ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาบทบาทและความสัมพันธ์ของเชื้อ Wolbachia ยุงพาหะนำโรคและหนอนพยาธิหัวใจสุนัข

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาบทบาทและความสัมพันธ์ของเชื้อ Wolbachia ยุงพาหะนำโรคและหนอนพยาธิหัวใจสุนัข
นักวิจัย : สนธยา เตียวศิริทรัพย์
คำค้น : Canine heartworm , Dirofilaria immitis , dog , mosquito , Wolbachia , ยุง , สุนัข , หนอนพยาธิหัวใจสุนัข , เชื้อแบคทีเรีย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4980114 , http://research.trf.or.th/node/2231
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ทำการศึกษาการติดเชื้อแบคทีเรีย Wolbachia ในยุง ตัวอ่อนระยะไมโครฟิลาเรียและตัวอ่อนระยะที่ 3 (ตัวอ่อนระยะติดโรค) ของหนอนพยาธิหัวใจสุนัข (Dirofilaria immitis) และในสุนัขที่มีการติดเชื้อหนอนพยาธิหัวใจสุนัข ทำการทดสอบยุงชนิดต่างๆ ที่จับได้จากบริเวณวัดไผ่ล้อม จังหวัดปทุมธานี ในปี พ.ศ. 2549 และยุงลายที่ได้จากการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการด้วยเทคนิคปฏฺกิริยาลูกโซ่โพลีเมอร์เรส (polymerase chain reaction) จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าเปอร์เซนต์การติดเชื้อแบคทีเรีย Wolbachia ในยุงแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน โดยเปอร์เซนต์การติดเชื้อในยุง Aedes albopictus, Armigeres subalbatus, Culex gelidus และ Culex tritaeniorhynchus เป็น 100% (9/9), 100% (1/1), 54% (15/28) และ 0% (0/20) ตามลำดับ และทำการสุ่มตรวจเลือดจากสุนัขจรจัดในพื้นที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ในระหว่างปี พ.ศ. 2549-2551 จำนวน 500 ตัวอย่าง พบว่ามีสุนัขจำนวน 50 ตัวอย่าง (10%) ที่มีการติดเชื้อหนอนพยาธิหัวใจสุนัขโดยการตรวจด้วยเทคนิคทางปรสิตวิทยา ได้แก่ การทำแผ่นฟิล์มเลือดสด การทำแผ่นฟิล์มเลือดบาง การทำแผ่นฟิล์มเลือดหนา และได้ทำการนับจำนวนของตัวอ่อนระยะไมโครฟิลาเรียในกระแสเลือดของสุนัขจำนวน 37 ตัวอย่าง ซึ่งพบว่ามีปริมาณของไมโครฟิลาเรียในกระแสเลือดตั้งแต่ จำนวนน้อยกว่า 50 ไมโครฟิลาเรีย จนถึงจำนวน 78,417 ไมโครฟิลาเรีย ต่อเลือดจำนวน 1 มิลลิลิตร โดยจากการศึกษาครั้งนี้พบว่าทุกตัวอย่างของตัวอ่อนระยะไมโครฟิลาเรียและตัวอ่อนระยะที่ 3 มีการติดเชื้อแบคทีเรีย Wolbachia จากการตรวจด้วยเทคนิคปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอร์เรส แต่เมื่อทำการตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Wolbachia ในกระแสเลือดของสุนัขที่มีการติดเชื้อและไม่มีการติดเชื้อหนอนพยาธิหัวใจสุนัขนั้นพบว่าไม่สามารถตรวจพบเชื้อในสุนัขเลยเมื่อตรวจด้วยเทคนิคปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอร์เรส สำหรับการศึกษาการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของสุนัขต่อเชื้อแบคทีเรีย Wolbachia ในสุนัขที่มีการติดเชื้อและไม่มีการติดเชื้อหนอนพยาธิหัวใจสุนัขด้วยเทคนิค Enzyme-Linked ImmunoSorbent Assay (ELISA) นั้นพบว่าสุนัขทั้งสองกลุ่มนี้มีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (total IgG) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ในทางปฏิบัตินั้นวิธีดังกล่าวนี้อาจไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงในการตรวจวินิจฉัยเนื่องจากค่าความไว (sensitivity) ของการทดสอบค่อนข้างต่ำ Wolbachia bacteria infection in mosquitoes, microfilariae and infective stage larvae of canine heartworm (Dirofilaria immitis), and Dirofilaria immitis infected dogs were investigated. Different species of field’s collected mosquitoes from Phailom temple, Pathumthani province in 2006 and laboratory strain of Aedes albopictus were tested for Wolbachia infection using polymerase chain reaction (PCR). Wolbachia infection percentage in Aedes albopictus, Armigeres subalbatus, Culex gelidus and Culex tritaeniorhynchus were 100% (9/9), 100% (1/1), 54% (15/28) and 0% (0/20), respectively. Blood samples were collected from stray dogs in Bangkok metropolitan area during 2006 and 2008. There were 10% (50/500) of stray dogs were infected with Dirofilaria immitis which indicated by using parasiology methods (fresh blood smear, thin blood smear, thick blood smear, and modified knott’s test). Microfilaremia level were evaluated from 37 infected dogs and range of microfilaremia level was between less than 50 and 78,417 microfilaria per milliliter of blood. All microfilaria samples from field samples and infective stage larva samples from laboratory rearing were tested for Wolbachia infection by using PCR and all of them were infected. Serum samples from Dirofilaria immitis infected dogs also tested for Wolbachia infection by using PCR and all of them were negative. Fifty serum samples from Dirofilaria immitis infected dogs and 84 serum samples from non-infected dogs were used in the study of total IgG response for Wolbachia infection by using Enzyme-Linked ImmunoSorbent Assay (ELISA) and there was the statistical significant difference of the optical density (O.D.) between the serum samples from infected and non-infected dogs (P<0.0001). However the ELISA from this study which detects the total IgG may be not a useful method for using as a diagnostic tool to distinguish between Dirofilaria immitis infected and non-infected dogs because its sensitivity is low.

บรรณานุกรม :
สนธยา เตียวศิริทรัพย์ . (2551). การศึกษาบทบาทและความสัมพันธ์ของเชื้อ Wolbachia ยุงพาหะนำโรคและหนอนพยาธิหัวใจสุนัข.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สนธยา เตียวศิริทรัพย์ . 2551. "การศึกษาบทบาทและความสัมพันธ์ของเชื้อ Wolbachia ยุงพาหะนำโรคและหนอนพยาธิหัวใจสุนัข".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สนธยา เตียวศิริทรัพย์ . "การศึกษาบทบาทและความสัมพันธ์ของเชื้อ Wolbachia ยุงพาหะนำโรคและหนอนพยาธิหัวใจสุนัข."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
สนธยา เตียวศิริทรัพย์ . การศึกษาบทบาทและความสัมพันธ์ของเชื้อ Wolbachia ยุงพาหะนำโรคและหนอนพยาธิหัวใจสุนัข. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.