ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วชนิดต่างๆ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วชนิดต่างๆ
นักวิจัย : เถวียน วิทยา (บัวตุ่ม)
คำค้น : barrier properties , bean proteins , edible film , Mechanical properties , Plasticizer , พลาสติไซเซอร์ , ฟิล์มบริโภคได้ , สมบัติการขวางกั้น , สมบัติเชิงกล , โปรตีนถั่ว
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4980015 , http://research.trf.or.th/node/2171
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วเขียวและโปรตีนถั่วแดง พบว่าพีเอชและอุณหภูมิในการให้ความร้อนแก่สารละลายฟิล์มมีผลต่อสมบัติของฟิล์มมากกว่าเวลาในการให้ความร้อนแก่สารละลายฟิล์ม จากการศึกษาพบว่าฟิล์มโปรตีนถั่วเขียวที่ พีเอช 9.4 อุณหภูมิ 73.5 องศาเซลเซียส และฟิล์มโปรตีนถั่วแดงที่พีเอช 10.0 อุณหภูมิ 81.5 องศาเซลเซียส มีค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุด และค่าร้อยละการยืดตัวเมื่อขาด สูงสุด ขณะที่ค่าการซึมผ่านไอน้ำ ค่าการละลายของฟิล์มและค่าการละลายของโปรตีนของแผ่นฟิล์มต่ำสุด การใช้พีเอชและอุณหภูมิสูงแก่สารละลายฟิล์มส่งผลให้ฟิล์มที่ได้มีเหลืองเข้มกว่าฟิล์มที่เตรียมโดยใช้พีเอชและอุณหภูมิต่ำ การเพิ่มปริมาณโปรตีนในสารละลายฟิล์มจากร้อยละ 1.5 ถึง 4.5 ส่งผลให้ฟิล์มที่ได้มีค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุดและค่าร้อยละการยืดตัวเมื่อขาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าการซึมผ่านไอน้ำ ค่าการละลายของฟิล์มและค่าการละลายของโปรตีน ลดลงและสีเข้มขึ้น จากการศึกษาผลของชนิดและปริมาณของพลาสติไซเซอร์ต่อสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วเขียวและถั่วแดง พบว่าเมื่อปริมาณของพลาสติไซเซอร์เพิ่มขึ้น แผ่นฟิล์มที่ได้มีค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุดลดลง ขณะที่ค่าร้อยละการยืดตัวเมื่อขาด ค่าการซึมผ่านไอน้ำ ค่าการละลายของฟิล์มและค่าการละลายของโปรตีนเพิ่มขึ้น พบว่าฟิล์มที่ใช้ซอร์ บิทอลเป็นพลาสติไซเซอร์มีค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุด ค่าการละลายของฟิล์มและค่าการละลายของโปรตีนต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นฟิล์มที่ใช้กลีเซอร์รอลและพอลิเอทธิลีนไกลคอล นอกจากนี้พบว่าชนิดของพลาสติไซเซอร์ส่งผลต่อสีของแผ่นฟิล์มมากกว่าปริมาณของ พลาสติไซเซอร์ ผลการศึกษาการดูดซับความชื้นเมื่ออุณหภูมิคงที่ของฟิล์มจากโปรตีนถั่วเขียวและโปรตีนถั่วแดง พบว่าฟิล์มทั้งสองชนิดมีค่าการดูดซับความชื้นสูงในช่วงแรกและค่าการดูดซับความชื้นมีแนวโน้มลดลงเมื่อเวลาเพิ่มขึ้น และพบว่าค่าการดูดซับความชื้นของแผ่นฟิล์มมีค่าสูงเมื่อความชื้นสัมพัทธ์ของสภาวะการเก็บสูง ฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วเขียวและถั่วแดงมีสมบัติเชิงกลและค่าต้านทานไอน้ำที่ดีกว่าฟิล์มบริโภคจากโปรตีนชนิดอื่นๆ แต่มีสมบัติเชิงกลด้อยกว่าฟิล์มสังเคราะห์บางชนิด เช่น พอลิเอทธิลีนความหนาแน่นสูง พอลิไวนิลคลอไรด์ เซลลูโลสอะซิเตทและพอลิเอสเทอร์ ยกเว้นพอลิเอทธิลีนความหนาต่ำ ขณะที่ค่าการซึมผ่านไอน้ำใกล้เคียงกับเซลโลเฟน This research was to investigate the factor affecting the properties of edible film prepared from mung bean and red bean proteins. The impact of pH and heating temperature was the most significant, overall, on the film’s properties than heating time. The tensile strength and elongation at break were the highest at pH of 9.4 at 73.5 oC for mung bean protein films and pH 10.0 and heating temperature, 81.5 oC for red bean protein films. In contrast, at this condition, the water vapor permeability, films solubility and proteins solubility values were at their lowest. Film color was darker and more yellowish with increase in the pH and heating temperature of film-solution. Increase of the protein concentration provided the film with higher tensile strength and elongation at break but lowers, water vapor permeability, film solubility and protein solubility and development of darker and more yellowish films. Increasing in contents of plasticizers resulted in decreased tensile strength, but increased elongation, water vapor permeability, film solubility and protein solubility. Sorbitol provided the highest films with the tensile strength, film solubility and protein solubility but lowest elongation at break and water vapor permeability, while glycerol and polyethylene glycol provided the films with high elongation at break, water vapor permeability, but low tensile strength, film solubility and protein solubility. The color of edible films changed with the plasticizer type. Moisture adsorption of edible film from mung bean and red bean proteins were more rapid in the initial stages of moisture adsorption and a lesser amount of moisture was adsorbed as adsorption time increased. In addition, the moisture adsorption of edible film from mung bean and red bean proteins were increase with increasing the relative humidity and higher moisture adsorption rate was observed when higher relative humidity was used. Edible film from mung bean and red bean proteins had mechanical properties better than those other protein sources. Edible films from mung bean and red bean proteins had substantially lower both tensile strength and elongation at break than high density polyethylene, polyvinyl chloride, cellulose acetate and polyester but showing higher than low density polyethylene films. The edible film from mung bean and red bean proteins were characterized by relative low water vapor permeability properties than other protein sources, especially the edible films from mung bean proteins. However, the water vapor permeability determined in this study of edible films from mung bean and red bean proteins were higher than lower density polyethylene and high density polyethylene, however edible films from mung bean proteins had almost similar water vapor permeability to cellophane.

บรรณานุกรม :
เถวียน วิทยา (บัวตุ่ม) . (2552). ปัจจัยที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วชนิดต่างๆ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เถวียน วิทยา (บัวตุ่ม) . 2552. "ปัจจัยที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วชนิดต่างๆ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เถวียน วิทยา (บัวตุ่ม) . "ปัจจัยที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วชนิดต่างๆ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
เถวียน วิทยา (บัวตุ่ม) . ปัจจัยที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนถั่วชนิดต่างๆ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.