ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับปรุงสมบัติการดูดซับอนุภาคประจุของโลหะ ของกากมันสำปะหลังโดยการดัดแปรด้วยกรดซิตริก เพื่อพัฒนาเป็น ion exchange resin

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับปรุงสมบัติการดูดซับอนุภาคประจุของโลหะ ของกากมันสำปะหลังโดยการดัดแปรด้วยกรดซิตริก เพื่อพัฒนาเป็น ion exchange resin
นักวิจัย : กล้าณรงค์ ศรีรอต , กุลฤดี แสงสีทอง , Klanarong Sriroth , Kulruedee Sangseethong
คำค้น : Biological sciences , Cassava pulp , Cassava starch manufacturing , Cation exchange resin , Citric acid , Plant biotechnology , Plant biotechnology and related agricultural science , กรดซิตริก , กากม้นสำปะหลัง , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , แป้งมันสำะปะหลัง
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/12670
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก โดยในระหว่างกระบวนการผลิตจะมีกากมันซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิตเกิดขึ้นอย่างน้อยปีละ 1-1.5 ล้านตัน ในปัจจุบันการใช้ประโยชน์จากกากมันยังไม่มีการพัฒนาอย่างเต็มที่ ทำให้กากมันมีมูลค่าค่อนข้างต่ำ และยังเหลือทิ้งเป็นของเสียที่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การพัฒนาวิธีการดัดแปรเพื่อปรับเปลี่ยนคุณสมบัติและเพิ่มความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ของกากมันนับเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของกากมันแล้ว ยังช่วยลดปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมด้วย งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายหลักในการศึกษาผลของการดัดแปรกากมันด้วยกรดซิตริก และหาสภาวะในการทำปฏิกิริยาที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซับอนุภาคประจุของโลหะโดยกากมัน ตลอดจนศึกษาถึงสมบัติทางด้านเคมี-กายภาพที่เกี่ยวข้องกับการนำไปใช้ประโยชน์ของกากมันดัดแปรที่เตรียมขึ้น ซึ่งผลการศึกษาจากงานวิจัยนี้สามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต cation exchange resin จากกากมันได้

Thailand is one of the world-leading producers of cassava starch. During the production of cassava starch, a large quantity of cassava pulp (approximately 1-1.5 million tons/year) is generated as solid waste. This low-value cassava pulp is currently underutilized. Large amount of cassava pulp left in the factories' area spoils rapidly, causing an environmental problem. The development of techniques to alter the properties of the pulp and improve its utilization is very important. This will not only increase the value of cassava pulp but it will also diminish the possible pollution problem caused by the rotten uplp. The intent of the proposed research is to study the effect of citric acid on the metal adsorption prop[erties of cassava pulp. Factors such as time, temperature and reagent concentration will be studied. The properties of modified cassava pulp will be characterized. The results from this study will serve as the fundamental knowledge that could be used in developing technology for the production of cation exchange resin from cassava pulp.

บรรณานุกรม :
กล้าณรงค์ ศรีรอต , กุลฤดี แสงสีทอง , Klanarong Sriroth , Kulruedee Sangseethong . (2547). การปรับปรุงสมบัติการดูดซับอนุภาคประจุของโลหะ ของกากมันสำปะหลังโดยการดัดแปรด้วยกรดซิตริก เพื่อพัฒนาเป็น ion exchange resin.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
กล้าณรงค์ ศรีรอต , กุลฤดี แสงสีทอง , Klanarong Sriroth , Kulruedee Sangseethong . 2547. "การปรับปรุงสมบัติการดูดซับอนุภาคประจุของโลหะ ของกากมันสำปะหลังโดยการดัดแปรด้วยกรดซิตริก เพื่อพัฒนาเป็น ion exchange resin".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
กล้าณรงค์ ศรีรอต , กุลฤดี แสงสีทอง , Klanarong Sriroth , Kulruedee Sangseethong . "การปรับปรุงสมบัติการดูดซับอนุภาคประจุของโลหะ ของกากมันสำปะหลังโดยการดัดแปรด้วยกรดซิตริก เพื่อพัฒนาเป็น ion exchange resin."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2547. Print.
กล้าณรงค์ ศรีรอต , กุลฤดี แสงสีทอง , Klanarong Sriroth , Kulruedee Sangseethong . การปรับปรุงสมบัติการดูดซับอนุภาคประจุของโลหะ ของกากมันสำปะหลังโดยการดัดแปรด้วยกรดซิตริก เพื่อพัฒนาเป็น ion exchange resin. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2547.