ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายงานผลการศึกษา นโยบายการจดทะเบียนชื่อโดเมนสำหรับประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รายงานผลการศึกษา นโยบายการจดทะเบียนชื่อโดเมนสำหรับประเทศไทย
นักวิจัย : สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ , อนงค์นาฏ ศรีวิหค , กอบกุล สรรพกิจจำนง , จุฑารัตน์ สอทอง , กษม โคตรอาษา , อภิวัฒน์ เปลี่ยนจิตดี , Surasak Sanguanpong , Anongnart Srivihok , Kobkul Sunphakitjumnong , Kasom Koht-Arsa , Apiwat Plianjitdee
คำค้น : Domain Name System , Information system , Information, computing and communication sciences , Internet , Internet domain names , ระบบชื่อโดเมน , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ , สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ , อินเทอร์เน็ต , โดเมนเนม
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/7876
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มต้นมาจากสถาบันการศึกษาและมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ในประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีมาตรการรองรับการบริหารทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต และหนึ่งในทรัพยากรที่สำคัญนั้นก็คือระบบชื่อโดเมน ระบบชื่อโดเมนมีส่วนเกี่ยวพันอย่างมากกับการประกอบธุรกิจ เช่นการใช้ชื่อโดเมนเพื่อการโฆษณาหรือสนับสนุนธุรกิจ หรือแม้แต่การประกอบธุรกิจสร้างผลกำไรจากชื่อโดเมน การศึกษาถึงรายละเอียดเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบชื่อโดเมนในประเทศไทยยังมีน้อยมาก การจัดการและการบริหารระบบชื่อโดเมนในอนาคตจะมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศที่จะส่งผลกระทบกับการบริหารระบบชื่อโดเมนและผลประโยชน์ของประชาคมอินเทอร์เน็ตทั่วโลก
ระบบชื่อโดเมนเป็นระบบการตั้งชื่อให้กับเครื่องเพื่อให้ผู้ใช้จดจำได้ง่ายและใช้งานได้สะดวกกว่าการใช้ไอพีแอดเดรสซึ่งเป็นแอดเดรสประจำคอมพิวเตอร์เพื่อการอ้างอิง ตัวอย่างเช่นเราใช้ http://www.isoc.org แทนการใช้ http://192.0.34.65 ในปัจจุบันมีชื่อโดเมนระดับบนสุดแยกตามรหัสประเทศจำนวน 244 ชื่อ และชื่อโดเมนระดับบนแบบทั่วไปอีก 14 หมวดได้แก่ .com, .edu, .gov, .int, .mil, .net , .org, .aero, .biz, .coop, .info, .museum, .name และ .pro

องค์กรที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการบริหารระบบชื่อโดเมน ได้แก่ ไอแคน (ICANN : Internet Corporation for Assigned Names and Numbers) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ประกอบการโดยไม่แสวงผลกำไร ในขณะปัจจุบันไอแคนอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยการเพิ่มบทบาทของคณะกรรมการที่ปรึกษาภาครัฐซึ่งประกอบด้วยกลุ่มตัวแทนรัฐบาลของประเทศสมาชิกเป็นคณะที่ปรึกษา จากเดิมคณะกรรมการปรึกษาภาครัฐมีหน้าที่เพียงการให้คำแนะนำ แต่ในโครงสร้างใหม่จะร่วมเป็นกรรมการที่มีสิทธิ์ให้ความเห็นในที่ประชุมได้แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง รวมทั้งมีตัวแทนร่วมในคณะกรรมการเพื่อสรรหาผู้บริหารไอแคน

ภาระงานการบริหารจัดการด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบชื่อโดเมนคือการดูแลทะเบียนชื่อโดเมนและเซิร์ฟเวอร์ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลทะเบียนชื่อโดเมนโดย “สำนักทะเบียน” และการให้บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมนแก่ผู้ร้องขอหรือทำหน้าที่เป็น “นายทะเบียน” ในประเทศไทยผู้มีอำนาจในการดูแลระบบชื่อโดเมนได้แก่ ดร. กาญจนา กาญจนสุต ซึ่งได้ มอบหมายให้ทีเอชนิคซึ่งปัจจุบันจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในรูปบริษัททำหน้าที่บริหารระบบชื่อโดเมนทั้งในฐานะสำนักทะเบียนและนายทะเบียน

ในประเทศอื่นๆนั้นการบริหารชื่อโดเมนระดับบนสุดอาจอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบุคคลหรือองค์กรตามการจัดการในอดีตที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบันการบริหารระบบชื่อโดเมนในหลายประเทศได้ถ่ายโอนไปสู่นิติบุคคลที่อาจเป็นบริษัท สมาคม หรือหน่วยงานกลางที่จัดตั้งขึ้นมาทำหน้าที่โดยเฉพาะ สำหรับประเทศไทยนั้นในปลายปี 2544 คณะอนุกรรมการด้านนโยบายอินเทอร์เน็ตสำหรับประเทศไทยได้ประชุมปรึกษาเกี่ยวกับแนวคิดการจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารจัดการเกี่ยวกับชื่อโดเมนสัญชาติไทย ขณะจัดทำรายงานฉบับนี้หน่วยงานดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้ง

