ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษาเมืองเรณูนคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษาเมืองเรณูนคร
นักวิจัย : วิลาวัณย์ เอื้อวงศ์กูล
คำค้น : เมือง -- การเจริญเติบโต -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม , การเปลี่ยนแปลงทางสังคม , ชุมชน , การตั้งถิ่นฐาน -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ขวัญสรวง อติโพธิ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743347976 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12970
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์ประกอบทางสังคมเป็นสิ่งที่จะขาดไม่ได้ในความหมายของคำว่า "เมือง" และในองค์ประกอบทางสังคมดังกล่าวย่อมหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงลักษณะทางวัฒนธรรมไปไม่ได้เช่นกัน ความสำคัญของการศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งศึกษาและทำความเข้าใจในพัฒนาการของเมืองที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรม โดยกำหนดพื้นที่ในการศึกษา คือ เมืองเรณูนคร เนื่องจากมีเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็น "ผู้ไท" การศึกษาครั้งนี้ได้พิจารณาองค์ประกอบของเมืองที่แวดล้อมทั้งด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ และลักษณะทางกายภาพ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับภูมิภาคและส่งผลเชื่อมโยงถึงระดับชุมชนและระดับครัวเรือนของเมืองเรณูนคร ในการศึกษาได้แบ่งพัฒนาการของพื้นที่ศึกษาออกเป็น 3 ยุค คือ ในยุคดั้งเดิม (พ.ศ. 2387-2446) ระบบการปกครองตามธรรมเนียมลาวโบราณทำให้เมืองเรณูนครอยู่ในฐานะเมืองขึ้นที่ต้องส่งส่วยให้เมืองหลวงทุกปี เศรษฐกิจและสภาพสังคมที่เป็นระบบปิดส่งผลให้ชุมชนยึดถือและปฏิบัติตามประเพณีฮีต 12 คลอง 14 และเชื่อในเรื่องพุทธและผีตามวิถีความเป็นผู้ไทอย่างเคร่งครัด เมื่อก้าวสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลง (พ.ศ. 2447-2488) นโยบายการรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางส่งผลให้เกิดการพัฒนาไปทั่วประเทศ พื้นที่เมืองเรณูนครขยายตัวมากขึ้นและเปิดตัวเองสู่สังคมภายนอกทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่เนื่องจากอิทธิพลของสื่อและแรงกระตุ้นจากภายนอกที่ยังไม่รุนแรง ชุมชนเมืองเรณูนครจึงยังไม่ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงในทันที วัฒนธรรมความเชื่อและประเพณีที่เคยยึดถือจึงยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของคนในสังคมอยู่มาก จนเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน (พ.ศ. 2489-2542) ลักษณะทางกายภาพของเมืองเรณูนครเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโครงข่ายคมนาคมซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้เกิดความมั่นคงของชาติ ส่งผลให้เกิดระบบสังคมแบบเปิดและสภาพเศรษฐกิจที่เป็นการค้ามากขึ้น กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ประเพณีความเชื่อและศาสนาแต่หมายรวมถึงวิถีชีวิตของชุมชนได้ถูกปรับเปลี่ยนจากที่เคยเรียบง่ายมาสู่ระบบสังคมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ การใช้พื้นที่เมืองตลอดจนวิถีชีวิตของคนเมืองเรณูนครไปด้วย พัฒนาการของเมืองเรณูนครที่เกิดขึ้นได้สะท้อนให้เห็นรูปแบบวัฒนธรรมใหม่ในการดำเนินชีวิตที่มุ่งหาความเป็นส่วนตัวหรือกระแสปัจเจกมากกว่าวัฒนธรรมร่วมที่เคยยึดถือปฏิบัติในระดับชุมชน จากการศึกษา พบว่า การจะรักษาวัฒนธรรมชุมชนใหยั่งยืนควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองจะต้องไม่มองวัฒนธรรมว่าเป็นสิ่งที่หยุดนิ่ง การใช้พื้นที่เมืองเพื่อให้เกิดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ไม่ควรกระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่งจนเกินไป ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นควรมีบทบาทและมีการใช้ประโยชน์พื้อนที่อย่างเต็มที่ ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการกำหนดหรือควบคุมกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในความเหมาะสมและสอดคล้องกับวัฒนธรรมเดิมของท้องถิ่น นอกจากนี้ การปรับระบบคิดโดยมองการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมและเปิดโอกานให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองจะนำไปสู่การพัฒนาที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมชุมชนโดยแท้จริง

บรรณานุกรม :
วิลาวัณย์ เอื้อวงศ์กูล . (2542). ความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษาเมืองเรณูนคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิลาวัณย์ เอื้อวงศ์กูล . 2542. "ความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษาเมืองเรณูนคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิลาวัณย์ เอื้อวงศ์กูล . "ความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษาเมืองเรณูนคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
วิลาวัณย์ เอื้อวงศ์กูล . ความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษาเมืองเรณูนคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.