ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาจากการใช้ยาควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายไต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาจากการใช้ยาควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายไต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : สิรีนุช ศรีสัตยเสถียร
คำค้น : Drug utilization , Kidneys -- Transplantation , Heart -- Diseases , ไต -- การปลูกถ่าย , การใช้ยา , หัวใจ -- โรค
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์ , สมฤทัย วัชราวิวัฒน์ , วันชัย ตรียะประเสริฐ
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44849
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความชุกและประเภทของปัญหาจากการใช้ยาที่ใช้ควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และยาที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้น ในผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่รอรับการปลูกถ่ายไต วิธีการศึกษา: การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ทำการศึกษาที่คลินิกก่อนการปลูกถ่ายไต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เก็บข้อมูลที่จุดเวลาหนึ่ง (cross-sectional study) ในผู้ป่วยที่อยู่ในรายชื่อรอรับการปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทุกคน ซึ่งมีนัดตรวจประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนการปลูกถ่ายไตตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 ถึง กุมภาพันธ์ 2555 เภสัชกรจะเก็บข้อมูลความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และประเมินว่าผู้ป่วยมีปัญหาจากการใช้ยาที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ปัญหาจากการใช้ยาที่พบถูกจัดแบ่งประเภทโดยใช้เกณฑ์ของ Cipolle และคณะ และยืนยันความถูกต้องโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญภายนอก ผลการศึกษา: จากผู้ป่วยทั้งหมด 112 คน พบปัญหาจากการใช้ยาเพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยจำนวน 106 คน (ร้อยละ 94.64) พบจำนวนปัญหาทั้งหมด 229 ปัญหา ปัญหาที่พบบ่อยคือ ปัญหาขนาดของยาต่ำเกินไป (ร้อยละ 28.38) ปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยา (ร้อยละ 21.40) และปัญหาความต้องการการรักษาด้วยยาเพิ่มเติม (ร้อยละ 19.21) รายการยาที่พบบ่อยที่สุดว่ามีความสัมพันธ์กับปัญหาจากการใช้ยาที่พบในแต่ละปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด คือ furosemide (ร้อยละ 25) สำหรับควบคุมความดันสูง erythropoiesis-stimulating agents (ร้อยละ 65.17) สำหรับควบคุมภาวะเลือดจาง insulin (ร้อยละ 100) สำหรับควบคุมเบาหวาน simvastatin (ร้อยละ 37.5) สำหรับควบคุมภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และ Calcium-based phosphate binders (ร้อยละ 43.30) สำหรับควบคุมความผิดปกติของสมดุลแร่ธาตุและกระดูก สรุปผลการศึกษา: ผู้ป่วยเกือบทุกคนที่รอรับการปลูกถ่ายไตมีปัญหาจากการใช้ยาเพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และพบปัญหาประมาณ 2 ปัญหาต่อผู้ป่วยหนึ่งคน

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

บรรณานุกรม :
สิรีนุช ศรีสัตยเสถียร . (2555). ปัญหาจากการใช้ยาควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายไต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิรีนุช ศรีสัตยเสถียร . 2555. "ปัญหาจากการใช้ยาควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายไต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิรีนุช ศรีสัตยเสถียร . "ปัญหาจากการใช้ยาควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายไต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
สิรีนุช ศรีสัตยเสถียร . ปัญหาจากการใช้ยาควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายไต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.