รายงานฉบับนี้ได้เสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพปัจจุบันของประเทศไทยในการจดทะเบียนชื่อโดเมน โดยเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆจำนวน 10 ประเทศ โดยคัดสรรจากแต่ละภูมิภาคทั่วโลกและจัดออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่หนึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนหรืออัตราการขยายตัวของการจดทะเบียนชื่อโดเมนประจำสัญชาติสูงจำนวน 6 ประเทศได้แก่ ออสเตรเลีย (.au) แคนาดา (.ca) เยอรมัน (.de) อังกฤษ (.uk) ญี่ปุ่น (.jp) และ เกาหลี (.kr) กลุ่มที่สองเป็นประเทศในแถบอาเซียนจำนวน 2 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย (.my) และฟิลิปปินส์ (.ph) กลุ่มที่สามเป็นประเทศที่ใช้ชื่อโดเมนเพื่อประกอบธุรกิจจำนวน 2 ประเทศ ได้แก่ ทูวาลู (.tv) และ ตองกา (.to)

จากการวิเคราะห์พบว่าหลายประเทศได้จัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้นทำหน้าที่บริหารระบบชื่อโดเมนเพื่อตอบสนองความต้องการต่อประชาคมอินเทอร์เน็ตในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ทำให้มีการจดทะเบียนชื่อโดเมนประจำสัญชาติเป็นจำนวนมากตัวอย่างเช่น ในเยอรมันมีมากกว่า 5 ล้านชื่อ และในอังกฤษมีกว่า 3 ล้านชื่อ เป็นต้น นอกเหนือจากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตในประเทศดังกล่าวที่ส่งผลให้มีการจดทะเบียนชื่อโดเมนจำนวนมากนั้น สาเหตุอีกประการหนึ่งได้แก่
นโยบายเปิดให้จดทะเบียนชื่อโดเมนโดยไม่ตรวจสอบสิทธ์ก่อน ในประเทศไทยนั้นการจดทะเบียนชื่อโดเมนในทุกหมวดยกเว้นหมวด in.th จะต้องผ่านการตรวจสอบสิทธ์ของผู้จดซึ่งนับว่าเป็นปัญหาอุปสรรคประเด็นหนึ่งเมื่อเทียบกับการให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนระดับบนสุดที่ไม่มีการตรวจสอบสิทธิ์ก่อนทั้งนี้เพื่อสนองความความต้องการของผู้ใช้ในการถือครองชื่อโดเมนและการใช้ชื่อโดเมนเพื่อประกอบธุรกิจ แต่หากพิจารณาการจดทะเบียนชื่อโดเมนประจำสัญชาติในอีกหลายประเทศแล้วก็พบว่ายังคงมีหลายประเทศที่กำหนดให้ต้องยื่นหลักฐานเพื่อแสดงสิทธิเช่นในประเทศ ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น

ข้อกำหนดเรื่องการแสดงหลักฐานการจัดตั้งตามกฏหมายเพื่อยืนยันสิทธิ์การขอจดทะเบียนชื่อโดเมนที่เป็นชื่อองค์กรหรือชื่อเครื่องหมายการค้าเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเป็นการปิดกั้นการขยายตัวของชื่อโดเมนและการประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เมื่อพิจารณาในอีกแง่มุมหนึ่งจะพบว่าการพิจารณาเอกสารหลักฐานประกอบการจดชื่อโดเมนช่วยให้ยืนยันถึงความมีตัวตนขององค์กร และการรับรองสถานะขององค์กรตามกฎหมายพาณิชย์ และช่วยลดกรณีพิพาทเรื่องการถือครองชื่อโดเมน ดังจะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีกรณีพิพาทเรื่องชื่อโดเมนเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เมื่อเปรียบเทียบแนวทางการดำเนินการในประเทศอื่นๆแล้วจะพบว่ามีทั้งประเทศซึ่งต้องยื่นหลักฐานและไม่ต้องยื่นหลักฐาน ในประเทศเล็กๆที่ไม่มีแหล่งรายได้หรือทรัพยากรใดๆมักใช้ชื่อโดเมนเป็นธุรกิจเพื่อนำรายได้เข้าประเทศ เช่น โดเมน .to, .tv, .am, .ws, และ .nu การเปิดจดทะเบียนชื่อโดเมนโดยไม่ตรวจสอบสิทธ์ก่อนเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ต้องการจดทะเบียนเรียกร้องเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและรวดเร็วในการถือครองชื่อโดเมน

