ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด
นักวิจัย : วีณา ไซก๊วย
คำค้น : Psychometrics -- Equipment and supplies , Coronary heart disease -- Patients , การวัดทางจิตวิทยา -- เครื่องมือและอุปกรณ์ , หลอดเลือดโคโรนารีย์ -- โรค -- ผู้ป่วย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์ , พรรณทิพา ศักดิ์ทอง
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46729
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ทดสอบและเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา 4 ด้าน ได้แก่ ความเป็นไปได้ ความเที่ยง ความตรง และความไวต่อการเปลี่ยนแปลง ของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด (EQ-5D, HUI-2, HUI-3 และ SF-6D) กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยด้วยโรคหัวใจขาดเลือดทุกประเภท ซึ่งเข้ารับการรักษา ณ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน 216 คน ผู้ป่วยจะถูกประเมินสภาวะสุขภาพ 2 ครั้ง โดยใช้แบบสอบถาม 4 ฉบับ ได้แก่ EQ-5D, Health Utilities Index (นำไปคิดเป็นคะแนน HUI-2 และ HUI-3), SF-12v2 (นำไปคิดเป็นคะแนน SF-6D) และ MacNew และประเมินระดับความรุนแรงของโรคหัวใจขาดเลือดด้วยแบบประเมิน Specific Activity Scale การประเมินสุขภาพครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อแพทย์นัดพบผู้ป่วยครั้งถัดไป ผู้วิจัยจะถามคำถามเพื่อให้ผู้ป่วยประเมินการเปลี่ยนแปลงของสภาวะสุขภาพด้วยตนเอง ผลการศึกษาพบว่า ความเป็นไปได้ของการใช้เครื่องมือ ประเมินจากเวลาที่ใช้ในการตอบแบบสอบถาม เครื่องมือ EQ-5D ใช้เวลาน้อยที่สุด ด้านการตอบไม่ครบ พบเฉพาะในเครื่องมือ HUI-2 และ HUI-3 (น้อยกว่า 5%) และผลการตอบค่าสูงสุด พบเฉพาะเครื่องมือ EQ-5D ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน (33.3%) ด้านความเที่ยงจากการทดสอบซ้ำ เครื่องมือ EQ-5D, HUI-2 และ HUI-3 มีความคงที่อยู่ในเกณฑ์สูงพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างชั้นคะแนน (0.798-0.896) ในขณะที่เครื่องมือ SF-6D มีค่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง (0.709) ด้านความตรงเชิงลู่เข้า พบว่าเครื่องมือ SF-6D มีความสัมพันธ์กับทุกมิติของแบบสอบถาม SF-12 และ MacNew ในระดับที่สูง (สหสัมพันธ์อันดับของสเปียร์แมน, rho > 0.5, p < 0.01) ส่วนเครื่องมืออื่นๆ มีความสัมพันธ์ระดับปานกลางถึงสูง ด้านความตรงจากการเทียบกับกลุ่มที่รู้ พบว่าเครื่องมือทั้งสี่สามารถจำแนกผู้ป่วยที่มีระดับความรุนแรงของโรคหัวใจขาดเลือดต่างกันได้ (การทดสอบครูสแคล-วอลลิส, p < 0.001) และสุดท้ายด้านความไวต่อการเปลี่ยนแปลง พบว่าเครื่องมือ SF-6D มีความไวต่ำที่สุดประเมินจากขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับต่ำ (น้อยกว่า 0.2) จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า EQ-5D เป็นเครื่องมือที่มีคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาเหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีคุณสมบัติด้านความเที่ยงและความตรงอยู่ในเกณฑ์ดี และมีคุณสมบัติด้านความไวต่อการเปลี่ยนแปลงสุขภาพเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการศึกษานี้ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการประเมินความไวของเครื่องมือ ดังนั้น ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันคุณสมบัตินี้

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

บรรณานุกรม :
วีณา ไซก๊วย . (2554). การเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วีณา ไซก๊วย . 2554. "การเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วีณา ไซก๊วย . "การเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
วีณา ไซก๊วย . การเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.