ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างไอพีเอส-เอมเพรสทู และเรซินซีเมนต์ 3 ระบบ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างไอพีเอส-เอมเพรสทู และเรซินซีเมนต์ 3 ระบบ
นักวิจัย : พลาวัสถ์ เลาหรุ่งพิสิฐ
คำค้น : เรซินทางทันตกรรม , ทันตกรรมประดิษฐ์ , การยึดติดทางทันตกรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชัยรัตน์ วิวัฒน์วรพันธ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741753772 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11551
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

ศึกษาความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่าง เรซินซีเมนต์สามระบบ และไอพีเอสเอมเพรสทู เปรียบเทียบอิทธิพลของกลไกการเกิดปฏิกิริยาการก่อตัวของเรซินซีเมนต์ และอิทธิพลของระยะเวลาทดสอบหลังจากสิ้นสุดเวลาทำงาน โดยเตรียมชิ้นงานเซรามิกทรงกระบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 และ 9 มม. หนา 2 มม. อย่างละ 120 ชิ้น ปรับสภาพผิวด้วยกรดกัดแก้ว ซีเลน และยึดติดกันด้วยเรซินซีเมนต์ ทั้ง 3 ระบบ ตามขั้นตอนที่ผู้ผลิตกำหนด ชิ้นทดสอบแบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มที่ 1- 4 ยึดด้วยวาลิโอลิงค์ทู ที่เวลา 24 ชั่วโมง 120, 90 และ 60 นาที ตามลำดับ กลุ่มที่ 5-8 ยึดด้วยพานาเวียเอฟ และกลุ่มที่ 9-12 ยึดด้วยซูเปอร์บอนด์ซีแอนด์บี ที่เวลาเดียวกัน นำข้อมูลมาทดสอบทางสถิติด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางและทางเดียว แล้วเปรียบเทียบเชิงซ้อนแบบทูกีย์ ได้ผลดังนี้ ชนิดซีเมนต์และเวลาต่างมีผลต่อความแข็งแรงยึดเฉือนอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) กลุ่มซูเปอร์บอนด์ซีแอนด์บีมีความแข็งแรงยึดเฉือนต่ำกว่ากลุ่มพานาเวียเอฟ และวาลิโอลิงค์ทูอย่างมีนัยสำคัญทุกช่วงเวลา (p<0.05) กลุ่มซูเปอร์บอนด์ซีแอนด์บีมีความแข็งแรงยึดเฉือนต่ำกว่ากลุ่มพานาเวียเอ ฟและวาลิโอลิงค์ทู อย่างมีนัยสำคัญทุกช่วงเวลา (p<0.05) กลุ่มพานาเวียเอฟมีความแข็งแรงยึดเฉือนฉลี่ยไม่แตกต่างกันในทุกเวลา (p>0.05) กลุ่มวาลิโอลิงค์ทู 24 ชั่วโมง มีความแข็งแรงยึดเฉือนเฉลี่ยแตกต่างจากอีก 3 กลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มพานาเวียเอฟ และวาลิโอลิงค์ทู ที่ระยะเวลาต่างๆ พบว่ามีความแข็งแรงยึดเฉือนเฉลี่ยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p>0.05) กลุ่มที่มีความแข็งแรงยึดเฉือนสูงที่สุดคือ กลุ่มที่ 1 ซึ่งมีค่ามากกว่า กลุ่มที่ 5 แต่ค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ส่วนกลุ่มที่ค่าความแข็งแรงยึดเฉือนต่ำที่สุดคือ กลุ่มที่ 12 ซึ่งมีค่าต่ำกว่ากลุ่มที่ 11 และกลุ่มที่ 10 ตามลำดับ ซึ่งทั้งสามกลุ่มมีค่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p>0.05)ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่มซึ่งทดสอบก่อน 24 ชั่วโมง ที่ใช้ วาลิโอลิงค์ทู และพานาเวียเอฟ คือกลุ่มที่ 6, 2, 3, 7, 8 และ 4 จากมากไปน้อยตามลำดับ ซึ่งทั้งหกกลุ่มกลางมีค่าทางสถิติต่ำกว่าสองกลุ่มแรก แต่ก็มีค่าสูงกว่าทุกกลุ่มที่ใช้ซูเปอร์บอนด์ซีแอนด์บีอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) กลุ่มทดสอบที่ 9 มีค่าสถิติที่แตกต่างจากทุกกลุ่มทดสอบมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) งานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่าเมื่อใช้เรซินซีเมนต์ยึดชิ้นงานไอพีเอสเอมเพรสทู ควรใช้เรซินที่มีบีสจีเอมเอ หรือเอมดีพีเป็นองค์ประกอบหลัก และควรทิ้งระยะเวลาก่อนขัดแต่งอย่างน้อย 60 นาที

บรรณานุกรม :
พลาวัสถ์ เลาหรุ่งพิสิฐ . (2546). ความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างไอพีเอส-เอมเพรสทู และเรซินซีเมนต์ 3 ระบบ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พลาวัสถ์ เลาหรุ่งพิสิฐ . 2546. "ความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างไอพีเอส-เอมเพรสทู และเรซินซีเมนต์ 3 ระบบ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พลาวัสถ์ เลาหรุ่งพิสิฐ . "ความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างไอพีเอส-เอมเพรสทู และเรซินซีเมนต์ 3 ระบบ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
พลาวัสถ์ เลาหรุ่งพิสิฐ . ความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างไอพีเอส-เอมเพรสทู และเรซินซีเมนต์ 3 ระบบ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.