การวิเคราะห์ผลกระทบจากการจดทะเบียนชื่อโดเมนโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ก่อนมีทั้งผลกระทบด้านบวกและด้านลบ ผลกระทบด้านบวกได้แก่ ก่อให้เกิดการขยายตัวด้านจำนวนชื่อโดเมน กระตุ้นให้มีการใช้ชื่อโดเมนเพื่อประกอบธุรกิจมากขึ้น และท้ายที่สุดคือช่วยลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศบางส่วนลงได้ ส่วนผลกระทบด้านลบได้แก่ เปิดโอกาสให้จองชื่อโดเมนและปัญหาการค้ากำไรจากการจดจองชื่อ และยังต้องจัดเตรียมบุคลากรด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนักกฎหมายเพื่อรองรับปัญหากรณีพิพาทซึ่งในประเทศไทยยังมีผู้เชี่ยวชาญและความเข้าใจในด้านนี้จำนวนน้อยมากจนอาจส่งผลให้เกิดปัญหาในเชิงปฏิบัติ

การจดทะเบียนชื่อโดเมนโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์อาจทำได้โดยจัดประเภทชื่อโดเมนออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มโดเมนปิด เป็นกลุ่มชื่อโดเมนที่จำแนกประเภทและตรวจสอบสิทธิ์ผู้จดชื่อโดเมน และ กลุ่มโดเมนเปิด เป็นกลุ่มชื่อโดเมนที่เปิดให้บุคคลหรือนิติบุคลจดชื่อโดเมนโดยไม่จำแนกประเภท ไม่ตรวจสอบสิทธิ์ผู้จดชื่อโดเมน และไม่ต้องแสดงเอกสารหลักฐาน รวมทั้งไม่จำกัดจำนวนชื่อที่จดทะเบียน การจัดเตรียมชื่อโดเมนในกลุ่มเปิดอาจดำเนินการได้ดังต่อไปนี้คือ (1) ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในหมวดชื่อโดเมนที่มีอยู่แล้ว (2) กำหนดชื่อโดเมนระดับที่สองในกลุ่มโดเมนเปิดขึ้นใหม่ เช่นหมวดโดเมน bz.th (business) และ (3) เปิดให้จดทะเบียนภายใต้ .th ได้โดยตรง ซึ่งวิธีแรกมีสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือผลกระทบต่อผู้ถือครองชื่อโดเมนเดิมเช่นในหมวด co.th ซึ่งถือว่ามีภาพลักษณ์เป็นที่ยอมรับสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อทางธุรกรรมกับนิติบุคลที่ถือครองชื่อโดเมน

นอกจากนี้แนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการจดทะเบียนชื่อโดเมนในประเทศไทยเพื่อกระตุ้นให้มีการจดทะเบียนชื่อโดเมนสัญชาติไทยมากยิ่งขึ้นคือการกำหนดมาตรการเชิงปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. การเปิดโดเมนใหม่ การจัดให้มีกลุ่มโดเมนขึ้นอยู่กับนโยบาย ความเป็นมาและสภาพความเหมาะสมในประเทศนั้นๆเป็นหลัก ในประเทศไทยอาจมีการพิจารณาจัดเพิ่มชื่อโดเมนหมวดใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อให้มีความหลากหลายมากขึ้น
2. กระตุ้นการจดชื่อโดเมนที่มีจำนวนน้อย กลุ่มโดเมนที่มีผู้จดทะเบียนน้อยเป็นเป้าหมายที่ต้องเร่งส่งเสริม โดเมนในกลุ่มนี้ได้แก่ mi.th, go.th, และ or.th ซึ่งมีอัตราการจดทะเบียนต่ำ
3. แนวทางการจดทะเบียนชื่อโดเมนในหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐหลายแห่งยังคงใช้ชื่อโดเมนต่างประเทศ จึงควรออกมาตรการเพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานเหล่านี้ใช้ชื่อโดเมนประเทศไทย โดยอาจใช้นโยบายดังต่อไปนี้
- หน่วยงานที่จดทะเบียนชื่อโดเมนต่างประเทศแล้ว ให้จดทะเบียนโดเมนชื่อไทยด้วยและควรใช้ชื่อโดเมนประเทศไทยในการอ้างอิงถึงหน่วยงาน
- หน่วยงานที่ยังมิได้จดทะเบียน ให้ดำเนินการจดทะเบียนภายใต้โดเมนสัญชาติไทยเท่านั้นยกเว้นหน่วยงานที่มีพันธกิจระดับนานาชาติหรือมีกิจกรรมเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศอนุญาตให้จดชื่อโดเมนต่างประเทศได้แต่ต้องต้องจดโดเมนสัญชาติไทยด้วย
- พิจารณาออกมาตรการมิให้หน่วยงานของรัฐจดทะเบียนโดยใช้ชื่อโดเมน .com เนื่องจาก .com เป็นชื่อโดเมนที่สะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจหรือตัวบุคคล จึงไม่สมควรจะใช้เป็นชื่อโดเมนของหน่วยงานรัฐ สำหรับหน่วยงานที่ได้จดทะเบียนไปก่อนแล้วอาจกำหนดมาตรการปรับเปลี่ยนและประชาสัมพันธ์ชื่อโดเมนใหม่ที่เป็นชื่อโดเมนประเทศไทย
- วางนโยบายสนับสนุนและการประสานงานเพื่อให้การจดทะเบียนชื่อโดเมนของหน่วยงานรัฐทำได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น
- ออกมาตรการสนับสนุนด้านงบประมาณการจัดทำโฮมเพจเพื่อเผยแพร่องค์กรแทนการให้หน่วยราชการนำข้อมูลไปฝากไว้ในเว็บไซต์บางเว็บไซต์เช่น www.geocities.com

