ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ : กรณีวิจัยปฏิบัติการเขตเลือกตั้ง คจังหวัดนครราชสีมา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ : กรณีวิจัยปฏิบัติการเขตเลือกตั้ง คจังหวัดนครราชสีมา
นักวิจัย : อนุสรณ์ ไชยพาน
คำค้น : 143 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222536000029
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยเรื่อง การจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์นี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ผู้วิจัยได้เข้าไปร่วมปฏิบัติการทางการเมืองในศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคพลังธรรม จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงระหว่างวันที่13 สิงหาคม - 13 กันยายน 2535 โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ 1. เพื่อนำเสนอตัวแบบการจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ ในการนำไปปฏิบัติการในเขตเลือกตั้งที่ทำการวิจัย 2. เพื่อศึกษาลักษณะโครงสร้างขององค์กร อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ การแบ่งงานกันทำของแต่ละฝ่ายและสายงานในโครงสร้างของศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง 3. เพื่อเสนอแนวทางการจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งของพรรคการเมืองไทยในอนาคต แนวคิดที่นำมาศึกษาในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่แนวคิดในการศึกษาเกี่ยวกับการศึกษาองค์กรและการบริหารโครงการการจัดองค์กร โครงสร้างองค์กร แนวคิดเกี่ยวกับสายงานหลักและสายงานสนับสนุน การจัดทำแผนภูมิองค์กรและแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในแนวคิด3 เขตยุทธศาสตร์ซึ่งได้นำมาเป็นกรอบคิดในการศึกษาวิจัย ผลการวิจัยพบว่า การนำเอาตัวแบบในการจัดโครงสร้างองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้ แนวคิด3 เขตยุทธศาสตร์ลงไปปฏิบัติการในพื้นที่นั้น เป็นการจัดองค์กรที่มีลักษณะการแบ่งหน้าที่การทำงานออกเป็นฝ่าย ๆตามลักษณะของงานโดยแยกฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายที่ปรึกษาหรือฝ่ายสนับสนุนออกจากกัน ได้แก่ ฝ่ายสนับสนุนวิชาการฝ่ายสนับสนุนบริหาร และฝ่ายปฏิบัติการรณรงค์ ฝ่ายสนับสนุนวิชาการ ตามโครงสร้างการจัดองค์กรในศูนย์อำนวยการเลือกตั้งงานในฝ่ายนี้มี 4 งาน คืองานวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ งานสำรวจฐานคะแนนงานค้นหาผู้นำสังคม-หัวคะแนน และงานติดตามประเมินหัวคะแนนซึ่งต้องมีอัตรากำลังในฝ่ายนี้ 5 ตำแหน่ง แต่ในการปฏิบัติการแล้วมีงานวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ งานสำรวจฐานคะแนนที่มีกิจกรรมสามารถเคลื่อนไหวงานได้ มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะงานสำรวจฐานคะแนนได้จัดให้มีการสำรวจคะแนนนิยม 2 ครั้ง ในช่วงต้นฤดูการรณรงค์ และช่วงปลายกลางฤดูรณรงค์ส่วนงานค้นหาผู้นำสังคม-หัวคะแนน และงานติดตามประเมินหัวคะแนนไม่สามารถปฏิบัติการตามแผนปฏิบัติการได้ เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ฝ่ายสนับสนุนบริหาร ฝ่ายนี้มีงานธุรการ งานบุคลากรงานการเงิน งานวัสดุอุปกรณ์และเสบียง ซึ่งเป็นงานที่มีความสำคัญมากในการที่จะช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ฝ่ายงานอื่น ๆ แต่ในเชิงการปฏิบัติแล้วในศูนย์ฯ นี้ไม่มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ทางคณะผู้วิจัย จึงเข้ามาช่วยงานทางด้านการเงินและเสบียง การดำเนินงานในฝ่ายนี้ค่อนข้างมีข้อจำกัด เนื่องจากขาดความพร้อมทางด้านคน เงินวัสดุอุปกรณ์ ในการบริหารโดยเฉพาะขาดงบประมาณที่จะดำเนินการจึงทำให้งานต่าง ๆ ในศูนย์อำนวยการเลือกตั้งไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามแผนปฏิบัติการ ฝ่ายปฏิบัติการรณรงค์ ฝ่ายปฏิบัติการรณรงค์นี้เป็นสายงานหลักขององค์กรศูนย์อำนวยการเลือกตั้งประกอบด้วยงานศูนย์ปฏิบัติการ งานยุทธศาสตร์เขตเรา งานยุทธศาสตร์เขตเขา และงานยุทธศาสตร์เขตเป็นกลาง ตามตัวแบบการจัดโครงสร้างองค์กรจะต้องมีเจ้าหน้าที่ในฝ่ายงานนี้ 5ตำแหน่ง แต่ในเชิงการปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติงานในสายงานนี้ประกอบด้วยคณะผู้วิจัย 3 คน และอาสาสมัครช่วยงานปราศรัย3 คน การดำเนินการของฝ่ายปฏิบัติการรณรงค์นั้นได้ปรับยุทธวิธีในการดำเนินเคลื่อนไหว เนื่องจากการสำรวจฐานคะแนนนิยมพบว่า เขตเลือกตั้งนี้เป็นเขตเขา จึงได้จัดให้มีการเคลื่อนไหวรณรงค์โดยแบ่งออกเป็น 3 สาย แบ่งผู้สมัครรับผิดชอบคนละ 2 อำเภอ โดยประสานกับหัวคะแนนในแต่ละอำเภอที่ทางศูนย์ฯ เดิมได้จัดตั้งไว้ อีกทั้งขาดบุคลากรอาสาสมัครและหัวคะแนนที่จะช่วยในการปฏิบัติการเคลื่อนไหวในแต่ละเขต ทำให้งานฝ่ายปฏิบัติการรณรงค์นี้ไม่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการของงาน 3 เขตยุทธศาสตร์ จากการวิจัยปฏิบัติการในการนำเอาตัวแบบการจัดองค์กร และการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งลงไปปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การจัดองค์กรศูนย์อำนวยการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร เนื่องจากขาดปัจจัยความพร้อมทางด้านทรัพยากรการบริหาร คน เงิน วัสดุอุปกรณ์ ซึ่งมีข้อจำกัดมากโดยเฉพาะทางด้านงบประมาณในการดำเนินการขาดแคลนมากจึงส่งผลต่อการจัดองค์กรศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ตามตัวแบบที่วางไว้ อีกทั้งสถานการณ์การแข่งขันในเขตเลือกตั้งนี้ อยู่ในเขตเขาหรือพรรคคู่แข่ง ฉะนั้นการต่อสู้แข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ไม่มีความพร้อมทางด้านทรัพยากรการบริหารก็พบกับความพ่ายแพ้ ถึงแม้นว่าจะนำเอาตัวแบบการจัดองค์กรลงไปปฏิบัติการก็ตาม อีกทั้งพบว่าวัฒนธรรมทางการเมืองของคนชนบท เงินสามารถซื้อชัยชนะในการเลือกตั้งได้ ผู้สมัครที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งมักจะมีความพร้อมทางด้านทรัพยากรทางการเมือง ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคการเมืองที่สังกัด มีอิทธิพลบารมี และมีงบประมาณจำนวนมากในการรณรงค์หาเสียง อย่างไรก็ตามการจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ เป็นการนำเอาหลักวิชาการการจัดการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งแบบสมัยใหม่มาใช้ในการจัดองค์กรศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง ควรจะนำมาใช้เพื่อช่วยให้มีทิศทางและแนวทางในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ

บรรณานุกรม :
อนุสรณ์ ไชยพาน . (2536). การจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ : กรณีวิจัยปฏิบัติการเขตเลือกตั้ง คจังหวัดนครราชสีมา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนุสรณ์ ไชยพาน . 2536. "การจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ : กรณีวิจัยปฏิบัติการเขตเลือกตั้ง คจังหวัดนครราชสีมา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนุสรณ์ ไชยพาน . "การจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ : กรณีวิจัยปฏิบัติการเขตเลือกตั้ง คจังหวัดนครราชสีมา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
อนุสรณ์ ไชยพาน . การจัดองค์กรและการบริหารศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายใต้แนวคิด 3 เขตยุทธศาสตร์ : กรณีวิจัยปฏิบัติการเขตเลือกตั้ง คจังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.