ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การให้บริการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน หลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การให้บริการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน หลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม
นักวิจัย : ทิพวัลย์ นันชัย
คำค้น : ผู้ป่วย -- การดูแล , ลิ้นหัวใจเทียม , วาร์ฟาริน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อภิฤดี เหมะจุฑา , สุปรีชา ธนะมัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9766378503 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12806
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

ศึกษาการให้บริการของเภสัชกรเพิ่มเป็นส่วนหนึ่ง ในการบริการติดตามผู้ป่วยผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียมที่ใช้ยาวาร์ฟาริน ว่าจะสามารถควบคุมให้ค่า International Normalized Ratio (INR) อยู่ในช่วงที่เหมาะสมคือ มีค่าเท่ากับ 2-2.5 (ค่ามาตรฐานของโรงพยาบาลราชวิถี) ได้แตกต่างกว่าบริการปกติหรือไม่ รวมทั้งเปรียบเทียบผลของการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หรือการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ เก็บข้อมูลในผู้ป่วยที่ผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม ซึ่งมารับบริการที่คลินิกศัลยกรรมโรคหัวใจที่โรงพยาบาลราชวิถี ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2539 จนถึงเดือนตุลาคม 2540 แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม โดยการสุ่มตัวอย่าง เป็นผู้ป่วยกลุ่มควบคุม ซึ่งได้รับบริการตามปกติ และผู้ป่วยในกลุ่มศึกษา ซึ่งได้รับบริการเพิ่มจากเภสัชกรในการให้ความรู้และติดตามดูแลผู้ป่วย มีผู้ป่วยรวม 21 คนที่ไม่มารับบริการหลังการคัดเลือกผู้ป่วย ผู้ป่วยในกลุ่มศึกษามีจำนวน 74 คน และ 71 คน ในกลุ่มควบคุม ดำเนินการติดตามผลการรักษาทั้งหมด 3 ครั้ง ผลการศึกษาพบว่า จำนวนผู้ป่วยในกลุ่มศึกษาที่สามารถควบคุมให้ค่า INR อยู่ในช่วงของการรักษาไม่แตกต่างกับผู้ป่วยในกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการติดตามผลแต่ละครั้ง จำนวนผู้ป่วยที่มีค่า INR อยู่ในช่วงของการรักษาในผู้ป่วยกลุ่มศึกษามี 14 ราย (18.9%), 17 ราย (23.6%) และ 13 ราย (19.4%) ในการติดตามผลแต่ละครั้งตามลำดับ และ 8 ราย (11.3%), 14 ราย (22.2%) และ 15 ราย (28.3%) ตามลำดับในผู้ป่วยกลุ่มควบคุม พบผู้ป่วยมากกว่า 50% ของทั้งสองกลุ่มที่มีค่า INR ต่ำกว่าช่วงของการรักษา ผู้ป่วยในกลุ่มศึกษาจำนวน 2 คนที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (แบบชั่วคราว) และไม่พบในผู้ป่วยกลุ่มควบคุม (ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ) จากการติดตามผลการรักษาทั้ง 3 ครั้งพบปัญหาการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติแบบไม่รุนแรง ในผู้ป่วยทั้งสองกลุ่ม ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มศึกษาพบได้มากกว่า โดยมีเภสัชกรเป็นผู้ค้นพบ และรายงานปัญหาในการติดตามผลการรักษาแต่ละครั้ง (4, 5 และ 12 เหตุการณ์ตามลำดับครั้งในการติดตามผลในผู้ป่วยกลุ่มศึกษาและ 1, 1 และ 1 เหตุการณ์ตามลำดับในผู้ป่วยกลุ่มควบคุม) อย่างไรก็ตามสามารถค้นพบปัญหาที่เกิดจากการใช้ยาวาร์ฟาริน ในผู้ป่วยกลุ่มศึกษาได้มากกว่า ได้แก่ ปัญหาความไม่สามารถใช้ยาได้ตามสั่ง การเกิดอัตรกิริยา และความผิดพลาดจากกระบวนการสั่งและจ่ายยาแก่ผู้ป่วย เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ดำเนินการศึกษาในระยะ 1 ปี มีจำนวนน้อยไม่เพียงพอที่จะแสดงความแตกต่างของประสิทธิผลในการควบคุมให้ค่า INR อยู่ในช่วงของการรักษาในผู้ป่วยที่ผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม โดยเพิ่มการให้บริการของเภสัชกรในการติดตามดูแลและให้ความรู้แก่ผู้ป่วยแต่สามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเภสัชกรในการจำแนกปัญหาการใช้ยาโดยการให้ความรู้เรื่องการใช้แก่ผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน

บรรณานุกรม :
ทิพวัลย์ นันชัย . (2540). การให้บริการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน หลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิพวัลย์ นันชัย . 2540. "การให้บริการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน หลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิพวัลย์ นันชัย . "การให้บริการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน หลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
ทิพวัลย์ นันชัย . การให้บริการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน หลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.