ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประเมินผลโครงการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการจ่ายยา เปรียบเทียบระหว่างร้านยากลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุมในเขตกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประเมินผลโครงการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการจ่ายยา เปรียบเทียบระหว่างร้านยากลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุมในเขตกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร
คำค้น : EDUCATIONAL PROGRAM , DISPENSING BEHAVIOR , DRUG STORES , SIMULATED CLIENT METHOD
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43786
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมการจ่ายยาระหว่างร้านยากลุ่มควบคุมและร้านยากลุ่มศึกษา (รวม 39 คู่จาก 8 เขต) ที่ได้ร่วมโครงการให้ความรู้ใน 4 กรณีศึกษา คือ การจ่ายยาให้ผู้ป่วย ที่มีอาการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ การจ่ายยาให้ผู้ป่วยเด็กที่มีอาการท้องเสีย การจ่ายยาใน กรณีระบุซื้อยาปฏิชีวนะ และการจ่ายยาในกรณีระบุซื้อยาสเตียรอยด์ ในช่วงเดือนมกราคมและ กุมภาพันธ์ 2542 รูปแบบการให้ความรู้เป็นการบรรยายเชิงปฏิบัติการ สำหรับร้านยาในกลุ่ม ทดลองที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะได้รับการนัดหมายเพื่อพูดคุยและเสริมความรู้ในหัวข้อ เดียวกัน เมื่อจบโครงการให้ความรู้กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มจะได้รับการประเมินโดยวิธีการ สวมบทบาทล่อซื้อยาเพื่อศึกษาพฤติกรรมการจ่ายยาใน 4 กรณีศึกษานั้น พบว่าร้านยากลุ่มศึกษา ให้ความสำคัญต่อการซักถามประวัติและอาการก่อนจ่ายยา รวมถึงการแนะนำในการปฏิบัติตัว มากกว่ากลุ่มควบคุม ทั้งนี้ขึ้นกับกรณีผู้ป่วยด้วย โดยกรณีอักเสบของทางเดินปัสสาวะในกลุ่ม ศึกษาจะมีการซักถามและให้คำแนะนำมากกว่ากลุ่มควบคุมเมื่อเทียบกับกรณีอื่น ยาที่จ่ายสำหรับ กรณีนี้พบว่ากลุ่มศึกษาจะมีหลากหลายกว่า โดยพบการจ่ายยาตามอาการโดยเฉพาะยาแก้ปวด สำหรับการอักเสบของทางเดินปัสสาวะในอัตราที่สูงกว่า กรณีท้องเสียพบการจ่ายผงเกลือแร่ ในกลุ่มศึกษาร้อยละ 23.31 สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่พบเพียงร้อยละ 17.27 กรณีเมื่อได้รับการ ระบุซื้อยาปฏิชีวนะร้อยละ 95.38 ของกลุ่มควบคุม และร้อยละ 85.13 ของกลุ่มศึกษาจ่ายยา ตามร้องขอ และพบว่าเพียงร้อยละ 1.03 ในกลุ่มควบคุม และร้อยละ 3.43 ในกลุ่มศึกษาได้จ่ายยา ให้ตามหลักการจ่ายยาปฏิชีวนะที่ต้องให้ครบ 5 วัน ส่วนกรณีระบุขอซื้อยาสเตียรอยด์ซึ่งเป็นยา ควบคุมพิเศษนั้น พบว่าร้อยละ 35.38 ของกลุ่มศึกษาไม่จ่ายยาให้ ในจำนวนนี้มีร้อยละ 5.64 ถามถึงใบสั่งแพทย์ ส่วนร้านยาในกลุ่มควบคุมพบว่ามีร้อยละ 15.9 ที่ไม่จ่ายยา และถามถึง ใบสั่งแพทย์เพียงร้อยละ 1.54 โดยสรุป การให้ความรู้เรื่องหลักปฏิบัติในการจ่ายยาที่ดีแก่ ผู้จ่ายยามีผลในการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นในประเด็นการซักถามอาการ การให้คำแนะนำในการ ปฏิบัติตัว และคำแนะนำการใช้ยา ที่เห็นผลชัดในกลุ่มศึกษา ส่วนการจ่ายยาที่ถูกต้องตามอาการ ตามหลักปฏิบัติในการจ่ายยาที่ดียังไม่เห็นผลชัดเจน แสดงว่าการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจ่ายยาที่ไม่เหมาะสม

บรรณานุกรม :
พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร . (2542). ประเมินผลโครงการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการจ่ายยา เปรียบเทียบระหว่างร้านยากลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุมในเขตกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร . 2542. "ประเมินผลโครงการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการจ่ายยา เปรียบเทียบระหว่างร้านยากลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุมในเขตกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร . "ประเมินผลโครงการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการจ่ายยา เปรียบเทียบระหว่างร้านยากลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุมในเขตกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร . ประเมินผลโครงการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการจ่ายยา เปรียบเทียบระหว่างร้านยากลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุมในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.