ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเบื้องต้นลักษณะ emetic toxin และ enterotoxin profiles ของ Bacillus cereus ที่สามารถพบได้จากแหล่งต่าง ๆ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเบื้องต้นลักษณะ emetic toxin และ enterotoxin profiles ของ Bacillus cereus ที่สามารถพบได้จากแหล่งต่าง ๆ
นักวิจัย : เพลินพิศ ลักษณะนิล
คำค้น : Bacillus cereus , Biochemistry , Biological sciences , Biology and biochemistry , Emetics , Enterotoxins , Food contamination , Pathogenic bacteria , Toxins , การปนเปื้อนในอาหาร , มาตรการความปลอดภัย , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , อาหาร , แบคทีเรียก่อโรค
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2572
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

อาหารปลอดภัย เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของผู้บริโภค ดังนั้นอาหารจึงไม่ควรมีสิ่งปนเปื้อนที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนจึงต้องตั้งกฎเกณฑ์และตรวจสอบ การปนเปื้อนสิ่งอันตรายในอาหารรวมถึงจุลินทรีย์ก่อโรคอาหารเป็นพิษชนิดต่างๆ ด้วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค Bacillus cereus เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ถูกระบุให้มีการตรวจสอบการปนเปื้อนในอาหาร เพราะ B. cereus ก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ด้วยการสร้างสารพิษ 2 ชนิดคือ emetic toxin ซึ่งเป็น preformed toxin อยู่ในอาหารสามารถทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียนหลังจากรับประทานอาหารปนเปื้อนนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง และ enterotoxins ซึ่งเชื้อสร้างขึ้นในลำไส้เล็กของผู้บริโภคแล้วทำให้เกิดอาการ ปวดท้อง อุจจาระร่วง ภายหลังกินอาหารปนเปื้อนเชื้อเข้าไปประมาณแปดถึงสิบหกชั่วโมง โดยทั่วไป B. cereus ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษที่ไม่รุนแรงนักเมื่อเทียบกับเชื้อสาเหตุโรค อาหารเป็นพิษตัวอื่นๆเช่น Vibrio หรือ Salmonella ดังนั้นข้อมูลความสัมพันธ์ของ B. cereus กับผู้ป่วยอาหารเป็นพิษในประเทศไทยจึงไม่ชัดเจนนัก แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันปัญหาการตรวจสอบการปนเปื้อนของ B. cereus ที่เกินเกณฑ์ที่กำหนดในอาหารมีอยู่เสมอและยังเป็นข้อถกเถียงว่าควรมีการ แก้ไขกันหรือไม่อย่างไร ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาหาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับความเป็น พิษของ B. cereus ที่เรามีโอกาสที่จะได้สัมผัสในชีวิตประจำวันรวมถึงข้อมูลความสัมพันธ์ของ B. cereus กับผู้ป่วยอาหารเป็นพิษว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อสามารถเข้าใจสภาวะเสี่ยงที่จะได้มีโอกาสสัมผัสกับ B. cereus มากขึ้นและน่าจะเป็นประโยชน์ที่จะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานส่วนหนึ่งในการ ประเมินความเสี่ยงของ B. cereus แก่ผู้ที่สนใจ ในการศึกษานี้แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1. สำรวจการปนเปื้อนและคัดแยก B. cereus ออกจากตัวอย่างผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 