ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปริมาณการปลดปล่อย CH4 จากนาข้าวเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปริมาณการปลดปล่อย CH4 จากนาข้าวเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นักวิจัย : พัชรี แสนจันทร์
คำค้น : farmer , Methane , mitigation , rice , ข้าว , มีเทน , ลดมีเทน , เกษตรกร
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4230014 , http://research.trf.or.th/node/1057
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ทำการทดลองเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล CH4 inventory ที่ได้จากนาเกษตรกรและหาแนวทางการลดมีเทนแต่ยังรักษาไว้ซึ่งผลผลิตข้าว โดยติดตามวัด CH4 จากนาข้าวเกษตรกร 5 ฤดูปลูก ในดินราชบุรี ( Rb ) และดินร้อยเอ็ด ( Re ) ที่เป็นดินไม่เค็ม ( non – saline ) และดินเค็ม ( saline ) กับข้าวเหนียวและข้าวเจ้าที่ปลูกด้วยวิธีปักดำและหว่านน้ำตม ในฤดูนาปีนาชลประทาน 1999 ดินราชบุรีปล่อยปริมาณมีเทนทั้งหมด ( TME ) อยู่ในช่วง 6.73 – 16.78 g m-2 ส่วนในดินร้อยเอ็ดในปีเดียวกันปล่อย TME อยู่ในช่วง 24.54 – 86.89 g m-2 ซึ่งมากกว่าดินราชบุรี 4.5 เท่าเนื่องจากเกษตรกรไถกลบผักบุ้งสด 18 t rai –1(112.5 t ha-1 ) การทำนาหว่าน กข 6 เมื่อเทียบกับนาดำ กข 6 สามารถลด TME ของดินร้อยเอ็ดที่ได้รับการไถกลบผักบุ้งในปริมาณสูงลงได้ 58.97% ในขณะที่นาหว่านขาวดอกมะลิ 105 เมื่อเทียบกับนาดำขาวดอกมะลิ 105 ลด TME ลง 33.10% การเกิด aeration 2 ช่วงช่วยลด TME ลง 57.75% เมื่อเทียบกับ aeration 1 ช่วง ในฤดูนาปรัง 2000 พบว่าในดินนาราชบุรีมี TME 6.20 – 29.18 g m-2 เมื่อจำนวนวันที่ขังน้ำลดลงจาก 92 วัน เป็น 70 วัน จะลด TME ลง 58.4% และพบว่าชัยนาท 1 ปล่อย CH4 ได้น้อยกว่า กข 10 ส่วนในดินร้อยเอ็ดในฤดูเดียวกันปล่อย TME 10.01 – 24.34 g m-2 ในฤดูนาปีน้ำฝน 2000 พบ TME อยู่ในช่วง 8.96 – 14.72 g m-2 จากดินนาราชบุรีที่ถูกน้ำท่วมส่วนในดินนาร้อยเอ็ดในฤดูเดียวกัน TME 27.10 – 41.94 g m-2 อิทธิพลของการไถกรบวัชพืชต่อ TME สูงถึง 71.56% ในนาดำ กข 6 และ 68.70% ในนาดำขาวดอกมะลิ 105 ฤดูนาปรัง 2001 ในดินราชบุรี TME 9.33 – 15.70 g m-2 ในขณะที่ในดินร้อยเอ็ดมี TME 15.27 – 22.80 g m-2 ในฤดูนาน้ำฝน 2001 ในดินร้อยเอ็ดที่เป็นดินเค็ม ( saline soil ) TME 18.98 – 32.36 g m-2 ในดินร้อยเอ็ดที่ไม่เค็ม ( non saline ) ปล่อย TME 26.28 g m-2 ตลอด 5 ฤดูปลูกผลผลิตข้าวจากดินนาราชบุรีอยู่ในช่วง 387 – 819 kg rai –1 ( 2.42 – 5.12 t ha –1 ) สูงกว่าดินนาร้อยเอ็ดซึ่งอยู่ในช่วง 256 – 733 kg rai –1 ( 1.60 – 4.58 t ha –1) และพบว่าปริมาณ CH4 ต่อหน่วยผลผลิตข้าว ( MPG ) มีค่าอยู่ในช่วง 12.11 – 222.66 gCH4 kg grain –1 ในนาปีชลประทาน 1999 MPG ของดินนาราชบุรีมีค่าต่ำอยู่ในช่วง 17.88 – 56.40 gCH4 kg grain –1 แต่ในดินนาร้อยเอ็ดให้ MPG สูง 67.84 – 222.66 gCH4 kg grain –1 เนื่องจากไถกลบผักบุ้งในปริมาณสูง ทุกฤดูปลูกมีแนวโน้มว่านาหว่านมีค่า MPG ต่ำกว่านาดำ ในฤดูนาน้ำฝน 2000 และนาน้ำฝนดินเค็ม 2001 