ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การผลิตผงบุกโดยการสกัดแบบเปียกร่วมกับการทำแห้งแบบพ่นกระจาย และการประยุกต์ใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาชมพู่พันธุ์ทับทิมจันท์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การผลิตผงบุกโดยการสกัดแบบเปียกร่วมกับการทำแห้งแบบพ่นกระจาย และการประยุกต์ใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาชมพู่พันธุ์ทับทิมจันท์
นักวิจัย : ชูสิทธิ์ หงษ์กุลทรัพย์
คำค้น : บุก (พืช) , สารเคลือบบริโภคได้ , การสกัด (เคมี)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล , อภิรดี อุทัยรัตนกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11850
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

บุกพันธุ์เนื้อทราย (Amorphophallus oncophyllus) เป็นพันธุ์พื้นเมืองของไทยที่มีความสำคัญ เนื่องจากใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมผลิตผงบุกหรือกลูโคแมนแนน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหาร (dietary fiber) จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาภาวะที่เหมาะสมในการสกัดผงบุก และศึกษาผลการนำผงบุกที่สกัดได้นี้ไปใช้ประโยชน์ งานวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ชั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนแรกศึกษาการผลิตผงบุกจากหัวบุกสด โดยการสกัดแบบเปียกร่วมกับการทำแห้งแบบพ่นกระจาย (Spray drying) โดยใช้สารละลายเอทานอล 95% ในการล้าง จากนั้นนำของแข็งที่กรองได้ไปผสมกับน้ำในอัตราส่วนความเข้มข้น 1% นำไปทำแห้งแบบพ่นกระจายโดยใช้อุณหภูมิ 4 ระดับ คือ 140, 160 180 และ 200 ํC จากการทดลองพบว่า อุณหภูมิในการทำแห้งมีผลต่อคุณภาพของผงบุก โดยที่อุณหภูมิ 140 ํC ผลบุกที่ได้จะมีคุณภาพสี ความหนืดเมื่อละลายน้ำ ขนาดอนุภาค และปริมาณกลูโคแมนแนนดีกว่าทรีตเมนต์อื่นอย่างมีนัยสำคัญ (p <= 0.05) ขั้นตอนที่สองเป็นการศึกษาการเตรียมฟิล์มจากผงบุกที่สกัดได้ โดยเตรียมฟิล์มจากผลบุกความเข้มข้น 1% กับกลีเซอรอล 0.3% (Treatment 1) และฟิล์มจากผลบุกความเข้มข้น 1% กับกลีเซอรอล 0.3% และโปแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) 0.5 M 0.14% (Treatment 2) จากผลการทอลองพบว่า สารละลายด่าง (KOH) มีผลต่อสมบัติของฟิล์มบุก โดยฟิล์มบุกที่เติม KOH (Treatment 2) มีค่าการต้านทานแรงดึงขาด การยืดตัวสูงกว่า แต่ค่าการซึมผ่านของไอน้ำและก๊าซออกซิเจนต่ำกว่าฟิล์มบุกที่ไม่มี KOH (Treatment 1) อย่างมีนัยสำคัญ (p <= 0.05) และขั้นตอนจสุดท้ายเป็นการศึกษาการนำผงบุกไปใช้เป็นสารเคลือบผิวชมพู่พันธุ์ทับทิมจันท์ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา โดยมี 3 ทรีตเมนต์ คือ ชมพู่ไม่เคลือบผิว ชมพู่เคลือบผิวด้วยสารละลาย Treatment 1 และชมพู่เคลือบผิวด้วยสารละลาย Treatment 2 โดยทั้งหมดเก็บที่อุณหภูมิ 13 ํC ความชื้นสัมพัทธ์ 88% จากผลการทดลองพบว่า สารเคลือบผิวช่วยลดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของชมพู่ โดยสารเคลือบผิวทั้งสองทรีตเมนต์สามารถชะลอการสูญเสียน้ำหนัก ความแน่นเนื้อ ลดอัตราการหายใจ และอัตราการผลิตก๊าซเอทิลีนได้ดีกว่าชมพู่ที่ไม่เคลือบผิว อย่างมีนัยสำคัญ (p <= 0.05) ตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา 15 วัน

บรรณานุกรม :
ชูสิทธิ์ หงษ์กุลทรัพย์ . (2549). การผลิตผงบุกโดยการสกัดแบบเปียกร่วมกับการทำแห้งแบบพ่นกระจาย และการประยุกต์ใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาชมพู่พันธุ์ทับทิมจันท์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชูสิทธิ์ หงษ์กุลทรัพย์ . 2549. "การผลิตผงบุกโดยการสกัดแบบเปียกร่วมกับการทำแห้งแบบพ่นกระจาย และการประยุกต์ใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาชมพู่พันธุ์ทับทิมจันท์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชูสิทธิ์ หงษ์กุลทรัพย์ . "การผลิตผงบุกโดยการสกัดแบบเปียกร่วมกับการทำแห้งแบบพ่นกระจาย และการประยุกต์ใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาชมพู่พันธุ์ทับทิมจันท์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
ชูสิทธิ์ หงษ์กุลทรัพย์ . การผลิตผงบุกโดยการสกัดแบบเปียกร่วมกับการทำแห้งแบบพ่นกระจาย และการประยุกต์ใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาชมพู่พันธุ์ทับทิมจันท์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.