ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษานิเวศวิทยาเชิงเปรียบเทียบของต้นชิดในป่าที่มีการจัดการ 3 แบบ โดยชุมชน บ้านน้ำกิ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษานิเวศวิทยาเชิงเปรียบเทียบของต้นชิดในป่าที่มีการจัดการ 3 แบบ โดยชุมชน บ้านน้ำกิ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน
นักวิจัย : ปิยะดา วชิระวงศกร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=48068
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานิเวศวิทยาเชิงเปรียบเทียบของต้นชิดในป่าที่มีการจัดการโดยชุมชนใน พื้นที่บ้านน้ำกิกลาง บ้านน้ำกิเหนือ และบ้านน้ำกิใต้ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ได้ดำเนินการศึกษาระหว่าง ตุลาคม พ.ศ. 2544-พฤษภาคม พ.ศ. 2545 โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระบบนิเวศของป่าต้นชิดที่มีการจัดการอนุรักษ์ต้นชิด ในชุมชนแตกต่างกัน 3 แบบ เพื่อนำผลการศึกษาไปใช้เป็นแนวทางจัดการการใช้ประโยชน์ และการอนุรักษ์ป่าต้นชิดในพื้นที่ต่าง ๆ โดยการศึกษาลักษณะนิเวศวิทยาของต้นชิดใน สังคมพืชป่าดิบแล้ง ซึ่งใช้แปลงสุ่มตัวอย่างขนาด 40 เมตร X 40 เมตร จำนวนทั้งหมด 28 แปลง ศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของดิน โดยการเก็บตัวอย่างดินตามความลึก ของชั้นดินในแปลงสุ่มตัวอย่างทั้งหมด 3 แปลง ศึกษามวลชีวภาพของพืชชั้นล่าง จากแปลง สุ่มตัวอย่างขนาด 1 เมตร X 1 เมตร จำนวน 3 แปลงต่อหนึ่งพื้นที่ และศึกษาการจัดการ อนุรักษ์ป่าต้นชิดโดยชุมชนบ้านน้ำกิกลาง บ้านน้ำกิเหนือ และบ้านน้ำกิใต้ ด้วยวิธี การรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ด้วยแบบสอบถาม จำนวน 150 ชุด คือ บ้านน้ำกิกลาง 51 ชุด บ้านน้ำกิเหนือ 66 ชุด และบ้านน้ำกิใต้ 33 ชุด การสนทนากลุ่ม และการสังเกต ผลการศึกษาพบว่า ระบบนิเวศของสังคมพืชป่าดิบแล้งที่มีต้นชิดขึ้นอยู่มีความ แตกต่างกันในแต่ละชุมชน คือ สังคมพืชบริเวณบ้านน้ำกิกลางมีจำนวนชนิดพันธุ์ไม้สูง ที่สุด คือ 89 ชนิด รองลงมาในบ้านน้ำกิเหนือ 53 ชนิด และบ้านน้ำกิใต้ 46 ชนิด ความหนาแน่นของพันธุ์ไม้ในบริเวณบ้านน้ำกิกลางสูงที่สุด คือ 138 ต้น/ไร่ รองลงมา ในบ้านน้ำกิใต้ 91 ต้น/ไร่ และบ้านน้ำกิเหนือ 80 ต้น/ไร่ พื้นที่หน้าตัดของลำต้น รวมของบ้านน้ำกิกลาง บ้านน้ำกิเหนือ และบ้านน้ำกิใต้ เท่ากับ 78.88, 42.02 และ 43.28 ตารางเมตร/ไร่ ตามลำดับ ความหนาแน่นของต้นชิดในสังคมพืชบริเวณบ้านน้ำกิกลาง มีมากที่สุด รองลงมาคือบ้านน้ำกิเหนือ และบ้านน้ำกิใต้ คือ 55, 30 และ 26 ต้น/ไร่ พื้นที่หน้าตัดลำต้นรวมของต้นชิดในบ้านน้ำกิกลาง บ้านน้ำกิเหนือ และบ้านน้ำกิใต้ เท่ากับ 21.54, 16.37 และ 19.54 ตารางเมตร/ไร่ ตามลำดับ สำหรับค่าความหลากหลายของ พันธุ์ไม้ในสังคมพืชของบ้านน้ำกิกลางมีค่าสูงที่สุด คือ 4.04 รองลงมาคือสังคมพืช บริเวณบ้านน้ำกิเหนือ คือ 4.02 และสังคมพืชบริเวณบ้านน้ำกิใต้ คือ 2.99 ตามลำดับ โดยสังคมพืชบริเวณบ้านน้ำกิเหนือมีค่าความคล้ายคลึงกับสังคมพืชบ้านน้ำกิใต้มากที่ สุดเท่ากับ 71.71 % นอกจากนี้ยังมีการลักลอบตัดทำลายต้นชิด ซึ่งในสังคมพืชบริเวณ บ้านน้ำกิใต้มีการตัดทำลายต้นชิดมากที่สุด รองลงมาคือบ้านน้ำกิเหนือ และ บ้านน้ำ กิกลาง คือ 6.57, 6.09 และ 3.93 % ตามลำดับ ปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญต่อความ ยั่งยืนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากต้นชิดในอนาคต รวมทั้งมีผลต่อการอนุรักษ์และการ จัดการต้นชิดในชุมชน คุณสมบัติของดินในสังคมพืชบริเวณหมู่บ้านบ้านน้ำกิจัดเป็นดินชุดบ้านจ้อง มีหินดินดานและหินฟิลไลต์เป็นหินต้นกำเนิดดิน โดยในแต่ละชุมชน มีคุณสมบัติทาง กายภาพคล้ายคลึงกัน คือ เนื้อดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนดินเหนียวถึงดินเหนียว มีความลึกดินมากกว่า 100 เซนติเมตร สำหรับคุณสมบัติทางเคมีของดินมีความแตกต่างกัน ในแต่ละชุมชน คือ ดินส่วนใหญ่มีปฏิกิริยาของดินเป็นกรดปานกลางถึงกรดจัดมาก โดยที่ ดินชั้นบนของบ้านน้ำกิกลาง บ้านน้ำกิเหนือ และบ้านน้ำกิใต้ มีค่า pH อยู่ในช่วง 5.10-5.11, 4.40-4.65 และ 4.46-5.56 ตามลำดับ ปริมาณอินทรียวัตถุของดินชั้นบนใน สังคมพืชบ้านน้ำกิกลางมีค่าสูงที่สุด รองลงมาดินในบ้านน้ำกิใต้ และบ้านน้ำกิเหนือ มีปริมาณอยู่ในช่วง 2.13-4.66, 1.55-3.86 และ 1.29-3.26 % ตามลำดับ ปริมาณไนโตรเจน ของดินชั้นบนในสังคมพืชบ้านน้ำกิกลางมีค่าสูงที่สุด รองลงมาในบ้านน้ำกิใต้ และบ้าน น้ำกิเหนือ มีปริมาณอยู่ในช่วง 0.09-0.18, 0.08-0.16 และ 0.07-0.14 % ตามลำดับ ค่าความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกในดินชั้นบนของสังคมพืชบริเวณบ้านน้ำกิกลาง สูงที่สุด รองลงมาในบ้านน้ำกิใต้ และบ้านน้ำกิเหนือ มีค่าอยู่ในช่วง 4.31-5.29, 3.75-5.01 และ 2.66-3.08 meq/100g ตามลำดับ ปริมาณฟอสฟอรัสของดินชั้นบนในสังคม พืชบริเวณบ้านน้ำกิใต้มีค่าสูงที่สุด มีค่าอยู่ในช่วง 4.48-47.05 ppm ส่วนดินใน บ้านน้ำกิกลางและบ้านน้ำกิเหนือมีปริมาณฟอสฟอรัสใกล้เคียงกัน คือ มีค่าอยู่ในช่วง 11.47-15.24 และ 7.53-18.42 ppm ตามลำดับ ปริมาณโปแตสเซียมในดินชั้นบนบริเวณสังคม พืชบริเวณบ้านน้ำกิกลาง บ้านน้ำกิเหนือ และบ้านน้ำกิใต้ มีค่าใกล้เคียงกัน มีค่า อยู่ในช่วง 151.83-239.75, 141.15-256.85 และ 110.00-220.50 ppm ตามลำดับ แคลเซียม ที่สกัดได้ในดินชั้นบนของสังคมพืชบริเวณบ้านน้ำกิใต้มีปริมาณสูงที่สุด รองลงมาใน บ้านน้ำกิกลาง และบ้านน้ำกิเหนือ มีค่าอยู่ในช่วง 1180.50-3096.50, 1441.75-2834.35 และ 777.00-1411.00 ppm ตามลำดับ และปริมาณแมกนีเซียมที่สกัดได้ในดินชั้นบนของ สังคมพืชป่าต้นชิดบริเวณบ้านน้ำกิใต้สูงที่สุด รองลงมาในบ้านน้ำกิกลาง และบ้านน้ำ กิเหนือ มีค่าอยู่ในช่วง 279.60-522.00, 98.50-208.50 และ 119.50-139.25 ppm ตามลำดับ การที่ระบบนิเวศในสังคมพืชป่าต้นชิดในหมู่บ้านน้ำกิมีความแตกต่างกัน ก็เนื่อง มาจากมีการจัดการอนุรักษ์ป่าต้นชิดที่แตกต่างกัน โดยการจัดการแบบแบ่งเขตในชุมชน บ้านน้ำกิกลางมีประสิทธิภาพในการจัดการมากที่สุด คือมีการแบ่งพื้นที่ป่าต้นชิดให้ แต่ละครอบครัวดูแลและใช้ประโยชน์จากต้นชิดของพื้นที่ของตน และต้องรับผิดชอบดูแล รักษาทรัพยากรทุกชนิดในป่าภายใต้กฎระเบียบในชุมชนที่เข้มงวด ส่งผลทำให้ระบบนิเวศ มีความอุดมสมบูรณ์และมีปริมาณของต้นชิดในป่ามากที่สุด รองลงมาคือ การจัดการแบบ อาศัยเงื่อนไขของแรงงานเป็นสิ่งกำหนดรูปแบบการจัดการในชุมชนบ้านน้ำกิเหนือ ที่ให้ ความสำคัญกับศักยภาพและความสามารถของแรงงานในการเก็บลูกชิด มีกฎระเบียบในการ คุ้มครองต้นชิด แต่ไม่ได้มีกฎระเบียบที่ชัดเจนในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติชนิดอื่น ๆ ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติหลายชนิดในป่าเพื่อนำมาใช้ในครอบครัว และขาย หากมีความถี่และปริมาณในการใช้สูง อาจส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของป่าได้ และการจัดการแบบเป็นกลุ่มในชุมชนบ้านน้ำกิใต้ ที่เน้นการลดความขัดแย้งจากการแย่งชิง เก็บลูกชิดเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่คนในชุมชน มีกฎระเบียบในการรักษาและขยาย พันธุ์ต้นชิด จัดการอนุรักษ์ป่าต้นชิดที่แตกต่างกันทำให้ปริมาณผลผลิตจากต้นชิด แตกต่างกันด้วย ปริมาณลูกชิดในชุมชนบ้านน้ำกิกลาง บ้านน้ำกิเหนือ และบ้านน้ำกิใต้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2542-2544 โดยปริมาณผลผลิตรวมของลูกชิดในบ้านน้ำ กิกลางปี พ.ศ. 2542, 2543 และ 2544 คือ 27195.00, 30177.00 และ 29295.00 กิโลกรัม/ ปี/หมู่บ้าน ตามลำดับ ปริมาณผลผลิตรวมของลูกชิดในบ้านน้ำกิเหนือปี พ.ศ. 2542, 2543 และ 2544 คือ 8246.70, 9359.70 และ 10138.80 กิโลกรัม/ปี/หมู่บ้าน ตามลำดับ และ ปริมาณผลผลิตรวมของลูกชิดในบ้านน้ำกิใต้ ปี พ.ศ. 2542, 2543 และ 2544 คือ 1293.60, 1806.42 และ 1848.00 กิโลกรัม/ปี/หมู่บ้าน ตามลำดับ การซื้อขายของลูกชิดในชุมชนจะ ซื้อขายด้วยการบรรจุใส่ปี๊บ (1 ปี๊บ บรรจุลูกชิด 21 กิโลกรัม) ราคาขายของลูกชิดมี แนวโน้มลดลง ซึ่งราคาเฉลี่ยของลูกชิดของบ้านน้ำกิกลางในปี พ.ศ. 2542, 2543 และ 2544 เท่ากับ 300.87, 260.00 และ 248.70 บาท/ปี๊บ ตามลำดับ ราคาเฉลี่ยของลูกชิดของบ้าน น้ำกิเหนือในปี พ.ศ. 2542, 2543 และ 2544 เท่ากับ 264.47, 255.15 และ 240.76 บาท/ปี๊บ ตามลำดับ ส่วนราคาเฉลี่ยของลูกชิดของบ้านน้ำกิใต้ในปี พ.ศ. 2542, 2543 และ 2544 เท่ากับ 250.00, 230.00 และ 250.00 บาท/ปี๊บ ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าการนำรูปแบบ การจัดการอนุรักษ์ต้นชิดมาใช้ ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยสามารถใช้ประโยชน์จาก ต้นชิดในป่าธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนและทำให้ระบบนิเวศคงความอุดมสมบูรณ์ตลอดไป

บรรณานุกรม :
ปิยะดา วชิระวงศกร . (2545). การศึกษานิเวศวิทยาเชิงเปรียบเทียบของต้นชิดในป่าที่มีการจัดการ 3 แบบ โดยชุมชน บ้านน้ำกิ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยะดา วชิระวงศกร . 2545. "การศึกษานิเวศวิทยาเชิงเปรียบเทียบของต้นชิดในป่าที่มีการจัดการ 3 แบบ โดยชุมชน บ้านน้ำกิ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยะดา วชิระวงศกร . "การศึกษานิเวศวิทยาเชิงเปรียบเทียบของต้นชิดในป่าที่มีการจัดการ 3 แบบ โดยชุมชน บ้านน้ำกิ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ปิยะดา วชิระวงศกร . การศึกษานิเวศวิทยาเชิงเปรียบเทียบของต้นชิดในป่าที่มีการจัดการ 3 แบบ โดยชุมชน บ้านน้ำกิ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.