ซึ่งฝนดีมากให้ MPG อยู่ในช่วง 89.92 – 138.64 gCH4 kg grain –1 และ 57-02 – 167.46 gCH4 kg grain –1 ตามลำดับ นาหว่านมีแนวโน้มให้ผลผลิตดีขึ้นในขณะที่ปล่อย CH4 ต่อหน่วยผลผลิตข้าวได้ต่ำกว่าของนาดำ พันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีแต่ปล่อย CH4 ต่ำเรียงจากดีมากกว่าไปหาดีน้อยกว่า คือ ชัยนาท 1 กข 10 ขาวดอกมะลิ 105 และ กข 6 ซึ่ง 2 พันธุ์หลังไม่ต่างกันมาก ข้อเสนอแนะแนวทางการลด CH4 จากนาแต่รักษาผลผลิตข้าวไม่ให้ลดลงนั้นได้แนะนำให้ไถกลบวัชพืชสดหรือใส่ปุ๋ยอินทรีย์ในสภาพดินชื้น 2 สัปดาห์ก่อนการเตรียมดิน แนะนำให้ทำนาหว่านในพื้นที่ชลประทานใส่ปุ๋ยรองพื้นด้วย 16-20-0 กับดินเหนียวและ 16-16-8 กับดินร่วนในอัตรา 15-20 kg rai –1 เมื่อกล้าอายุ 15 –20 วันหลังหว่านหรือ 7 วันหลังปักดำ แล้วแต่งหน้าด้วยปุ๋ย urea , ammonium sulfate หรือ gypsum ในอัตรา 20-30 kg rai –1ในช่วงข้าวแตกกอถึงข้าวตั้งท้อง การใส่ปุ๋ยเคมีควรแบ่งใส่เมื่อมีน้ำขังในนา 5 ซม. ตลอดฤดูปลูกเริ่มจากระยะข้าวตั้งตัวควรดูแลต้นข้าวใช้น้ำให้หมดจนผิวดินแตก 3 วันสำหรับดินเหนียวหรือ 4-5 วันสำหรับดินร่วน แล้วจึงทดน้ำเข้านาให้ท่วม 5 ซม. โดยที่ดูแลข้าวไม่ให้ขาดน้ำในช่วงข้าวตั้งท้องถึงข้าวออกดอก และระบายน้ำออก 14 วันก่อนเก็บเกี่ยวสำหรับนาดินเหนียว หรือ 7 วันก่อนเก็บเกี่ยวสำหรับนาดินร่วน In order to obtain CH4 inventory and identify potential mitigation measures while sustaining high yield. Methane emission rates were directly measured from farmers’ paddy fields in 5 growing seasons with variation in soil: Ratchaburi (Rb) and Roiet (Re) soil series (non-saline and saline), rice varieties: glutinous and indica rice, and cultivation methods: transplanting and broadcasting, In irrigated major rice 1999, total CH4 emission (TME) ranged from 6.73 – 16.78 g m-2, while TME from Re soil ranged from 24.54 – 86.89 g m-2. This was 4.5 times higher than from Rb soils due to incorporation of 18 t rai-1(112.5 t ha-1) fresh Impomoea aquatica. Broadcasted rice reduced TME over transplanted rice 58.97 % and 33.10 % for RD 6 and KDML 105, respectively. Twice aeration abated TME 57.75 % compared with single aeration. In second rice 2000, TME in Rb soils were 6.20- 29.18 g m- 2. Lesser number of submerged days from 92 to 72 days decreased TME by 58.4 %. CNT 1 emitted lesser CH4 than RD 10. For Re soil in the same season, TME ranged from 10.01 – 24.34 g m-2. Rainfed rice 2000 was overflooded in Rb soils, produced TME 8.96 – 14.72 g m-2, whereas in Re soil TME ranged from 27.1 – 41.94 g m-2. Influence of incorporated weeds in rainfed rice soils increased TME by 71.56 % and 68.70 % for RD 10 and KDML 105, respectively. In second rice 2001, TME ranged from 9.33-15.70 g m-2 while TME from Re soils ranged from 15.27 - 22.80 g m-2 . In rainfed