ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกันตามแนวดิ่งระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศในกลุ่มอาเซียน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกันตามแนวดิ่งระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศในกลุ่มอาเซียน
นักวิจัย : คมกริช วงศ์แข, 2514-
คำค้น : การค้าระหว่างประเทศ -- ญี่ปุ่น , การค้า , การค้าระหว่างประเทศ -- ญี่ปุ่น , ญี่ปุ่น -- การค้ากับต่างประเทศ -- กลุ่มประเทศอาเซียน , กลุ่มประเทศอาเซียน -- การค้า , ญี่ปุ่น -- ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ -- กลุ่มประเทศอาเซียน , กลุ่มประเทศอาเซียน -- ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ -- ญี่ปุ่น
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเศรษฐศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9745321842 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/3258
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษารูปแบบทางการค้าระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศในกลุ่มอาเซียนตั้งแต่ปี 1988 ถึงปี 2003 และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความน่าจะเป็นในการเกิดการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกันตามแนวดิ่ง (Vertical Intra-Industrial Trade: VIIT) และการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกันตามแนวดิ่งของสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ (Low Quality VIIT: LQVIIT) ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยใช้ข้อมูลการค้าปี 2000 ปัจจัยที่ใช้ศึกษาได้แก่ มูลค่าผลผลิตถ่วงน้ำหนักด้วย GDP การลงทุนของญี่ปุ่นในอาเซียนเป็นรายอุตสาหกรรม ความแตกต่างของค่าจ้างต่อแรงงาน อัตราภาษี จำนวนสินค้ารายอุตสาหกรรมและตัวแปรเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร เคมี ผลิตภัณฑ์จากไม้และเยื่อกระดาษ สิ่งทอ โลหะ อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ขนส่ง และอุตสาหกรรมเครื่องจักร การวิเคราะห์ใช้แบบจำลอง Binary Logistic Model และประมาณค่าแบบ Maximum Likelihood สินค้าออกของประเทศในกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีคุณภาพต่ำและนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่าโดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และประเทศเวียดนาม ยกเว้นประเทศสิงคโปร์ ในการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความน่าจะเป็นในการเกิดการค้าแบบ VIIT พบว่า VIIT มีโอกาสเกิดขึ้นมากในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าผลผลิต การลงทุน ความแตกต่างของค่าจ้างต่อแรงงาน และจำนวนสินค้าในอุตสาหกรรมสูงและมีโอกาสเกิดน้อยในอุตสาหกรรมที่มีการเก็บภาษีสูง ส่วนอุตสาหกรรมที่ทำการศึกษาพบว่ามีโอกาสเกิด VIIT มากกว่าอุตสาหกรรมเครื่องจักรในกรณีของประเทศสิงคโปร์ ส่วนในประเทศอื่นๆ พบว่ามีโอกาสเกิดรูปแบบทางการค้าอย่างอื่นมากกว่า ในการศึกษาการเกิด LQVIIT พบว่า มูลค่าผลผลิตส่งเสริมการเกิด LQVIIT ในอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย ในขณะที่การลงทุนส่งเสริมการเกิด LQVIIT เฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่าความแตกต่างของค่าจ้างต่อแรงงาน ส่งเสริมการเกิด LQVIIT ในอินโดนีเซียและประเทศไทย ส่วนตัวแปรอัตราภาษีนั้นเป็นอุปสรรคต่อการเกิดของ LQVIIT ในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย และมีผลในทิศทางตรงข้ามในกรณีของประเทศสิงคโปร์ ผลการศึกษาเปรียบเทียบความน่าจะเป็นในการเกิดรูปแบบการค้าแบบ LQVIIT โดยใช้อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอุตสาหกรรมอ้างอิงทำให้ทราบว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอ มีความน่าจะเป็นในการเกิด LQVIIT มากกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ/ ในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทยและมีความน่าจะเป็นในการเกิดไม่แตกต่างกันในกรณีของประเทศสิงคโปร์

บรรณานุกรม :
คมกริช วงศ์แข, 2514- . (2547). การศึกษาการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกันตามแนวดิ่งระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศในกลุ่มอาเซียน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คมกริช วงศ์แข, 2514- . 2547. "การศึกษาการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกันตามแนวดิ่งระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศในกลุ่มอาเซียน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คมกริช วงศ์แข, 2514- . "การศึกษาการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกันตามแนวดิ่งระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศในกลุ่มอาเซียน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
คมกริช วงศ์แข, 2514- . การศึกษาการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกันตามแนวดิ่งระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศในกลุ่มอาเซียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.