ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาเครื่องตัดแต่งกิ่งเพื่ออุตสาหกรรมไม้ผล

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาเครื่องตัดแต่งกิ่งเพื่ออุตสาหกรรมไม้ผล
นักวิจัย : ธงชัย ยันตรศรี
คำค้น : เครื่องตัดแต่งกิ่ง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4420014 , http://research.trf.or.th/node/1179
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการ การพัฒนาเครื่องตัดแต่งกิ่งเพื่ออุตสาหกรรมไม้ผล ได้พัฒนาเครื่องตัดแต่งกิ่งไม้ผลขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงเพื่อลดต้นทุนของการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการในสวนขนาดกลางและขนาดใหญ่ โดยเครื่องตัดแต่งกิ่งไม้ผลติดตั้งอยู่บนส่วนหน้าของรถแทรกเตอร์ ล้อยาง ขนาด 60-70 แรงม้า เครื่องตัดแต่งกิ่งทำงานด้วยระบบไฮดรอลิก ชุดตัดแต่งกิ่งใช้เลื่อยวงเดือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 เมตร จำนวน 4 ใบ ขับด้วยไฮดรอลิกมอเตอร์ และส่งกำลังด้วยระบบสายพาน ชุดต้นกำลังระบบไฮดรอลิกติดตั้งอยู่ส่วนท้ายของรถแทรคเตอร์ และถูกขับเคลื่อนด้วยเพลาอำนวยกำลัง (PTO) ของรถแทรคเตอร์ เครื่องตัดแต่งกิ่งนี้สามารถตัดแต่งทรงพุ่มได้สูงสุด 5 เมตร และสามารถตัดในแนวดิ่งได้โดยการปรับมุมและระยะต่าง ๆ ด้วยระบบไฮดรอลิก จากการทดสอบพบว่าขีดความสามารถของเครื่องตัดแต่งกิ่งไม้ผลสามารถตัดแต่งทรงพุ่มสำหรับต้นขนาดเล็กได้ 100 ต้นต่อชั่วโมง สำหรับต้นขนาดใหญ่ได้ 6.5 ต้นต่อชั่วโมง สำหรับค่าใช้จ่ายเหมือนกันทั้ง ขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก คือ 1,100 บาทต่อวัน ซึ่งประหยัดกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับค่าจ้างแรงงานคน 1,500 บาทต่อวัน จะสามารถคุ้มทุนได้ภายใน 3.46 ปี เครื่องตัดแต่งกิ่งนี้เหมาะสำหรับสวนขนาด 120 ไร่ขึ้นไป การตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมความสูงของทรงพุ่มของลำไยและมะม่วง ประกอบด้วย 2 งานทดลอง คือการควบคุมทรงพุ่มลำไยที่ปลูกในระยะชิด โดยใช้เครื่องตัดแต่งกิ่งที่ได้พัฒนาขึ้นและตัดแต่งกิ่งโดยใช้แรงงานคนโดยตัดปลายกิ่งออก 40 – 60 เซนติเมตรให้ความสูงของต้นอยู่ในระดับ 1.8 เมตร เปรียบเทียบกับต้นที่ไม่ได้ควบคุมความสูงของทรงพุ่มซึ่งมีความสูงเฉลี่ย 2.4 เมตร ผลการศึกษาพบว่าการตัดแต่งกิ่งด้วยเครื่องและแรงงาน เร่งการแตกใบได้เร็วกว่าต้นที่ไม่ได้ควบคุมความสูง 14.4 – 17.6 วันและมีจำนวนยอดใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่เปอร์เซ็นต์การแตกใบและความยาวของยอดใหม่ ไม่แตกต่างกันทางสถิติ ความสูงของทรงพุ่มหลังตัดแต่งได้ 3 เดือนมีความสูงเพียง 1.93 – 2.04 เมตรเตี้ยกว่าต้นที่ไม่ได้ควบคุมความสูงซึ่งมีความสูงเพิ่มขึ้นเป็น 2.73 เมตร เมื่อให้สารโพแทสเซียมคลอเรต พบว่าทุกกรรมวิธีมีเปอร์เซ็นต์การออกดอก ระยะเวลาแทงช่อ และความยาวของช่อ จำนวนผลต่อช่อและคุณภาพผลผลิตไม่แตกต่างกันทางสถิติ ส่วนการตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมทรงพุ่มมะม่วง เปรียบเทียบการตัดแต่ง 3 กรรมวิธี คือ การตัดแต่งตามวิธีที่ชาวสวนปฏิบัติ การตัดด้วยเครื่อง โดยตัดปลายกิ่งทั้งด้านส่วนสูงและข้างทรงพุ่มออกประมาณ 50 เซนติเมตร และการตัดเครื่องร่วมกับแรงงาน