ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การควบคุมการทำงานของต่อมน้ำนมในโคลูกผสม: ผลของการให้อาหารหยาบต่างชนิดร่วมกับอาหารข้น

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การควบคุมการทำงานของต่อมน้ำนมในโคลูกผสม: ผลของการให้อาหารหยาบต่างชนิดร่วมกับอาหารข้น
นักวิจัย : ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร
คำค้น : Body fluids , Crossbred Holstein cattle , Glucose metabolism , Mammary metabolism , Urea treated rice straw , กลูโคสเมแทบอลิซึม , ปริมาณของเหลว , ฟางปรุงแต่ง , เมแทบอลิซึมในต่อมน้ำนม , โคนมสายพันธุ์ลูกผสม
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG3820007 , http://research.trf.or.th/node/899
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของการเลี้ยงโคนมจากการให้ฟางปรุงแต่งด้วยยูเรีย 5% เปรียบเทียบกับ หญ้าแห้งติดต่อกันเป็นเวลานานกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและกลไกควบคุมการทำงานของต่อม น้ำนมในโคนมลูกผสม วิธีการวิจัย : โคนมลูกผสม 2 สายพันธุ์ ระหว่าง Holstein Friesian และ Red Sindhi อายุระหว่าง 23- 25 เดือน จำนวน 16 ตัว ใช้ในการวิจัยโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโคนมลูกผสมสายพันธุ์ 87.5% Holstein Friesian (87.5%HF) จำนวน 8 ตัว และกลุ่มโคนมลูกผสมสายพันธุ์ 50% Holstein Friesian (50%HF) จำนวน 8 ตัว โดยในแต่ละกลุ่มแบ่งสัตว์ทดลองในจำนวนเท่ากัน 4 ตัว โดยให้กินฟาง ปรุงแต่งด้วยยูเรีย 5% หรือหญ้าแห้งพันธุ์ Pangola (Digitaria decumbens) ร่วมกับอาหารข้นชนิดเดียว กันตลอดการทดลอง ทำการวัดปริมาณน้ำในร่างกาย ระดับฮอร์โมนต่าง ๆ กลูโคสเมแทบอลิซึม ระบบ ไหลเวียนเลือดภายในต่อมน้ำนม และการใช้สารอาหารโดยต่อมน้ำนมในขณะที่สัตว์ตั้งท้องระยะท้าย (21 วันก่อนคลอด) และในระยะให้นมซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วงได้แก่ ช่วงให้นมระยะแรก (30 วันภายหลัง คลอด) ช่วงให้นมระยะกลาง (120 วันภายหลังคลอด) และช่วงให้นมระยะท้าย (210 วันภายหลังคลอด) ผลที่ได้จากการทดลองนำมาประเมินทางสถิติโดยวิธี analysis of variance และเปรียบเทียบข้อแตกต่าง ระหว่างกลุ่มโดยวิธี Duncan’s multiple range test และวิธี paired t-test ผลการศึกษาวิจัย : ผลจากการศึกษาพบว่าโคนมลูกผสม 87.5%HF ที่เลี้ยงด้วยหญ้าแห้งและฟางปรุง แต่งพบน้ำหนักตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงให้นมระยะแรกเมื่อเปรียบเทียบกับขณะตั้งท้องระยะท้าย โดยที่กลุ่มโคนมลูกผสม 50%HF ไม่พบการเปลี่ยนแปลง อัตราการหมุนเวียนของน้ำในร่างกาย และ ปริมาตรของเลือดภายในร่างกายเทียบกับน้ำหนักตัวพบว่าเพิ่มขึ้นในช่วงให้นมระยะแรกมากกว่าขณะตั้ง ท้องระยะท้ายในทุกกลุ่ม อัตราการหมุนเวียนของกลูโคสภายในร่างกายศึกษาโดยการฉีด [U-14C] และ 3-[3H] กลูโคส พบว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงให้นมระยะแรกเมื่อเปรียบเทียบกับขณะท้องใน ระยะท้าย การเปลี่ยนแปลงนี้พบร่วมไปกับการเพิ่มขึ้นของการใช้สารกลูโคสและสัดส่วนการใช้กลูโคส ของต่อมน้ำนมในสัตว์ทดลองทุกกลุ่ม อัตราการหมุนเวียนของกลูโคสภายในร่างกายในขณะให้นมไม่พบ ความแตกต่างกันระหว่างโคนมลูกผสมต่างสายพันธุ์ แต่เปอร์เซนต์การหมุนเวียนกลับการใช้ธาตุคาร์บอน ของกลูโคสจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการให้นม ปริมาณของเลือดที่ไหลสู่ต่อมน้ำนมเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าในช่วงให้นมระยะแรกเมื่อเทียบกับขณะท้องระยะท้ายในโคนมทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตามปริมาณเลือด ที่ไหลสู่ต่อมน้ำนมและการหลั่งน้ำนมในโคนมลูกผสม 87.5%HF จะมีปริมาณมากกว่ากลุ่มโคนมลูกผสม 50%HF ในช่วงให้นมระยะแรก การหลั่งน้ำนมและปริมาณเลือดสู่ต่อมน้ำนมของโคนมลูกผสม 87.5%HF จะลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงให้นมระยะแรก การหลั่งน้ำนมในกลุ่มโคนมลูกผสม 50%HF ค่อนข้าง คงที่ตลอดระยะเวลาการให้นม การศึกษาค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ที่อยู่ภายในเลือด ได้แก่ กลูโคส อะซิเตรด เบต้า-ไฮดร็อกซี่บิวทาเรท กลีเซอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และกรดไขมันอิสระ ไม่แตกต่างในช่วงต่าง ๆ ของระยะการให้นมของโคนมแต่ละกลุ่ม การใช้สารอาหารโดยต่อมน้ำนมของ กลูโคส อะซิเตรด และ เบต้า-ไฮดร็อกซี่บิวทาเรท จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงระยะท้ายการให้นมใน กลุ่มโคนมลูกผสม 87.5%HF การใช้กลูโคสภายในต่อมน้ำนมเพื่อการสังเคราะห์แลคโตส และ ซิเตรท ในน้ำนมจะลดลงอย่างชัดเจน