ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การระเหยน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ก๊าซที่เกิดจากหลุมฝังกลบขยะ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การระเหยน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ก๊าซที่เกิดจากหลุมฝังกลบขยะ
นักวิจัย : ธิดารัตน์ ก้องวิวัฒน์สกุล
คำค้น : น้ำชะขยะ , ก๊าซจากหลุมฝังกลบขยะ , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การเผาระเหย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เพ็ชรพร เชาวกิจเจริญ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : 9740300782 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5704
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543

องค์ประกอบ LFG ที่หลุมฝังกลบขยะกำแพงแสน นครปฐม มีก๊าซมีเทน 45-50% คาร์บอนไดออกไซด์ 35% ออกซิเจน 1-2% ที่เหลือเป็นก๊าซอื่นๆ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์มีค่า 0-18 พีพีเอ็ม ไนตริกออกไซด์ 0-9 พีพีเอ็ม ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 0-0.6 พีพีเอ็ม และไฮโดรเจนซัลไซด์ 0-1 พีพีเอ็ม งานวิจัยนี้ใช้ก๊าซที่เกิดขึ้นจากหลุมฝังกลบขยะกำแพงแสนเป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนในการเผาระเหยน้ำชะมูลฝอย น้ำชะมูลฝอยเริ่มต้นมีค่า บีโอดี 1800 มก./ล ซีโอดีเฉลี่ย 6450 มก./ล นอกจากนี้ยังตรวจพบปริมาณโลหะหนักได้แก่ โครเมียม 1.06 มก./ล ตะกั่ว 0.228 มก./ล และปรอท 0.03 มก./ล โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรอทมีค่าเกินมาตรฐานมาก ได้ออกแบบเตาเผาระเหย 2 รูปแบบ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน เปรียบเทียบประสิทธิภาพเตาเผาทั้ง 2 รูปแบบ ไอระเหยน้ำชะมูลฝอยที่ควบแน่น ค่าซีโอดี และแอมโมเนียไนโตรเจนจากเตาเผาระเหย Direct Fire มีค่าสูงกว่าแบบ Fire Tube เนื่องจากเขม่า ควันและก๊าซที่เกิดขึ้นจากการลุกไหม้เป็นเปลวไฟลอยตัวปนมากับไอระเหย และรูปแบบประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนที่ดีกว่าของเตาเผาระเหยรูปแบบ Direct Fire ทำให้แอมโมเนียไนโตรเจนระเหยออกในปริมาณสูง มีผลให้พีเอชของไอระเหยที่ควบแน่นมีค่าสูงด้วยเช่นกัน เตาเผาระเหยรูปแบบ Fire Tube ติดตั้งหัวเผาที่บริเวณด้านนอกทางตอนล่างของตัวเตาเผาเชื่อมต่อกับท่อถ่ายเทความร้อนซึ่งติดตั้งอยู่ภายในเตา ในช่วงแรกของการทดลองจะเดินระบบแบบ แบช อัตราการเผาระเหยอยู่ในช่วง 2-13.9 ลิตร/ชม. อัตราการสูญเสียก๊าซมีเทนอยู่ในช่วง 0.17-1.6 ลบ.ม.มีเทน/ลิตร น้ำชะมูลฝอย และในช่วงหลังเดินระบบแบบ ต่อเนื่อง 5 วัน อัตราการเผาระเหยอยู่ในช่วง 4-7 ลิตร/ชม. อัตราการสูญเสียก๊าซมีเทนอยู่ในช่วง 0.49-0.72 ลบ.ม.มีเทน/ลิตร น้ำชะมูลฝอย ซึ่งแสดงให้เห็นอัตราการเผาระเหยจะลดลง อัตราการสูญเสียก๊าซมีเทนสูงขึ้น ประสิทธิภาพของระบบลดลงอย่างรวดเร็ว เตาเผาระเหยรูปแบบ Direct Fire ติดตั้งหัวเผาและป้อนน้ำชะมูลฝอยเข้าที่บริเวณตอนบนของตัวเตาเผาให้เปลวไฟและน้ำชะมูลฝอยไหลอยู่ในท่อเดียวกัน เผาระเหยน้ำชะมูลฝอย 50 ลิตร ปรับอัตราการป้อน 0.23, 0.55, 0.8, 1.0 ลิตร/นาที ที่อัตราการป้อน 1.0 ลิตร/นาที อัตราการเผาระเหยมีค่าสูงสุด 15-19 ลิตร/ชม. อัตราการสูญเสียก๊าซมีเทนมีค่า ต่ำสุด 0.1-0.15 ลบ.ม.มีเทน/ลิตร น้ำชะมูลฝอย ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเตาเผาระเหยรูปแบบ Fire Tube เป็นอย่างมาก ผลการตรวจวัดก๊าซที่เกิดขึ้นหลังการเผาระเหยก่อนและหลังผ่านเตาเผาควัน พบว่าเตาเผาควันช่วยลดระดับก๊าซมลพิษก่อนปล่อยออกสู่บรรยากาศให้มีค่าไม่เกินมาตรฐานคุณภาพอากาศที่กำหนด

บรรณานุกรม :
ธิดารัตน์ ก้องวิวัฒน์สกุล . (2543). การระเหยน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ก๊าซที่เกิดจากหลุมฝังกลบขยะ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธิดารัตน์ ก้องวิวัฒน์สกุล . 2543. "การระเหยน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ก๊าซที่เกิดจากหลุมฝังกลบขยะ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธิดารัตน์ ก้องวิวัฒน์สกุล . "การระเหยน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ก๊าซที่เกิดจากหลุมฝังกลบขยะ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print.
ธิดารัตน์ ก้องวิวัฒน์สกุล . การระเหยน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ก๊าซที่เกิดจากหลุมฝังกลบขยะ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.