โดยใช้แรงงานตัดกิ่งที่อยู่ในทรงพุ่มออก พบว่า การแตกใบ ความยาวยอด การออกดอก และผลผลิตต่อต้นของทุกกรรมวิธีไม่แตกต่างกันทางสถิติ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้เครื่องตัดแต่งกิ่งแทนการตัดแต่งกิ่งด้วยแรงงานคน การจัดบริการสาธารณะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด? นอกจากนั้น การที่มีหน่วยจัดบริการในระดับจังหวัดจำนวนมากเกินไปเป็นสาเหตุให้การจัดบริการสาธารณะขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากเงินงบประมาณรายจ่ายของรัฐส่วนใหญ่จะหมดไปกับการบริหารจัดการสำนักงานของหน่วยงานต่างๆ มีรายจ่ายจะเหลือสำหรับการจัดบริการฯ โดยตรงจำนวนไม่มากนัก นอกจากนั้น การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายภาคในจังหวัดเพชรบุรีจำนวนกว่าปีละ 5,000 ล้านก็มีลักษณะกระจัดกระจายเป็นเงินย่อยๆ ลงสู่หน่วยปฏิบัติงานจำนวนมากกว่า 1,000 หน่วยงาน ทำให้หน่วยกิจกรรมแต่ละหน่วยมีขนาดเล็กมากจนอาจไม่เกิดประโยชน์ในระดับกว้างและระยะยาวเท่าที่ควร จะจัดแบ่งภารกิจด้านการจัดบริการสาธารณะระหว่างรัฐบาลและองค์กรปกครองท้องถิ่นอย่างไร? ด้วยสภาพปัญหาการจัดบริการสาธารณะในจังหวัดเพชรบุรีที่กล่าวถึงข้างต้น ผู้วิจัยได้นำเสนอแนวทางการจัดแบ่งภารกิจด้านการจัดบริการสาธาณรณะระหว่างรัฐบาลกับองค์กรปกครองท้องถิ่น และระหว่างท้องถิ่นประเภทต่างๆ ในระดับจังหวัดลงมา ในเบื้องต้น ผู้วิจัยได้นำเสนอแนวทางการวิเคราะห์เพื่อจัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดบริการสาธารณะฯ ไว้ 3 ขั้นตอน คือ (1) การกำหนดระดับของหน่วยจัดบริการที่มีความรับผิดชอบสูงสุด (2) การกำหนดขนาดการจัดบริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และ (3) การจำแนกหน่วยกำหนดนโยบายและหน่วยจัดบริการออกจากกัน โดยการให้มีหน่วยกำหนดนโยบายการจัดบริการที่มีความรับผิดชอบสูงที่สุด และให้มีหน่วยจัดบริการที่มีต้นทุนต่ำที่สุด หน่วยงานทั้งสองประเภทนี้อาจเป็นหน่วยงานเดียวกันหรือไม่ก็ได้ จากนั้น ผู้วิจัยได้เสนอผลการทดลองจำแนกภารกิจการจัดบริการสาธารณะประเภทต่างๆ โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์ที่นำเสนอข้างต้น เช่น ในด้านการจัดการศึกษาระดับอนุบาล ควรให้องค์กรปกครองท้องถิ่นระดับล่างสุด คือเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นหน่วยกำหนดนโยบาย (คือกำหนดว่าจะจัดให้มีโรงเรียนอนุบาลหรือไม่ จัดอย่างไร หาเงินมาจากแหล่งไหนบ้าง ฯลฯ เป็นต้น) และให้เป็นหน่วยจัดบริการ (คือจัดตั้งโรงเรียน และบริหารกิจการโรงเรียน) ไปได้พร้อมๆ กัน ดังนี้เป็นต้น รัฐบาลและองค์กรปกครองท้องถิ่นจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไร? แม้รัฐบาลและองค์กรปกครองท้องถิ่นต่างก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดบริการสาธารณะประเภทต่างๆ แยกออกจากกันตามข้อเสนอที่กล่าวถึงข้างต้นก็ตาม แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้น องค์กรในภาครัฐทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค ระดับจังหวัด /อำเภอ และระดับชุมชนย่อย จะต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งในแนวดิ่งและแนวราบ โดยหลักการพื้นฐานนั้น หน่วยงานภาครัฐทุกระดับต่างก็ใช้ทรัพยากรส่วนใหญ่จากแหล่งเดียวกัน (คือจากภาษีที่เก็บจากประชาชนในประเทศ) จึงต้องรับผิดชอบต่อสาธารณชนร่วมกัน รัฐบาลระดับชาติจะต้องร่วมรับผิดชอบต่อความสำเร็จและความล้มเหลวขององค์กรปกครองท้องถิ่น ในขณะเดียวกัน องค์กรปกครองท้องถิ่นก็ต้องร่วมมือกับรัฐบาลในการดำเนินนโยบายแห่งชาติให้สำเร็จลุล่วง และจะต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของนโยบายดังกล่าวร่วมกัน และในกรณีที่องค์กรปกครองท้องถิ่นใดๆ ไม่สามารถจัดบริการพื้นฐานบางประเภทซึ่งเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองท้องถิ่นได้ ก็อาจร้องขอให้รัฐบาล เข้ามาดำเนินกิจกรรมหรือจัดบริการสาธารณะในพื้นที่ของตนเองแทนได้ รัฐบาลอาจจัดสรรเงินอุดหนุนแก่ท้องถิ่นที่ไม่สามารถพึ่งตัวเองในทางการคลัง หรืออาจใช้มาตรการอื่นๆ ที่จะส่งเสริมให้องค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถจัดบริการพื้นฐานแก่ประชาชนให้ได้มาตรฐานขั้นต่ำเท่าเทียมกันทั่วประเทศ Development of mechanical pruning machine for fruit industry project is for saving labor cost and improving farm management in medium or large orchard. The machine installed in front of a 60-70 horses power tractor is consisted of a set of cutting boom, lifting mechanism and hydraulic driven system through tractor PTO installed on the tractor back. The cutting boom is made of 4 cutting blades with diameter 0.6 meters. The machine is capable of cutting with maximum height 5 meters with adjustable position of either horizontal, vertical or angle between. From field testing, the machine suitable for 120 rais farm size or more was found to be capable of pruning 100 trees per hour for small tree size and 6.5 trees per hour for large tree size with the same fuel and labor expense 1,100 bahts per day with turn-over 3.46 years. There were 2 field experiments, with longan and mango orchards. For dense longan farm, the machine did prune with control height 1.8 meters compared to the control farm 2.4 meters. The result shows that both machine and manual pruning could accelerate the new budding 14.4-17.6 days compared to the control with no significant different between the machine and manual pruning. After adding potassium chlorate, no different effect were found among all treatments. Similarity of no different effect between machine, manual and combination of machine and manual was also found with mango.

บรรณานุกรม :
ธงชัย ยันตรศรี . (2548). การพัฒนาเครื่องตัดแต่งกิ่งเพื่ออุตสาหกรรมไม้ผล.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ธงชัย ยันตรศรี . 2548. "การพัฒนาเครื่องตัดแต่งกิ่งเพื่ออุตสาหกรรมไม้ผล".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ธงชัย ยันตรศรี . "การพัฒนาเครื่องตัดแต่งกิ่งเพื่ออุตสาหกรรมไม้ผล."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
ธงชัย ยันตรศรี . การพัฒนาเครื่องตัดแต่งกิ่งเพื่ออุตสาหกรรมไม้ผล. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.