แต่การสังเคราะห์ไตรกลีเซอไรด์ในน้ำนมจะเพิ่มขึ้นในช่วงระยะท้ายของ การให้นมในกลุ่มโคนมลูกผสม 87.5%HF ที่กินทั้งหญ้าแห้งและฟางปรุงแต่ง ในการศึกษาครั้งนี้ไม่พบ การเปลี่ยนแปลงของสารในพลาสมา ได้แก่ โปรตีน ยูเรีย อิเลคโทรไลท์ (Na, K, Cl, Ca, Pi) ในโคนม ลูกผสมทุกกลุ่มที่เลี้ยงด้วยฟางปรุงแต่งและหญ้าแห้ง ความเข้มข้นของสารอาหารในน้ำนม ได้แก่ โปรตีน ยูเรีย อิเลคโทรไลท์ (Na, K, Cl, Ca, Pi) และ allantoin ไม่พบการเปลี่ยนแปลงในโคนมทุกกลุ่มตลอดช่วง ระยะการให้นม ระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนธัยรอกซิน คอร์ติซอล โปรแลคติน ไม่พบการเปลี่ยนแปลง ในช่วงระยะการให้นมในโคนมลูกผสมทุกกลุ่ม ระดับฮอร์โมนไตรไอโอโดธัยโรนีน อินซูลิน กลูคากอน จะเพิ่มขึ้นในช่วงระยะการให้นม แต่ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสตราไดออลจะลดลงอย่างชัดเจน ในโคนมลูกผสมทุกกลุ่ม สรุปและอภิปรายผล : จากผลการศึกษานี้สรุปได้ว่าผลของการให้กินอาหารหยาบต่างชนิด ฟางปรุง แต่ง และหญ้าแห้ง ไม่พบข้อแตกต่างของหน้าที่ทางสรีรวิทยาของร่างกายเมื่อเปรียบเทียบกับโคนม ลูกผสมในสายพันธุ์เดียวกัน แต่ความแตกต่างระหว่างโคนมลูกผสมต่างสายพันธุ์พบว่าโคนมลูกผสม 87.5%HFที่ให้น้ำนมสูงจะมีการปรับตัวในการควบคุมปริมาตรของน้ำในร่างกายและอัตราการไหลของ เลือดสู่ต่อมน้ำนมในช่วงระยะการให้นมต่ำกว่าโคนมลูกผสม 50%HF ข้อเสนอแนะ : จากผลการศึกษานี้น่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาสัญญาณทางสรีรวิทยาที่บ่งบอกถึง การลดลงของปริมาณเลือดที่ไหลสู่ต่อมน้ำนมและการหลั่งน้ำนมในกลุ่มโคนมลูกผสม 87.5%HF ซึ่งเป็น สายพันธุ์ให้น้ำนมสูง กลไกการปรับตัวแบบ homeorhesis ที่แตกต่างกันในส่วนที่เกี่ยวกับการคงไว้ของ ระดับของการหลั่งน้ำนมจำเป็นที่จะต้องศึกษาวิจัยต่อไปเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาการให้ น้ำนมน้อยในโคนมลูกผสมในประเทศไทย Objectives : The present study was to evaluate the effect of prolonged feeding of urea treated rice straw compared with feeding of hay on various physiological changes related to the mechanism responsible for the control of the mammary function in dairy crossbred Holstein Friesians (HF). Methodology : Sixteen pregnant heifers (23-25 months of age) were selected for the experiments including eight animals of two breed types between Holstein Friesian (HF) and Red Sindhi, 87.5%HF and 50%HF, were selected and each breed was randomly allocated into two groups. Each group, consisting of four animals from the same breed, was fed either 5% urea treated rice straw or pangola hay (Digitaria decumbens) as the source of roughage in combination with a similar concentrate throughout the experiments. Experiments were carried out to measure body fluids, hormonal levels, body glucose metabolism, mammary circulation and mammary utilization of substrates during late pregnancy (21 days prepartum) and three consecutive lactating periods of early lactation (30 days postpartum), mid-lactation (120 days postpartum) and late lactation (210 days postpartum). The experimental results were evaluated by analysis of variance. The significant differences between groups and treatments were compared by either Duncan’s multiple range test or paired t-test. Results : The body weight of 87.5%HF animals fed either hay or urea treated rice straw significant decreased in the early stage of lactation when compared with the late pregnant period while body weight of 50%HF animals did not change significantly. The water turnover rate and blood volume as percentage of body weight were significantly higher in early lactating animals than in pregnant animals while total body water did not change in all groups. The glucose turnover rate as determined by [U-14C] and 3-[3H] glucose infusion increased significantly during early lactation as compared to late pregnancy in all groups, which coincided with increases of uptake, arteriovenous differences and extraction ratio for glucose across the udder. The glucose turnover rate was not different among breeds during the course of lactation. Recycling of glucose carbon as percentage of glucose turnover increased