ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ฤทธิ์ขับปัสสาวะของชากระเจี๊ยบและหญ้าหวานเทียบกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ฤทธิ์ขับปัสสาวะของชากระเจี๊ยบและหญ้าหวานเทียบกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : ศศิธร แสงเนตร
คำค้น : เบาหวาน -- การรักษาด้วยยา , เบาหวาน -- ผู้ป่วย , ความดันเลือดสูง -- การรักษาด้วยยา , กระเจี๊ยบ , หญ้าหวาน , Diabetes , Diabetics , Hypertension , Roselle , Stevia
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ธิติมา วัฒนวิจิตรกุล , สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36764
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบฤทธิ์ขับปัสสาวะและผลการลดความดันโลหิตของชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานกับ ยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (Hydrochlorothiazide: HCTZ) ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูง วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาแบบข้ามกลุ่มการรักษา เชิงสุ่มและไม่ปกปิดการรักษาทั้งสองข้าง ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการศึกษาจำนวน 22 คน ถูกแบ่งกลุ่มการรักษาด้วยการสุ่มแบบปกปิด ให้ได้รับชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวาน (ซองละ 2/0.2 กรัม) 2 ซองต่อวัน หรือ ยา HCTZ 25 มก. วันละ 1 ครั้ง นาน 30 วัน จากนั้นหยุดให้การรักษา 7 วัน แล้วสลับการรักษาในแต่ละกลุ่มต่ออีก 30 วันมีการประเมินฤทธิ์ขับปัสสาวะจากปริมาณโซเดียมที่ขับออกทางปัสสาวะและจากปริมาตรปัสสาวะภายใน 24 ชม.และประเมินผลการลดความดันโลหิตจากความดันโลหิตขณะวัดที่บ้านหลังได้รับการรักษาแต่ละช่วง ผลการศึกษา เมื่อได้รับการรักษานาน 30 วันพบว่าทั้งชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานกับยา HCTZ ลดปริมาณโซเดียมที่ขับออกทางปัสสาวะอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) (จาก 157.1±87.5 เป็น 151.8±58.5 มิลลิอิควิวาเลนท์/วัน หลังดื่มชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวาน; เป็น 135.9±88.1 มิลลิอิควิวาเลนท์/วัน หลังได้รับยา HCTZ) และลดปริมาตรปัสสาวะภายใน 24 ชม.อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) (จาก 1,709.5±935.6 เป็น 1,608.2±721.7มล.หลังดื่มชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวาน; เป็น1669.1 ± 732.8 มล.หลังได้รับยา HCTZ ) เมื่อเปรียบเทียบผลขับปัสสาวะของชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานกับยา HCTZ พบว่าไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนค่าความดันโลหิตเฉลี่ยทั้งขณะหัวใจบีบตัวและคลายตัวหลังได้รับชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานและยา HCTZ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับค่าเริ่มต้น โดยลดจาก 144.5±7.6/81.3±8.9 เป็น 139.2±9.8/78.5±9.6 และ 129.0±10.9/74.4±8.5 มม.ปรอท ตามลำดับ (p<0.05) ความดันโลหิตที่ลดลงหลังการดื่มชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานน้อยกว่าหลังการกินยา HCTZ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (-5.2±8.6/-2.8±8.6 และ -15.5±9.1/-6.9±5.7 มม.ปรอท; p<0.05) ไม่มีผู้ป่วยออกจากการศึกษาเนื่องจากอาการไม่พึงประสงค์จากชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานหรือยา HCTZ สรุปการศึกษา การศึกษาครั้งนี้ไม่พบผลการขับปัสสาวะของทั้งชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานและยา HCTZ หลังให้นาน 30 วัน ชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานสามารถลดความดันโลหิตในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูงแต่ลดได้น้อยกว่ายา HCTZ ความดันโลหิตที่ลดลงหลังจากการได้รับชากระเจี๊ยบ-หญ้าหวานและยา HCTZ อาจมีกลไกอย่างอื่นนอกจากฤทธิ์การขับปัสสาวะ

บรรณานุกรม :
ศศิธร แสงเนตร . (2554). ฤทธิ์ขับปัสสาวะของชากระเจี๊ยบและหญ้าหวานเทียบกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศศิธร แสงเนตร . 2554. "ฤทธิ์ขับปัสสาวะของชากระเจี๊ยบและหญ้าหวานเทียบกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศศิธร แสงเนตร . "ฤทธิ์ขับปัสสาวะของชากระเจี๊ยบและหญ้าหวานเทียบกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
ศศิธร แสงเนตร . ฤทธิ์ขับปัสสาวะของชากระเจี๊ยบและหญ้าหวานเทียบกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.