rice 2001, saline soils contributed TME 18.98-32.36 g m-2 while Re soil (non-saline) contributed TME 26.28 g m-2. Grain yields from 5 rice growing seasons obtained from Rb soils were 387 – 819 kg rai-1(2.42 - 5.12 t ha-1) and higher than from Re soils which provided 256 – 733 kg rai-1(1.60 – 4.58 t ha-1) and CH4 emission per unit grain yield (MPG) resulted in 12.11 – 222.6 gCH4 kg-1grain. In irrigated rice 1999, MPG from Rb soils were very low 17.88 – 56.40 gCH4 kg- 1grain while from Re soils were very high 67.84 – 222.66 gCH4 kg-1grain due to farmers incorporated high amount of Impomoea aquatica. This research resulted in lower MPG from broadcasted rice than transplanted rice. In rainfed rice 2000 for Re soils and 2001 for saline soils MPG were 89.92 – 138.64 gCH4 kg-1grain and 57.02 – 167.46 gCH4 kg-1grain, respectively. Broadcasted rice showed potential to produce higher grain yield while emitted lesser MPG when compared to transplanted rice. Potential of cultivars to mitigate CH4 with sustainable grain yield was decreased in this order: CNT 1, RD 10, KDML 105 and RD 6. The two latters were not different. Strategy to mitigate CH4 emission from rice fields and to maintain sustainable rice yield was introduced. Green manure and organic matter should be incorporated into soil under aerobic condition 2 weeks prior to land preparation. In irrigated area, broadcasted rice should be cultivated. Combined fertilizer 16-20-0, 5-20 kg rai-1 is recommended for fine- textured soils and 16-16-8, 5-20 kg rai-1 for medium-textured soils at 15-20 days after broadcasting or 7 days after transplanting. Urea, ammonium sulfate or gypsum as top dressing fertilizers are advised to apply during tillering and panicle initiation period when flooded water is approximately 5 cm. Multiple aerations can be done by leaving paddy fields to evapotranspirate until the surface soil cracks for 3 days in clayey soils or 4 – 5 days in loamy soils, then reflood to 5 cm again. From panicle initiation to flowering stage, paddy soil should be maintained flooded. Drainage 14 days and 7 days before harvest are recommended for clayey soils and loamy soils, respectively.

บรรณานุกรม :
พัชรี แสนจันทร์ . (2545). ปริมาณการปลดปล่อย CH4 จากนาข้าวเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พัชรี แสนจันทร์ . 2545. "ปริมาณการปลดปล่อย CH4 จากนาข้าวเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พัชรี แสนจันทร์ . "ปริมาณการปลดปล่อย CH4 จากนาข้าวเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
พัชรี แสนจันทร์ . ปริมาณการปลดปล่อย CH4 จากนาข้าวเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.