service at general hospital than the sample of social security and universal coverage group.

บรรณานุกรม :