ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาภาวะโลหิตจางกับการบริโภคอาหารที่มีธาตเหล็กสูง ในผู้สูงอายุ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาภาวะโลหิตจางกับการบริโภคอาหารที่มีธาตเหล็กสูง ในผู้สูงอายุ
นักวิจัย : กุลพร สุขุมาลตระกูล
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42087
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ภาวะโลหิตจางในผู้สูงอายุเป็นปัญหาทางสาธารณสุข ที่สำคัญในประเทศไทย จากรายงานการสำรวจภาวะอาหาร และโภชนาการของประเทศไทย ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2529 โดยใช้ เกณฑ์ภาวะโลหิตจางเท่ากับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 12 กรัมเปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มผู้สูงอายุพบอัตราความชุกของโลหิตจางในเพศชาย ร้อยละ 27.8 และเพศหญิงร้อยละ 48.3 ในประชากรภาค ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการบริโภคธาตุเหล็ก วิตามินซี และไฟเตท ซึ่งเป็นสารอาหารที่เสริมและขัดขวาง การดูดซึมธาตุเหล็ก โดยใช้แบบสอบถาม semi-quantitative food frequency กับตัวชี้วัดภาวะโลหิตจางทางชีวเคมี (ฮีโมโกลบิน, ฮีมาโตรคริต และซีรั่มเฟอร์ไรติน) ประชากรศึกษาเป็นสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาล พระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี จำนวน 136 คน (ชาย 59 คน และหญิง 77 คน๗ ผลการศึกษาพบอัตราความชุกภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 11.8 ด้วยค่าฮีโมลโกลบิน (ชาย <13 g/dl และหญิง <12 g/dl) ผู้วิจัยได้พัฒนาแบบสอบถาม semi-quantitative food frequency กับตัวชี้วัดภาวะโลหิตจางทางชีวเคมี (ฮีโมโกลบิน, ฮีมาโตรคริต และซีรั่มเฟอร์ไรติน) ประชากรศึกษาเป็นสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาล พระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี จำนวน 136 คน (ชาย 59 คน และหญิง 77 คน) ผลการศึกษาพบอัตราความชุกภาวะโลหิต จางร้อยละ 11.8 ด้วยค่าฮีโมลโกลบิน (ชาย <13 g/dl และ หญิง <12 g/dl) ผู้วิจัยได้พัฒนาแบบสอบถาม semi- quantitative food frequency เพื่อประเมินปริมาณการ บริโภคธาตุเหล็ก วิตามินซี และไฟเตทของผู้สูงอายุ โดย สัมภาษณ์ความถี่ในการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง 19 ชนิด (12 ชนิดเป็นเนื้อสัตว์และ 7 ชนิดเป็นพืชผัก) ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง 8 ชนิด และอาหารพวกธัญพืชและ ถั่วเมล็ดแห้ง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีไฟเตทสูงอีก 8 ชนิด ผู้สูงอายุได้รับธาตุเหล็กระหว่าง 1.6 - 48.9 มก/วัน โดยผู้สูงอายุเพศชายและเพศหญิงได้รับธาตุเหล็ก 10.3 (+,-) 8.9 มก/วัน และ 9.1(+,-) 6.1 มก/วัน (Mean (+,-) SD) วิตามินซี 104.1 (+,-) 81.3 และ 76.0 (+,-) 65.5 มก/วัน และไฟเตท 404 (+,-) 312 และ 392 (+,-) 338 มก/วัน ตามลำดับ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะโลหิตจางด้วยเกณฑ์ ฮีมาโตรคริตได้รับธาตุเหล็กจากอาหารมากกว่ากลุ่มปกติ (p<0.05) (11.7 (+,-) 7.4 vs 8.9 (+-) 7.4 มก/วัน) เมื่อเปรียบเทียบปริมาณธาตุเหล็กที่ได้รับต่อวันในกลุ่ม โลหิตจาง ระหว่างผู้มีคะแนนความรู้ทางโภชนาการสูงและต่ำ พบว่ากลุ่มคะแนนสูงมีแนวโน้มได้รับธาตุเหล็กมากกว่ากลุ่ม คะแนนต่ำ จึงพอสรุปได้ว่ากลุ่มโลหิตจางคงมีความเอาใจใส่ เรื่องอาหารมากกว่ากลุ่มปกติ จึงส่งผลให้มีการรับประทาน ธาตุเหล็กได้มากกว่า

บรรณานุกรม :
กุลพร สุขุมาลตระกูล . (2540). การศึกษาภาวะโลหิตจางกับการบริโภคอาหารที่มีธาตเหล็กสูง ในผู้สูงอายุ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กุลพร สุขุมาลตระกูล . 2540. "การศึกษาภาวะโลหิตจางกับการบริโภคอาหารที่มีธาตเหล็กสูง ในผู้สูงอายุ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กุลพร สุขุมาลตระกูล . "การศึกษาภาวะโลหิตจางกับการบริโภคอาหารที่มีธาตเหล็กสูง ในผู้สูงอายุ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
กุลพร สุขุมาลตระกูล . การศึกษาภาวะโลหิตจางกับการบริโภคอาหารที่มีธาตเหล็กสูง ในผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.