when lactation advanced in all groups. Udder blood flow was nearly three times higher in early lactating animals than in late pregnant animals in all groups. The udder blood flow and milk secretion of 87.5%HF animals were significantly higher in early lactation in comparison with those of 50%HF animals fed either hay or treated rice straw. Milk yield of both 87.5%HF animals rapid declined after peak from the early stage of lactation. The rate of decline of milk yield was proportional to the decrease in the rate of udder blood flow in 87.5%HF. More persistent lactations were apparent of both groups of 50%HF animals throughout periods of lactation. There were no significant differences in mean arterial plasma concentration and mammary extraction ratio of glucose, acetate, ?–hydroxybutyrate, glycerol, triacylglycerol and free fatty acids among periods of lactation in each group. The net uptake by the udder for glucose, acetate and ?–hydroxybutyrate markedly decreased when lactation advanced in both groups of 87.5%HF animals. The utilization of glucose by the mammary gland for synthesis of milk lactose and milk citrate decreased while it increased for synthesis of milk triacylglycerol during late lactation in both groups of 87.5%HF animals. In the present study, the values of the plasma concentration of protein, urea and electrolytes (Na, K, Cl, Ca, Pi) in all groups were not affected by feeding on either hay or urea treated rice straw. No significant differences were apparent for protein, electrolytes, urea-N and allantoin-N concentrations in milk in all groups throughout all periods of lactation. Mean average values of the plasma hormone concentrations of thyroxin, cortisol and prolactin showed no significant changes during lactating periods in each group. The plasma hormone concentrations of triiodothyronine, insulin and glucagon were significantly higher in lactating periods than in pregnant period while the levels of plasma progesterone and estradiol markedly decreased during lactation in all groups. Discussion and conclusion : It can be concluded from the results that no differences in physiological functions are apparent for prolonged feeding of urea treated rice straw or pangola hay as a sources of roughage in the same crossbred animals. The relatively stable levels of both milk urea and milk allantoin concentrations indicate a constant level of feeding and synthesis of microbial protein in the rumen during feeding on either hay or urea treated rice straw. The difference between breeds is found in the 87.5%HF animals which have a higher milk yield but a lower adjustment for the regulation of body fluid and mammary blood flow during lactation causing poorer lactation persistency in comparison to 50%HF animals. Further Study or Research : This results encourage further experiments to elucidate the physiological signals responsible for the rapid decline of the mammary blood flow and milk yield during the course of lactation in high yielding animals (87.5%HF). The different mechanisms for homeorhesis in relation to a persistent lactation should be further studied between 87.5%HF animals and 50%HF animals.

บรรณานุกรม :
ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร . (2542). การควบคุมการทำงานของต่อมน้ำนมในโคลูกผสม: ผลของการให้อาหารหยาบต่างชนิดร่วมกับอาหารข้น.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร . 2542. "การควบคุมการทำงานของต่อมน้ำนมในโคลูกผสม: ผลของการให้อาหารหยาบต่างชนิดร่วมกับอาหารข้น".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร . "การควบคุมการทำงานของต่อมน้ำนมในโคลูกผสม: ผลของการให้อาหารหยาบต่างชนิดร่วมกับอาหารข้น."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2542. Print.
ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร . การควบคุมการทำงานของต่อมน้ำนมในโคลูกผสม: ผลของการให้อาหารหยาบต่างชนิดร่วมกับอาหารข้น. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2542.