ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิภาพของกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ในการลดความลึกของรอยแผลเป็นจากสิว ชนิดหลุมเทียบกับกลุ่มควบคุม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิภาพของกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ในการลดความลึกของรอยแผลเป็นจากสิว ชนิดหลุมเทียบกับกลุ่มควบคุม
นักวิจัย : ดวงกมล ทัศนพงศากุล, 2517-
คำค้น : สิว , แผลเป็น--การรักษา , กรดไตรคลอโรอะซีติก--การใช้รักษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จิตรดา วิภากุล , อภิชาต ศิวยาธร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741726686 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2446
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย :กรดไตรคลอโรอะซีติค 50% เป็น medium depth chemical peeling สามารถนำมาใช้ในการรักษารอยเเผลเป็นจากสิวชนิดหลุม โดยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในชั้น dermis เเละทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวหนัง (reepithelialization) จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพของกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุม การศึกษานี้จึงเป็นงานศึกษาเเรกที่ศึกษาถึงประสิทธิภาพของกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุม (ice-pick acne scar) เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม วัตถุประสงค์ในการวิจัย : เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการรักษารอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุมด้วยกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% วิธีการทำวิจัย : ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยทั้งหมด 40 คน ผู้ป่วยจะได้รับการแต้มกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ที่บริเวณรอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุม (ice-pick acne scar) ทุก 3 สัปดาห์จนครบ 8 ครั้ง แล้วเปรียบเทียบว่ารอยแผลเป็นจากสิวดีขึ้นหรือแย่ลง เมื่อเทียบกับก่อนรักษา และเทียบกับบริเวณที่ไม่ได้รับการรักษา โดยใช้เครื่องมือวัดค่าที่ใช้อ้างอิงถึงความลึกของรอยเเผลเป็นจากสิวก่อนเเละหลังการรักษา (profilometry Visioscan VC 98 ) นอกจากนี้ยังมีการประเมินผลการรักษาจากผู้ป่วย และ แพทย์ด้วย ผลการวิจัย: จากจำนวนผู้ป่วย 40 คน พบว่ามีผู้ป่วยมาติดตามผลการรักษา 33 คน จนสิ้นสุดการศึกษา พบว่ารอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุมที่ได้รับการแต้มกรดไตรคลอโรอะซีติคตื้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (p-value < 0.001) เมื่อประเมินจากเครื่องมือวัดค่าที่ใช้อ้างอิงถึงความลึกของรอยเเผลเป็นจากสิว นอกจากนี้ผลการประเมินจากผู้ป่วย เเละแพทย์ พบว่าทั้งผู้ป่วย เเละแพทย์ให้ความเห็นว่ารอยแผลเป็นจากสิวมีตื้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบก่อนเเละหลังการรักษาเช่นกัน ( p-value < 0.001 ) อาการข้างเคียงที่พบเช่น รอยแดง (erythema) ซึ่งพบในผู้ป่วย 25 คน คิดเป็น 75.76% ซึ่งรอยแดงที่เกิดขึ้นหายไปภายใน2 สัปดาห์ ส่วนรอยดำ (postinflammatory hyperpigmentation) พบได้ในผู้ป่วย 5 คน คิดเป็น 15.15% หายไปภายใน 4 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังพบ milia ในผู้ป่วย 1 คน คิดเป็น 3.03 % ในสัปดาห์ที่ 12 สรุปผลการวิจัย : จากการศึกษา สรุปได้ว่ากรดไตรคลอโรอะซีติค 50% มีประสิทธิภาพในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุม สามารถใช้เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวชนิดหลุม

บรรณานุกรม :
ดวงกมล ทัศนพงศากุล, 2517- . (2545). ประสิทธิภาพของกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ในการลดความลึกของรอยแผลเป็นจากสิว ชนิดหลุมเทียบกับกลุ่มควบคุม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดวงกมล ทัศนพงศากุล, 2517- . 2545. "ประสิทธิภาพของกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ในการลดความลึกของรอยแผลเป็นจากสิว ชนิดหลุมเทียบกับกลุ่มควบคุม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดวงกมล ทัศนพงศากุล, 2517- . "ประสิทธิภาพของกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ในการลดความลึกของรอยแผลเป็นจากสิว ชนิดหลุมเทียบกับกลุ่มควบคุม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
ดวงกมล ทัศนพงศากุล, 2517- . ประสิทธิภาพของกรดไตรคลอโรอะซีติค 50% ในการลดความลึกของรอยแผลเป็นจากสิว ชนิดหลุมเทียบกับกลุ่มควบคุม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.