ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การทดลองโครงข่ายเข้าถึงข้อมูลแสงที่อัตราบิตข้อมูล 10 กิกะบิตต่อวินาที ด้วยระยะทางไกลและผู้รับบริการจำนวนมาก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทดลองโครงข่ายเข้าถึงข้อมูลแสงที่อัตราบิตข้อมูล 10 กิกะบิตต่อวินาที ด้วยระยะทางไกลและผู้รับบริการจำนวนมาก
นักวิจัย : บุษรา บริบูรณ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ดวงฤดี วรสุชีพ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45659
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอการประกอบโครงข่ายเข้าถึงข้อมูลแสง (Optical Access Network) ที่อัตราบิตข้อมูล 10 Gb/s ตามมาตรฐาน ITU-T G.987 โดยส่งข้อมูลขาลง (Downstream) ที่ช่วงความยาวคลื่นแสง 1550 nm จุดประสงค์เพื่อมีระยะทางไกลสุดเท่ากับ 62 Km และมีจำนวนผู้รับบริการทั้งหมด 256 ผู้รับบริการ เพราะฉะนั้นจึงวิเคราะห์งบกำลัง (Power Budget) และงบเวลาขาขึ้น (Rise-Time Budget) ซึ่งจะพิจารณาข้อจำกัดจากกำลังสูญเสียทั้งหมด (Total Loss) และการถ่างออกของสัญญาณในเทอมเวลา (Pulse Broadening Time) อันเนื่องมาจากโครมาติกดิสเพอร์ชัน (Chromatic Dispersion) วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ใช้ตัวส่งสัญญาณแสง 2 ชนิด คือ ตัวส่งสัญญาณแสงแบบมอดูเลตด้วยการดูดกลืนคลื่นไฟฟ้า (Electro-Absorption Modulation Laser, EML) ที่มีค่าอัตราส่วนเอ็กซ์ทิงชัน (Extinction Ratio, ER) เท่ากับ 8.69 dB และตัวส่งสัญญาณแสงแบบมัค-เซนเดอร์ (Mach-Zehnder Modulation Transmitter, MZM Transmitter) ที่มีค่าอัตราส่วนเอ็กซ์ทิงชันเท่ากับ 11.18 dB และ 15.17 dB โดยจะพิจารณาค่าอัตราความผิดพลาดบิต (Bit Error Rate, BER) ที่ค่าอัตราส่วนเอ็กซ์ทิงชันแตกต่างกัน ทั้งนี้ยังพิจารณาค่าอัตราความผิดพลาดบิตใน 4 กรณีต่างๆ ดังนี้ (1) กรณีวนซ้ำกลับ (Loopback), (2) กรณีเส้นใยแก้วนำแสงชนิดโหมดเดียวมาตรฐาน (Standard Single Mode Fiber, SSMF) ระยะทางไกล 60 Km ทำให้ค่าอัตราความผิดพลาดบิตแย่ลง มีผลกระทบมาจากโครมาติกดิสเพอร์ชัน, (3) กรณีเส้นใยแก้วนำแสงชนิดโหมดเดียวมาตรฐานระยะทางไกล 62 Km และแทรกตัวขยายอีดีเอฟเอ (Erbium Doped-Fiber Amplifier, EDFA) เพื่อเพิ่มงบกำลังในโครงข่าย ทำให้ค่าอัตราความผิดพลาดบิตแย่ลงเช่นเดียวกัน มีผลกระทบมาจากสัญญาณรบกวนเอเอสอี (Amplified Spontaneous Emission Noise, ASE Noise) และ (4) กรณีเส้นใยแก้วนำแสงชนิดโหมดเดียวมาตรฐานระยะทางไกล 62 Km แทรกตัวขยายอีดีเอฟเอและตัวกรองสัญญาณเฉพาะย่านความถี่แสงแบบปรับได้ (Tunable Optical Band Pass Filter, TOBPF) เพื่อลดสัญญาณรบกวนเอเอสอีที่เกิดจากตัวขยายอีดีเอฟเอ ทำให้ค่าอัตราความผิดพลาดบิตมีค่าดีขึ้น โดยสรุปคือวิทยานิพนธ์ฉบับนี้สามารถประกอบโครงข่ายเข้าถึงข้อมูลแสงที่อัตราบิตข้อมูล 10 Gb/s โดยส่งสัญญาณผ่านเส้นใยแก้วนำแสงชนิดโหมดเดียวมาตรฐานความยาว 62 Km และมีจำนวนผู้รับบริการทั้งหมด 256 ผู้รับบริการ โดยใช้ตัวขยายอีดีเอฟเอ

บรรณานุกรม :
บุษรา บริบูรณ์ . (2557). การทดลองโครงข่ายเข้าถึงข้อมูลแสงที่อัตราบิตข้อมูล 10 กิกะบิตต่อวินาที ด้วยระยะทางไกลและผู้รับบริการจำนวนมาก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุษรา บริบูรณ์ . 2557. "การทดลองโครงข่ายเข้าถึงข้อมูลแสงที่อัตราบิตข้อมูล 10 กิกะบิตต่อวินาที ด้วยระยะทางไกลและผู้รับบริการจำนวนมาก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุษรา บริบูรณ์ . "การทดลองโครงข่ายเข้าถึงข้อมูลแสงที่อัตราบิตข้อมูล 10 กิกะบิตต่อวินาที ด้วยระยะทางไกลและผู้รับบริการจำนวนมาก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
บุษรา บริบูรณ์ . การทดลองโครงข่ายเข้าถึงข้อมูลแสงที่อัตราบิตข้อมูล 10 กิกะบิตต่อวินาที ด้วยระยะทางไกลและผู้รับบริการจำนวนมาก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.