ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาระบบการรับคำสั่งแพทย์ ณ โรงพยาบาลหนองบัวลำภู

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาระบบการรับคำสั่งแพทย์ ณ โรงพยาบาลหนองบัวลำภู
นักวิจัย : อังกูร ภาวสุทธิไพศิฐ
คำค้น : การสื่อสารทางการแพทย์ , โรงพยาบาล -- ระบบการจ่ายยา , เภสัชกรรมของโรงพยาบาล , ยา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อภิฤดี เหมะจุฑา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746382047 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12535
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

การกระจายยาที่ขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลยังคงเป็นปัญหาที่พบในหลายโรงพยาบาล ความคลาดเคลื่อนในการคัดลอกเป็นปัญหาหลักอย่างหนึ่งในการดูแลผู้ป่วย ดังนั้นการพัฒนาระบบการรับคำสั่งแพทย์ที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภูนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการคัดลอกและเพิ่มประสิทธิภาพในระบบดังกล่าว โดยดำเนินการระหว่างเดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2540 ถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 การวิจัยในครั้งนี้ได้ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาระบบในการรับคำสั่งเดิมที่ตึกอายุรกรรม หลังจากการสัมภาษณ์และสังเกตขั้นตอนการทำงานและเวลาที่ใช้ในการรับคำสั่งแพทย์ของพยาบาล 3 ราย หลังจากนั้น ทำการเก็บข้อมูลแบบย้อนหลังโดยเทียบเอกสารแจ้งยอดชำระเงินจำนวน 506 ใบ กับใบคำสั่งแพทย์ พบความคลาดเคลื่อน 404 รายการจากทั้งหมด 8,050 รายการ (ร้อยละ 5.01) ซึ่ง 185 รายการ (ร้อยละ 2.26) อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อผลการรักษาผู้ป่วย นอกจากนี้ระบบดังกล่าวทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองเวลาของฝ่ายพยาบาลและฝ่ายเภสัชกรรมต้องคัดลอกเอกสารจำนวน 7 ชิ้น นอกจากนั้นจากการเก็บข้อมูลจากยาเม็ดที่ได้รับคืนแต่ละสัปดาห์เป็นเวลา 1 เดือน พบว่าปริมาณยาเม็ดที่ได้รับคืนจากหอผู้ป่วยในแต่ละสัปดาห์เฉลี่ย 1,547 เม็ด (มูลค่า 3,140 บาท) จากแบบบันทึกการตรวจสอบรายการยาสำรองในหอผู้ป่วยประจำสัปดาห์พบว่าปริมาณยาฉีดที่ใช้ไปแต่ไม่ได้มีการบันทึกลงเอกสารแจ้งยอดชำระเงินของผู้ป่วยเพื่อเบิกยาคืนเป็นจำนวน 17.5+-6.5 หลอด/ขวด/สัปดาห์ (มูลค่า 1,709 บาท) ส่วนเวลาทั้งหมดที่ใช้ในการรับคำสั่งแพทย์เฉลี่ยต่อผู้ป่วยหนึ่งรายเท่ากับ 6.56 นาที ระบบใหม่ออกแบบโดยใช้ 4 กลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งได้แก่ 1. เภสัชกรเป็นผู้รับคำสั่งแพทย์แทนพยาบาล 2. ประยุกต์โปรแกรมจ่ายยาผู้ป่วยนอก 3. การประสานงานระหว่างฝ่ายการพยาบาลและฝ่ายเภสัชกรรม 4. การพัฒนาระบบการควบคุมยาบนหอผู้ป่วย หลังจากทำการทดลองระบบใหม่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนเก็บข้อมูลแบบไปข้างหน้า การคัดลอกคำสั่งแพทย์ โดยเปรียบเทียบเอกสารแจ้งยอดชำระเงิน 1,158 ใบ กับคำสั่งแพทย์พบความคลาดเคลื่อน 7 รายการ (ร้อยละ 0.034) จากการคัดลอกทั้งหมด 20,713 รายการ ซึ่งความคลาดเคลื่อน 3 รายการ (ร้อยละ 0.014) อาจส่งผลโดยตรงต่อผลการรักษาผู้ป่วย การรับคำสั่งแพทย์ระบบใหม่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยแสดงให้เห็นด้วยความสามารถในการลดจำนวนรายการที่ต้องคัดลอกจากระบบเดิมได้ร้อยละ 62.67 ขอจำนวนรายการทั้งหมด ปริมาณยาเม็ดที่ได้รับคืนจากหอผู้ป่วยในแต่ละสัปดาห์ลดลงเหลือเฉลี่ย 354 เม็ด (มูลค่า 306 บาท) จากแบบบันทึกการตรวจสอบรายการยาสำรองในหอผู้ป่วยประจำสัปดาห์พบว่าปริมาณยาฉีดที่ใช้ไปแต่ไม่ได้มีการบันทึกลงเอกสารแจ้งยอดขำระเงินของผู้ป่วยเพื่อเบิกยาคืน 7.1 + 5.6 หลอด/ขวด/สัปดาห์ (มูลค่า 419 บาท) เวลาทั้งหมดที่ใช้ในการรับคำสั่งเฉลี่ยต่อผู้ป่วยหนึ่งรายเท่ากับ 5.10 นาที ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้เภสัชกรเพื่อเป็นบุคลากรหลักในระบบที่ได้รับการออกแบบให้เป็นระบบประสานงานร่วมกับการใช้คอมพิวเตอร์ในการรับคำสั่งแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรณานุกรม :
อังกูร ภาวสุทธิไพศิฐ . (2540). การพัฒนาระบบการรับคำสั่งแพทย์ ณ โรงพยาบาลหนองบัวลำภู.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อังกูร ภาวสุทธิไพศิฐ . 2540. "การพัฒนาระบบการรับคำสั่งแพทย์ ณ โรงพยาบาลหนองบัวลำภู".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อังกูร ภาวสุทธิไพศิฐ . "การพัฒนาระบบการรับคำสั่งแพทย์ ณ โรงพยาบาลหนองบัวลำภู."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
อังกูร ภาวสุทธิไพศิฐ . การพัฒนาระบบการรับคำสั่งแพทย์ ณ โรงพยาบาลหนองบัวลำภู. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.