ประเด็นท้ายที่สุดเกี่ยวกับองค์กรซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่บริหารระบบชื่อโดเมนสัญชาติไทยนั้นควรเป็นองค์กรที่ไม่เป็นหน่วยงานของรัฐเพื่อให้มีความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายและสามารถกำกับดูแลตนเองได้โดยไม่พึ่งพางบประมาณของรัฐ รูปแบบบริหารจัดการองค์กรใหม่มีส่วนที่ต้องเกี่ยวพันกับประชาคมอินเทอร์เน็ตซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย ทั้งรัฐและองค์กรใหม่จึงมิอาจปฏิเสธความผูกพันระหว่างกันได้อย่างสิ้นเชิง องค์กรใหม่จะต้องมีบทบาทในเวทีโลกที่จะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคตและต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ยิ่งไปกว่านั้นการถ่ายโอนอำนาจการบริหารระบบชื่อโดเมนในปัจจุบันจะต้องได้รับความเห็นพ้องจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องด้วย องค์กรใหม่ต้องมีความเป็นกลาง บริหารงานได้อย่างคล่องตัว มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้และมีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน องค์กรใหม่จึงควรเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนตามกฎหมาย เปิดโอกาสให้ประชาคมอินเทอร์เน็ตมีส่วนร่วมในการบริหารและกำหนดนโยบาย โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานหลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งนิติบุคคลในรูปของสมาคมจะอยู่ในข่ายที่ตรงกับรูปแบบข้างต้นมากที่สุด

บรรณานุกรม :
สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ , อนงค์นาฏ ศรีวิหค , กอบกุล สรรพกิจจำนง , จุฑารัตน์ สอทอง , กษม โคตรอาษา , อภิวัฒน์ เปลี่ยนจิตดี , Surasak Sanguanpong , Anongnart Srivihok , Kobkul Sunphakitjumnong , Kasom Koht-Arsa , Apiwat Plianjitdee . (2547). รายงานผลการศึกษา นโยบายการจดทะเบียนชื่อโดเมนสำหรับประเทศไทย.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ , อนงค์นาฏ ศรีวิหค , กอบกุล สรรพกิจจำนง , จุฑารัตน์ สอทอง , กษม โคตรอาษา , อภิวัฒน์ เปลี่ยนจิตดี , Surasak Sanguanpong , Anongnart Srivihok , Kobkul Sunphakitjumnong , Kasom Koht-Arsa , Apiwat Plianjitdee . 2547. "รายงานผลการศึกษา นโยบายการจดทะเบียนชื่อโดเมนสำหรับประเทศไทย".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ , อนงค์นาฏ ศรีวิหค , กอบกุล สรรพกิจจำนง , จุฑารัตน์ สอทอง , กษม โคตรอาษา , อภิวัฒน์ เปลี่ยนจิตดี , Surasak Sanguanpong , Anongnart Srivihok , Kobkul Sunphakitjumnong , Kasom Koht-Arsa , Apiwat Plianjitdee . "รายงานผลการศึกษา นโยบายการจดทะเบียนชื่อโดเมนสำหรับประเทศไทย."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2547. Print.
สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ , อนงค์นาฏ ศรีวิหค , กอบกุล สรรพกิจจำนง , จุฑารัตน์ สอทอง , กษม โคตรอาษา , อภิวัฒน์ เปลี่ยนจิตดี , Surasak Sanguanpong , Anongnart Srivihok , Kobkul Sunphakitjumnong , Kasom Koht-Arsa , Apiwat Plianjitdee . รายงานผลการศึกษา นโยบายการจดทะเบียนชื่อโดเมนสำหรับประเทศไทย. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2547.