100 ตัวอย่างและคัดแยก B. cereus ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารชนิดต่างๆ 100 ตัวอย่าง 2. สกัดดีเอนเอของ B. cereus ตัวอย่างทั้งหมดและสำรวจหายีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารพิษ enterotoxins และ emetic toxin และ 3. คัดเลือก B. cereus ที่มียีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารพิษมากที่สุดมาทดสอบลักษณะความเป็นพิษ ต่อเซลล์ชนิดต่างๆ ผลการศึกษาสามารถคัดแยก B. cereus จากตัวอย่างผู้ป่วยอาหารเป็นพิษได้เพียง 1 ตัวอย่างเท่านั้นขณะที่สามารถคัดแยก B. cereus จากตัวอย่างอาหารชนิดต่างๆได้ 100 ตัวอย่าง จากการสำรวจ enterotoxin genes 9 ชนิดและยีนที่เกี่ยวข้องกับ emetic toxin อีก 1 ชนิดด้วยวิธี PCR ผลการตรวจสอบพบมีความหลากหลายของยีนสร้างสารพิษอยู่ในแต่ละตัวอย่างโดย 100 ตัวอย่างที่คัดแยกจากอาหารนั้นพบว่ามีเพียง 7 ตัวอย่างเท่านั้นที่ไม่พบยีนสร้างสารพิษชนิดใดเลย ส่วนอีก 93 ตัวอย่างพบความหลากหลายของยีนสร้างสารพิษคือพบยีน ent FM ใน 67 ตัวอย่าง nheA 63 ตัวอย่าง nheB 55 ตัวอย่าง nheC 47 ตัวอย่าง hblC 29 ตัวอย่าง hblD 41 ตัวอย่าง hblA 35 ตัวอย่าง และ cytK2 66 ตัวอย่าง ทั้งนี้พบว่าตัวอย่างที่มีกลุ่มยีน Hbl ครบทั้ง 3 ยีนอยู่ในตัวอย่างเดียวกันนั้นมี 22 ตัวอย่าง และกลุ่มยีน Nhe ครบทั้ง 3 ยีนอยู่ในตัวอย่างเดียวกันพบมี 33 ตัวอย่าง ส่วนยีนที่เกี่ยวข้องกับ emetic toxin พบ 5 ตัวอย่าง และจาก 100 ตัวอย่างไม่พบยีน cytK1 ในตัวอย่างใดๆเลย สำหรับตัวอย่างที่คัดแยกได้จากผู้ป่วย 1 ตัวอย่างคือ Hu-15326 นั้นพบว่ามีชุดยีนของ Hbl (hblC hblD และ hblA) อยู่ครบทั้ง 3 ยีน ชุดของยีน Nhe มีเพียง nheA และ nheB นอกจากนี้พบยีน cytK2 และยีนที่เกี่ยวข้องกับ emetic toxin แต่ไม่พบยีน entFM nheC และ cytK1 ในการตรวจสอบความเป็นพิษของสารที่ผลิตออกนอกเซลล์ของ B. cereus 16 และ 1 ตัวอย่างที่คัดแยกจากอาหารและผู้ป่วยซึ่งแต่ละตัวอย่างมีความหลากหลายของยีน สร้างสารพิษชนิดต่างๆ ถูกเริ่มต้นทดสอบกับเซลล์เม็ดเลือดแดงของแกะ ผลการตรวจสอบพบว่า B. cereus ทุกตัวอย่างสามารถทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงแกะได้ จากนั้นทำการตรวจสอบความเป็นพิษของตัวอย่างต่อเซลล์ลำไส้ใหญ่ CaCo2 และเซลล์ส่วนต้นของหลอดอาหาร HEp-2 ด้วยวิธี MTT metabolization assay สารที่ผลิตออกจากตัวอย่างทดสอบถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่ไม่ผ่านความร้อนสูง (Total toxins) และ ส่วนที่ผ่านความร้อนสูง (Heat stable toxins) ผลการตรวจสอบพบว่า Total toxins ของตัวอย่างที่คัดแยกจากอาหาร 15 จาก 16 ตัวอย่างแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ CaCo2 และ HEp-2 โดยมีค่า IC50 อยู่ระหว่าง 0.1-9.5 ug/100 ul sample และ 0.7-3.4 ug/100 ul sample ตามลำดับ และ Heat stable toxins ของตัวอย่างที่คัดแยกจากอาหาร 12 จาก 16 ตัวอย่างแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ CaCo2 โดยมีค่า IC50 อยู่ระหว่าง 2.9-12.3 ug/100 ul sample และ 9 จาก 16 ตัวอย่างแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ HEp-2 โดยมีค่า IC50 อยู่ระหว่าง 2.1-11.3 ug/100 ul sample ส่วนตัวอย่างที่คัดแยกได้จากผู้ป่วย 