ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับกำลังในทางปริภูมิและเวลาสำหรับการมอดูเลตแบบ BPSK และรหัสทางปริภูมิ-เวลา แบบอะลามูติบนช่องสัญญาณแบบเรย์ลีเฟดดิง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับกำลังในทางปริภูมิและเวลาสำหรับการมอดูเลตแบบ BPSK และรหัสทางปริภูมิ-เวลา แบบอะลามูติบนช่องสัญญาณแบบเรย์ลีเฟดดิง
นักวิจัย : เขมธนะ สุวพิชญ์ภูมิ, 2522-
คำค้น : การประมวลสัญญาณดิจิตอล
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ลัญฉกร วุฒิสิทธิกุลกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9741417888 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/3827
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอการพัฒนาเทคนิคการปรับกำลังส่งเพื่อปรับปรุงสมรรถนะของการส่งสัญญาณดิจิทัลผ่านช่องสัญญาณสื่อสารไร้สายที่มีปัญหาเฟดดิงแบบเรย์ลี โดยใช้การมอดูเลตแบบ BPSK และรหัสปริภูมิ-เวลา Alamouti เทคนิคที่เสนอนี้อาศัยเครื่องรับปลายทางทำหน้าที่คำนวณค่าระดับกำลังส่งที่เหมาะสมโดยพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์ของช่องสัญญาณและทำการป้อนกลับค่าดังกล่าวให้กับภาคส่ง ในกรณีการมอดูเลตแบบ BPSK สามารถหาผลเฉลยของค่าการปรับกำลังส่งที่เหมาะสมที่สุดได้โดยอาศัยการวิเคราะห์ทางคณิตศาตร์ แต่สำหรับรหัสปริภูมิ-เวลา Alamouti มีความซับซ้อนกว่ามาก ยังไม่สามารถหาผลเฉลยที่เหมาะสมในรูปแบบปิดได้ จึงได้อาศัยการจำลองโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นหลัก เทคนิคการปรับกำลังส่งสามารถทำได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับจำนวนของระดับกำลังส่งที่ใช้กับวิธีการกำหนดค่ากำลังส่งของแต่ละระดับให้สอดคล้องกับค่าสัมประสิทธิ์ของช่องสัญญาณ ในวิทยานพินธ์นี้ได้เสนอวิธีการปรับกำลังส่งสำหรับรหัสปริภูมิ-เวลา Alamouti ไว้ 3 แบบ คือ เทคนิคการปรับกำลังส่งทางเวลา เทคนิคการปรับกำลังส่งระหว่างเสาส่ง และเทคนิคการปรับกำลังส่งทั้งทางเวลาและระหว่างเสาส่งพร้อมกัน จากผลการทดสอบด้วยโปรแกรมการจำลองระบบพบว่าเทคนิคการปรับกำลังส่งทางเวลาให้ผลที่ดี อัตราความผิดพลาดบิตมีค่าลดต่ำกว่าระบบดั้งเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเพิ่มอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ที่อัตราบิตผิดพลาดเท่ากับ 10[superscript-4] การปรับกำลังส่งด้วยวิธีนี้สามารถให้สมรรถนะที่ดีขึ้นถึง 2.5 dB และ 1 dB สำหรับการปรับกำลังส่งทางเวลาแบบที่ 1 และแบบที่ 2 ตามลำดับ ในส่วนของเทคนิคการปรับกำลังส่งระหว่างเสาส่ง นั้นปรากฏว่าไม่ได้ช่วยเพิ่มสมรรถนะของระบบแต่อย่างใดในทุกช่วงของค่าอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน แต่หากนำการควบคุมแบบฟัซซีมาช่วยในการปรับค่ากำลังส่งจะทำให้สมรรถนะของระบบดีขึ้น และสุดท้ายสำหรับเทคนิคการปรับกำลังส่งทั้งทางเวลาและระหว่างเสาส่งพร้อมกันพบว่าให้ค่าสมรรถนะแย่กว่าเทคนิคการปรับกำลังส่งทางเวลาเพียงอย่างเดียว ไม่คุ้มกับจำนวนบิตที่ต้องเสียไปในการป้อนกลับ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าการปรับกำลังส่งทางเวลาเป็นเทคนิคหนึ่งที่สามารถปรับปรุงสมรรถนะของการส่งสัญญาณในระบบสื่อสารไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องอาศัยการเพิ่มขนาดแบนด์วิดท์หรือจำนวนเสาอากาศแต่อย่างใด หากแต่ต้องมีการป้อนกลับข้อมูลช่องสัญญาณโดยใช้ไม่เกิน 1-2 บิตต่อการส่งข้อมูลหนึ่งสัญลักษณ์

บรรณานุกรม :
เขมธนะ สุวพิชญ์ภูมิ, 2522- . (2548). การปรับกำลังในทางปริภูมิและเวลาสำหรับการมอดูเลตแบบ BPSK และรหัสทางปริภูมิ-เวลา แบบอะลามูติบนช่องสัญญาณแบบเรย์ลีเฟดดิง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เขมธนะ สุวพิชญ์ภูมิ, 2522- . 2548. "การปรับกำลังในทางปริภูมิและเวลาสำหรับการมอดูเลตแบบ BPSK และรหัสทางปริภูมิ-เวลา แบบอะลามูติบนช่องสัญญาณแบบเรย์ลีเฟดดิง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เขมธนะ สุวพิชญ์ภูมิ, 2522- . "การปรับกำลังในทางปริภูมิและเวลาสำหรับการมอดูเลตแบบ BPSK และรหัสทางปริภูมิ-เวลา แบบอะลามูติบนช่องสัญญาณแบบเรย์ลีเฟดดิง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
เขมธนะ สุวพิชญ์ภูมิ, 2522- . การปรับกำลังในทางปริภูมิและเวลาสำหรับการมอดูเลตแบบ BPSK และรหัสทางปริภูมิ-เวลา แบบอะลามูติบนช่องสัญญาณแบบเรย์ลีเฟดดิง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.