ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาวิธีการตรวจสอบเชื้อราเวสสิคูลาร์-อาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาในรากของถั่วเหลืองด้วยเทคนิค PCR

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาวิธีการตรวจสอบเชื้อราเวสสิคูลาร์-อาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาในรากของถั่วเหลืองด้วยเทคนิค PCR
นักวิจัย : พนิดา ปรีเปรมโมทย์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546001567
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การเพิ่มปริมาณไรโบโซมอลดีเอ็นเอ ตรงบริเวณ intrnal transcribed spacer (ITS)1 และ 2 และ 5.8S จากการสกัดดีเอ็นเอจากสปอร์ของเชื้อรา ~iAcaulospora scrobiculata~i5 ไอโซเลท ด้วยเทคนิค polymerase chain reaction (PCR) โดยใช้ universal primerITS1 และ ITS4 ซึ่งจะได้แถบดีเอ็นเอขนาดประมาณ 550 คู่เบส แล้วนำผลผลิตจากปฏิกิริยาPCR ของ ~iA. scrobiculata~i No.1 และ ~iA. scrobiculata~i No.3 มาโคลนและวิเคราะห์ลำดับเบสได้ขนาด 542 และ 547 คู่เบส พบว่า ~iA. scrobiculata~i ทั้งสองไอโซเลท มีความเหมือนกัน 98 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลลำดับเบสนี้ได้นำมาออกแบบไพรเมอร์ให้จำเพาะต่อเชื้อ~iA. scrobiculata~i เพื่อนำไปใช้ในการตรวจหาการเข้าอยู่อาศัยของเชื้อราดังกล่าวในรากพืช โดยนำมาเปรียบเทียบข้อมูลลำดับเบสจาก GenBank ของเชื้อราวีเอไมคอร์ไรซา คือ~iAcaulospora~i sp., ~iA. mellea, A. morrowiae, A.denticulate, A. colossica,Eutrophospora columbiana, Scultellospora castaneta, Gigaspora margarita,Glomus fasciculatum, Gl. geosporum~i และ ~iGl. intraradices~i ตลอดจนเปรียบเทียบลำดับเบสกับเชื้อราอื่น ๆ และบางชนิดพืชด้วยไพรเมอร์ที่ออกแบบได้คือ ไพรเมอร์ ITS1A-Fและ ITS2A-R จากนั้นนำไพรเมอร์มาทดสอบการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอด้วยเทคนิค PCR พบว่าสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอได้จำเพาะกับเชื้อรา ~iA. scrobiculata~i เท่านั้น จะได้แถบดีเอ็นเอขนาดประมาณ 300 คู่เบส แต่ไพรเมอร์ไม่สามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอของเชื้อราวีเอไมคอร์ไรซาชนิดอื่น ๆ เชื้อราอื่นและพืชได้ แสดงให้เห็นว่าไพรเมอร์มีความจำเพาะการทดสอบความไวในการทำปฏิกิริยา PCR พบว่า ไพรเมอร์ที่ออกแบบสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอได้ที่ความเข้มข้นต่ำสุด 10 พิโคกรัม และในการศึกษาการตรวจหาการเข้าอยู่อาศัยของเชื้อราในรากถั่วเหลืองทำโดยการปลูกเชื้อรา ~iA. scrobiculata~i No.1~iA. scrobiculata~i No.2 ~iA. scrobiculata~i No.3 ~iA. scrobiculata~i No.4และ ~iA. scrobiculata~i No.5 และไม่ปลูกเชื้อ หลังจากปลูกเชื้อเป็นเวลา 5 และ7 สัปดาห์ นำรากถั่วเหลืองมาตรวจสอบการเข้าอยู่อาสัยของเชื้อราโดยการย้อมสีพบว่า~iA. scrobiculata~i No.1 มีการเข้าอยู่อาศัยของเชื้อราในรากสูงสุด และต่ำสุดคือ~iA. scrobiculata~i No.3 และสำหรับการตรวจหาเชื้อราในรากด้วยเทคนิค PCR ร่วมกับไพรเมอร์ที่ออกแบบ พบแถบดีเอ็นเอของเชื้อรา ~iA. scrobiculata~i No.1, ~iA. scrobiculata~iNo.2, ~iA. scrobiculata~i No.4 และ ~iA. scrobiculata~i No.5 ในรากถั่วเหลืองอายุ 7 สัปดาห์ได้ ไม่พบแถบดีเอ็นเอในรากถั่วเหลืองอายุ 5 สัปดาห์ และรากถั่วเหลืองที่ปลูกเชื้อรา ~iA. scrobiculata~i No.3 ที่อายุ 5 และ 7 สัปาดาห์

บรรณานุกรม :
พนิดา ปรีเปรมโมทย์ . (2546). การพัฒนาวิธีการตรวจสอบเชื้อราเวสสิคูลาร์-อาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาในรากของถั่วเหลืองด้วยเทคนิค PCR.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พนิดา ปรีเปรมโมทย์ . 2546. "การพัฒนาวิธีการตรวจสอบเชื้อราเวสสิคูลาร์-อาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาในรากของถั่วเหลืองด้วยเทคนิค PCR".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พนิดา ปรีเปรมโมทย์ . "การพัฒนาวิธีการตรวจสอบเชื้อราเวสสิคูลาร์-อาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาในรากของถั่วเหลืองด้วยเทคนิค PCR."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
พนิดา ปรีเปรมโมทย์ . การพัฒนาวิธีการตรวจสอบเชื้อราเวสสิคูลาร์-อาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาในรากของถั่วเหลืองด้วยเทคนิค PCR. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.