1 ตัวอย่าง Hu-15326 นั้น Total toxins ให้ค่า IC50 2.8 และ 3.3 ug/100 ul sample ต่อเซลล์ CaCo2 และ HEp-2 ตามลำดับ และ Heat stable toxins ให้ค่า IC50 2.9 และ 4.9 ug/100 ul sample ต่อเซลล์ CaCo2 และ HEp-2 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังศึกษาความเป็นพิษของตัวอย่างด้วยการติดตามการเกิด Vacuolation ในเซลล์ HEp-2 ซึ่งเป็นลักษณะของ Emetic toxin ที่สามารถทำให้เกิดความผิดปกติใน Mitocondria และเกิด Vacuole ขึ้นในเซลล์สามารถสังเกตเห็นได้ภายใต้กล้องจุลทัศน์ โดย Total toxins ของตัวอย่างที่คัดแยกได้จากอาหารเพียง 3 ตัวอย่าง คือ N71 (ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่) B34 (เกี้ยวน้ำ) และ C137(นมโรงเรียน) เท่านั้นที่สามารถสังเกตเห็น vacuole ภายในเซลล์ HEp-2 ได้ ในขณะที่ตัวอย่างอื่นๆเห็นเซลล์ตาย ส่วน Total toxins ของ Hu-15326 ที่คัดแยกจากผู้ป่วยนั้นไม่พบ Vacuole ใน HEp-2 สำหรับ Heat stable toxins ของ B. cereus ที่คัดแยกจากอาหารพบมี 5 ตัวอย่าง คือ K43 (นมพลาสเจอร์ไรส์) N71 (ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่) A108 (นมพลาสเจอร์ไรส์) C113 (สังขยา) และ C115 (ซอสปรุงรส) สามารถทำให้เกิด vacuole ได้ชัดเจน ในขณะที่ Heat stable toxins ของ Hu-15326 จากผู้ป่วยไม่ทำให้เกิด Vacuole ใน HEp-2 จากผลการสำรวจยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง enterotoxins และ emetic toxin และผลการศึกษาความเป็นพิษต่อเซลล์ชนิดต่างๆของ B. cereus ที่คัดแยกได้จากอาหารและจากผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ ทำให้ทราบว่า B. cereus ส่วนใหญ่ที่เรามีโอกาสสัมผัสในชีวิตประจำวันนั้นมียีนที่เกี่ยวข้องกับการส ร้าง enterotoxins ชนิดต่างๆอยู่อย่างหลากหลายซึ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ถ้าได้รับ B. cereus เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก (infective dose = 105) และถ้ามีปัจจัยเอื้อให้เกิดการเป็นโรคได้ง่ายขึ้น เช่น มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำเป็นต้น ดังนั้นจึงควรตระหนักที่จะระมัดระวังป้องกันการปนเปื้อน B. cereus ในอาหารตลอดการจัดเตรียมก่อนบริโภคให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

บรรณานุกรม :
เพลินพิศ ลักษณะนิล . (2549). การศึกษาเบื้องต้นลักษณะ emetic toxin และ enterotoxin profiles ของ Bacillus cereus ที่สามารถพบได้จากแหล่งต่าง ๆ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
เพลินพิศ ลักษณะนิล . 2549. "การศึกษาเบื้องต้นลักษณะ emetic toxin และ enterotoxin profiles ของ Bacillus cereus ที่สามารถพบได้จากแหล่งต่าง ๆ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
เพลินพิศ ลักษณะนิล . "การศึกษาเบื้องต้นลักษณะ emetic toxin และ enterotoxin profiles ของ Bacillus cereus ที่สามารถพบได้จากแหล่งต่าง ๆ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2549. Print.
เพลินพิศ ลักษณะนิล . การศึกษาเบื้องต้นลักษณะ emetic toxin และ enterotoxin profiles ของ Bacillus cereus ที่สามารถพบได้จากแหล่งต่าง ๆ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2549.