ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายงานการศึกษาผลกระทบและประเด็นข้อกฎหมายอันเกิดจาก การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รายงานการศึกษาผลกระทบและประเด็นข้อกฎหมายอันเกิดจาก การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID
นักวิจัย : ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล , ชัยชนะ มิตรพันธ์ , ชั่งทอง โอภาสสิริวิทย์ , ทวีศักดิ์ กออนันตกูล , ปรัชณี เรืองขนาบ , พรพักตร์ สถิตเวโรจน์ , พากเพียร สุนทรสิต , ภัทรวรรณ จารุมิลินท , สุรางคณา วายุภาพ , เธียรชัย ณ นคร , เสน่ห์ สายวงศ์ , ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ , กนกอร ฉวาง
คำค้น : Data protection , Privacy , RFID , ผลกระทบ , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ , สิทธิความเป็นส่วนตัว , สิทธิส่วนบุคคล , อาร์เอฟไอดี
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/10615
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

"ด้วยการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้นั้น มีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนขึ้น และนับวันยิ่งจะเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำการศึกษาล่วงหน้าถึงประเด็นผลกระทบจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม จะต้องคำนึงถึง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไปพร้อมกันด้วย ทั้งนี้ เมื่อศึกษาปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้งาน RFID จากประเทศซึ่งมีการใช้ RFID อย่างแพร่หลายแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา และยุโรป ก็พบว่า ประเทศเหล่านั้น ได้พยายามแก้ปัญหาหรือผลกระทบด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security) และผลกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัว (Privacy) ในข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) การนำ RFID ไปประยุกต์ใช้แล้ว มีความเชื่อมโยงไปยังตัวบุคคลหรือข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับกรณีตัวอย่าง ดังต่อไปนี้ การนำไปใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคแบบเป็นรายชิ้น (item level) เช่น การติด RFID ไว้กับสินค้าอุปโภคบริโภคของห้างสรรพสินค้า การนำไปใช้กับระบบเอกสารเพื่อระบุตัวตน (Individual Identification Document) เช่น ระบบหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ E-Passport บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด หรือบัตรเครดิต หรือการนำไปใช้กับเอกสารทางราชการที่ต้องมีการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล จากผลการศึกษาแนวทางในการแก้ปัญหาข้างต้นของหลายๆ ประเทศพบว่า ส่วนใหญ่จะมีการพัฒนาเทคโนโลยี RFID และส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ไปพร้อมกันกับมาตรการในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เช่น การจัดทำแนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน RFID หรือ Privacy Guidelines for RFID User เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการแนะนำแนวทางที่เหมาะสมสำหรับทั้งบุคคลที่เป็นผู้ใช้ RFID โดยตรงและผู้บริโภค ซึ่งมักเป็นบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ RFID โดยอ้อม จากผลการศึกษาปัญหาผลกระทบหรือประเด็นข้อกฎหมายที่เกิดจากการใช้ RFID ผู้วิจัยจึงได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่น่าจะเหมาะสมสำหรับประเทศไทย ดังนี้ 1) การเร่งให้มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายฉบับใดที่ได้กำหนดสิทธิหน้าที่และความรับผิดในข้อมูลส่วนบุคคลของเอกชนเป็นการทั่วไป 2) การสนับสนุนให้หน่วยงานเอกชน สมาคมและบริษัทต่างๆ ที่พัฒนาหรือนำ RFID ไปใช้งาน และการใช้งานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเก็บหรือดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งที่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้โดยตรง หรือสามารถที่จะเชื่อมโยงไปยังข้อมูลส่วนบุคคลด้วยการส่งเสริมให้มีการกำกับดูแลตนเอง (Self-regulation) และร่วมมือกันสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยี ในลักษณะของการจัดทำ code of practice หรือแนวปฏิบัติการดำเนินธุรกิจสำหรับผู้ใช้งาน RFID เพื่อสร้างความเข้าใจและเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีแก่ผู้บริโภค 3) การจัดทำการประเมินผลกระทบต่อความเป็นอยู่ส่วนตัว (Privacy Impact Assessment) ก่อนที่องค์กรใดจะนำ RFID มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่อาจมีความไม่แน่ใจว่า จะมีผลกระทบหรืออาจละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวหรือไม่ จึงควรจัดทำการประเมินผลกระทบต่อความเป็นอยู่ส่วนตัวก่อนการดำเนินการ เพื่อที่องค์กรจะได้หามาตรการในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อันเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป 4) การพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความมั่นคงปลอดภัยทางเทคนิค หรือการแก้ปัญหาในเชิงเทคนิค ถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้ผลิตจะสามารถเป็นผู้กำหนดได้เอง โดยการเพิ่มระบบ Security ลงบนป้ายระบุข้อมูล เช่น วิธีการเข้ารหัสลับ เป็นต้น 5) การสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้บริโภค RFID (Radio Frequency Identification) is a new breakthrough technology and has a tendency to play a significant role in today world society. RFID can be applied to various industries, from using for military purpose to using for an increase in market value of million dollars business such as wholesale, production, supply chain management, logistics, food traceability. However, many countries are starting to increase an awareness regarding the possibility of its impact resulted from a corrupted application , as the remarkable feature of RFID can cause negative impacts. The issues which have been raised are issues related to privacy rights and data protection in the event that RFID tag is attached to the product without the awareness of the customer that the tag is exist, whether such act constitutes a violation. According that the size of RFID tag is very small, thus the customer will neither realize that a tag is attached to the product nor aware that the data contained in such tag are collected. Thus, due to the fact that adopting RFID technology is suppose to increase and play an important role in our daily life, therefore it is crucial to study its impacts focusing on Legal issues occurred from or might arise from applying such Technology. In order that, we can consider the appropriate measure or suggestion to reduce or to prevent the impacts from applying RFID technology in the future."

บรรณานุกรม :