ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวความคิดในการออกแบบโรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่างกายในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวความคิดในการออกแบบโรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่างกายในประเทศไทย
นักวิจัย : ภัทราวดี ศิริวรรณ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=34779
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแนวความคิดในการออกแบบโรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่างกาย ในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการใช้อาคาร และปัญหาการใช้อาคารเรียนสำหรับ เด็กพิการทางร่างกาย ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอแนวความคิดในการออกแบบ โรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่ายกายในประเทศไทย โดยศึกษาโรงเรียนศรีสังวาลย์เป็นกรณี ตัวอย่าง ด้วยการรวบรวมข้อมูลดังนี้ 1. ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการใช้พื้นที่อาคารเรียนทั่วไป เพื่อการเรียนการสอน รวบรวม ด้วยการสังเกตและแบบสอบถามสำหรับครู-อาจารย์และนักเรียน 2. ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ห้องเฉพาะการฟื้นฟูสมรรถภาพของเด็กพิการ ใช้การสัมภาษณ์ ประกอบแบบสอบถามสำหรับนักวิชาการเฉพาะและเจ้าหน้าที่เฉพาะห้องนั้นๆ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน โรงเรียนศรีสังวาลย์มีนักเรียนทั้งหมด 216 คน ดังนี้ เป็นเพศชายคิดเป็นร้อยละ 58.57 เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 41.20 สภาพของนักเรียน แสดงให้เห็นว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 48.15 นั่งเก้าอี้เข็นล้อเลื่อน รองลงมาคือร้อยละ 19.91 ใช้เครื่องช่วยเดิน และร้อยละ 18.98 ใช้ไม้ค้ำยัน มีเพียงร้อยละ 12.96 เท่านั้น ที่ไม่ ต้องใช้เครื่องช่วยเดิน ขนาดรูปร่างของนักเรียนส่วนใหญ่มีรูปร่างแตกต่างกัน คือ มีขนาด รูปร่างคละกันระหว่างขนาดปกติ ตัวโตกว่าเด็กปกติและเล็กแคระแกน จำนวนไล่เลี่ยกัน คิดเป็นร้อยละ 83.33 รองลงมาคือ ขนาดปกติและตัวเล็กแคระแกน มีจำนวนเท่ากัน คิดเป็น ร้อยละ 8.33 2. กิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบด้วยชั้นเรียน ดังนี้2.1 ระดับชั้นเรียนพิเศษ เป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนโดยการวางแผน การสอนเป็นรายบุคคล เพื่อพัฒนาทักษะการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ การพูดและการใช้ภาษา การ ช่วยตนเองและสังคมนิสัย เชาว์ปัญญา ความพร้อมทางวิชาการ เพื่อเข้าเรียนในระดับปกติ2.2 ระดับชั้นอนุบาล2.3 ระดับชั้นเรียนนอกระดับ เป็นการสอนนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกาย เนื่องจากสมองร่วมกับมีความบกพร่องทางเชาว์ปัญญาจำนวนหนึ่ง จึงไม่สามารถเรียนได้ใน ระดับเดียวกับเด็กคนอื่นๆ และจำเป็นต้องเรียนในชั้น นอกระดับ โดยจะจัดทำแผนการสอน นักเรียนเป็นรายบุคคลเพื่อพัฒนานักเรียนแต่ละคนให้สอดคล้องกับสภาพร่างกาย เชาว์ปัญญา และ ศักยภาพด้านต่างๆ โดยการประสานความคิดเห็นทั้งของนักกายภาพบำบัด ครู พนักงานบริบาล ที่ดูแลนักเรียน ผู้ปกครองและตัวนักเรียน2.4 ระดับชั้นประถม2.5 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3. สภาพการใช้อาคารต่างๆ อาคารของโรงเรียนศรีสังวาลย์ ประกอบด้วย3.1 สภาพห้องเรียนทั่วไป มีขนาดพื้นที่ 4.00*8.00 เมตร คิดเป็นร้อยละ 54.28 รองลงมา คือ ห้องเรียนมีขนาดพื้นที่ 3.00*6.00 เมตร คิดเป็นร้อยละ 45.71 ไม่เพียงพอต่อ การใช้งาน ร้อยละ 80 ครุภัณฑ์ ประกอบด้วย โต๊ะ-เก้าอี้ ที่ออกแบบเฉพาะและโต๊ะเก้าอี้ เหมือนคนปกติคละกันในจำนวนที่เหมาะสมกับจำนวนนักเรียนในห้องเรียน คิดเป็นร้อยละ 68.57 ตู้เก็บอุปกรณ์หรือสื่อการสอน บอร์ด สำหรับติดป้ายนิเทศก์หรือภาพสื่อการสอน กระดานดำสำหรับ เขียนสภาพห้องเรียนปัจจุบันประกอบด้วย พื้นไม้และพื้นปูกระเบื้องยาง ผนังฉาบปูนเรียบ ประตู บานเปิดไม้ทึบ และหน้าต่างบานเปิดไม้มีช่องกระจก3.2 อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ส่วนใหญ่เกิดจากหกล้ม เนื่องจากเดินชนเพื่อนนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 71.43 รองลงมาคือ หกล้ม เนื่องจากความลื่นของพื้นผิว คิดเป็นร้อยละ 57.14ห้องเรียนเฉพาะ เนื่องจากการเรียนการสอนใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ และเพิ่มวิชาการงานเพื่อให้นักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ในการเรียนวิชาการงานพื้นฐาน อาชีพ ประกอบด้วยห้องเรียนเฉพาะดังนี้ 3.2.1 ห้องเรียนคหกรรม (ทำอาหาร) 3.2.2 ห้องเรียนตัดเย็บ 3.2.3 ห้องเรียนศิลปะ 3.2.4 ห้องเรียนดนตรี 3.2.5 ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ 3.2.6 ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 3.2.7 ห้องพลศึกษา3.3 การให้บริการด้านกายภาพบำบัด โดยมุ่งเน้นให้เด็กพิการมีการพัฒนาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะพัฒนาการทางด้านการเคลื่อนไหว ให้ใกล้เคียงกับสภาพปกติให้ได้มากที่สุด ห้องบำบัด น้ำเสีย ซึ่งแบ่งออกเป็นดังนี้ 1. ห้องกายภาพบำบัด 2. ห้องกิจกรรมบำบัด 3. ห้องบำบัดด้วยไฟฟ้า 4. ห้องธาราบำบัด 5. ห้องอรรถบำบัดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในห้องกายภาพบำบัด เกิดจากอุปกรณ์การฟื้นฟูสมรรถภาพ คิดเป็น ร้อยละ 71.43 รองลงมาคือ หกล้ม เนื่องจากเดินชนเพื่อนนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 57.143.4 ห้องกายอุปกรณ์เสริม เป็นห้องที่ใช้ซ่อมแซมกายอุปกรณ์ที่ชำรุดและสามารถ ผลิตกายอุปกรณ์ได้เองหลายชนิด เช่น เบรส รองเท้าพิเศษ ไม้ค้ำยัน เป็นต้น ขนาดพื้นที่ ใช้สอยห้องกายอุปกรณ์ปัจจุบัน มีขนาด 88 ตารางเมตร ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ครุภัณฑ์ ในห้องกายอุปกรณ์ประกอบด้วย 1. โต๊ะทำงาน-เก้าอี้ของนักกายอุปกรณ์ 2. โต๊ะงานไม้ 3. โต๊ะงานโลหะ 4. โต๊ะงานเครื่องหนัง 5. โต๊ะเก็บเอกสาร 6. ชั้นเก็บเครื่องมือวัสดุฝึก 7. ตู้เก็บเครื่องมืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในห้องกายอุปกรณ์ เกิดจากการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์การผลิต คิดเป็นร้อยละ 66.66 อุบัติเหตุจากการเดินชนโต๊ะทำงาน คิดเป็นร้อยละ 66.66 รองลงมาคือ หกล้ม เนื่องจากเดินชนสิ่งของที่พื้น คิดเป็นร้อยละ 503.5 ห้องสังคมสงเคราะห์ หน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์ คือ ให้บริการแก่ผู้ปกครอง ครู นักเรียน ในการให้คำปรึกษาและคำแนะนำในด้านต่างๆ ครุภัณฑ์ ประกอบด้วย โต๊ะทำงาน- เก้าอี้ของนักสังคมสงเคราะห์ ตู้เก็บของและชั้นวางหนังสือ3.6 ห้องพยาบาล ให้การดูแลรักษาพยาบาลและที่พักฟื้นแก่เด็กป่วย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ในห้องพยาบาล ส่วนมากเกิดจากหกล้ม เนื่องจากความลื่นของพื้นผิว3.7 หอพักชายและหญิง การจัดที่พักของนักเรียนชายปัจจุบัน เป็นแบบห้องโถงนอนรวม ขนาดใหญ่ มีความเหมาะสม ขนาดพื้นที่ใช้สอยของหอนอนชายปัจจุบันมีขนาด 80-100 ตารางเมตร ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน การจัดที่พักของนักเรียนหญิงและเด็กเล็กปัจจุบัน เป็นแบบห้องโถงนอนรวมขนาดใหญ่ มีความเหมาะสมลักษณะโดยรวมของอาคารเรียนกลุ่มอาคารต่างๆ1. ปัจจุบันพื้นผิวทางเดินหน้าห้องเรียนชั้นล่าง เป็นหินขัด พื้นผิวทางเดินหน้าห้องเรียน ชั้นบนเป็นหินขัดและพื้นไม้ ระเบียงภายในอาคารปัจจุบัน มีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 66.66 และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนทางเดินหน้าห้องเรียนปัจจุบันเกิดจากหกล้ม เนื่องจากความลื่นของ พื้นผิว คิดเป็นร้อยละ 97.102. ลักษณะทางลาดปัจจุบันไม่มีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 56.52 อุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้ทางลาด คือ หกล้ม เนื่องจากทางลาดชันมากเกินไป คิดเป็นร้อยละ 59.423. ห้องน้ำ ที่อาบน้ำ ห้องส้วมและอ่างล้างมือปัจจุบัน ไม่เพียงพอกับความต้องการ ของครูและนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 68.12 อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในห้องน้ำ-ส้วม เกิดจาก หกล้ม เนื่องจากความลื่นของพื้นผิว คิดเป็นร้อยละ 100 รองลงมาคือหกล้ม เนื่องจากการทิ้งน้ำหนักตัว ลงบนบริเวณส้วมผิดที่คิดเป็นร้อยละ 95.65 และหกล้ม เนื่องจาก เดินชนผนังและประตู ห้องน้ำ-ส้วม คิดเป็นร้อยละ 94.204. ห้องพักครู-อาจารย์5. กลุ่มอาคาร ให้ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารมีหลังคาคลุมทุกๆ ทางเดินเชื่อม คิดเป็นร้อยละ 92.75 การใช้อาคารต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่น้อยมาก คิดเป็นร้อยละ 52.17 การเปลี่ยนแปลงสถานที่ มีอุปสรรคในการเดินทางมากที่สุด คือ ทางเท้ามีระดับไม่เท่ากัน และทางเท้ามีขนาดคับแคบเกินไป คิดเป็นร้อยละ 98.55 รองลงมาคือ ความลื่นของพื้นผิว คิดเป็นร้อยละ 65.65 และระยะทางระหว่างอาคารแต่ละหลังห่างไกลกัน คิดเป็นร้อยละ 94.206. แสงสว่างภายในอาคาร ปัจจุบันใช้แสงธรรมชาติร่วมกับแสงไฟฟ้าจากดวงโคม คิดเป็นร้อยละ 92.75 แสงที่ใช้ในห้องต่างๆ ปัจจุบันไม่มีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 55.07 ผลของการศึกษาวิจัยดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า สภาพการใช้อาคารต่างๆ และปัญหา การใช้อาคารเรียนสำหรับเด็กพิการทางร่างกาย ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่สามารถสนองประโยชน์ ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ และยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกมาก เช่น ทางลาดและบันได ห้อง กายอุปกรณ์เสริม ห้องกายภาพบำบัด อาคารเรียน เป้นต้น ส่วนหนึ่งที่พบเห็นและเป็นปัญหา คือ ห้องเรียนไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน จึงมีการกั้นห้องด้วยผนังชั่วคราว จึงทำให้อาคารเรียน ไม่สามารถสนองประโยชน์ใช้สอยตามจุดมุ่งหมายของสถาปนิก จากผลสรุปการวิจัยดังกล่าว ข้างต้น ซึ่งจากข้อสรุปและข้อเสนอดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบโรงเรียน สอนเด็กพิการทางร่างกาย ประเทศไทย ที่เหมาะสมไว้ในบทที่ 6 ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้แล้ว แนวความคิดในการออกแบบโรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่างกาย หัวใจสำคัญของการศึกษาของเด็กพิการทางร่างกาย คือ 1. ฝึก Independent Living ให้ช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด 2. การศึกษาให้อ่านออกเขียนได้ มีความรู้นำไปประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อในระดับที่ สูงขึ้นได้ ภายในอาคารแต่ละหลังมีบันไดหนีไฟ ทางลาดและทางเชื่อมระหว่างอาคารมีหลังคา บริเวณพื้นที่จำลองสำหรับการฝึกการเคลื่อนไหวเดินด้วยอุปกรณ์การเดินด้วยอุปกรณ์การเดินและ ล้อเลื่อน Outdoor Training Area For Independent Living เป็น Function ภายนอกอาคารบริการฝึกการเคลื่อนไหวเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อช่วยเหลือตัวเอง มีทางต่างระดับ ทางลาดและบันไดเป็นพื้นที่สำหรับสอน Mobility Independent Living โดยจำลองชีวิต จริงไว้ในโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วยบ้านตัวอย่าง มีห้องรับแขก ครัว นั่งเล่น ห้องนอน ซักล้าง น้ำ-ส้วม สำหรับฝึกทำกิจวัตรประจำวัน และอาคารฝึกปฏิบัติ Independent Living สำหรับ ฝึกทำกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและฟื้นฟูทางสังคมสำหรับผู้ใหญ่ที่จะพึ่งจะพิการ มาฝึก ในโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะ ตู้ไปรษณีย์ ตู้ A.T.M. ห้องน้ำสาธารณะ ป้ายรถ ประจำทาง ม้านั่งพักผ่อน เป็นต้นไป กีฬาสำหรับเด็กพิการ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1. เด็กเล็ก สนามเด็กเล่น (Playground) บ่อทรายสำหรับเด็กพิการทำรางเหล็ก หรือไม้สูง 80 ซม. รอบๆ บ่อทราย เพื่อให้เด็กยึดจากเก้าอี้ล้อเลื่อนและเดินลงไปเล่นที่ บ่อทรายได้ 2. เด็กโต กีฬาในร่ม ได้แก่ บาสเก็ตบอล ปิงปอง เป็นต้น 3. เด็กโต กีฬากลางแจ้ง ได้แก่ สนามฟุตบอลมีลู่วิ่งแข่ง 2 ลู่ทั้งลู่ตรงและลู่อ้อม สระว่ายน้ำ เป็นต้น

บรรณานุกรม :
ภัทราวดี ศิริวรรณ . (2542). แนวความคิดในการออกแบบโรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่างกายในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ภัทราวดี ศิริวรรณ . 2542. "แนวความคิดในการออกแบบโรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่างกายในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ภัทราวดี ศิริวรรณ . "แนวความคิดในการออกแบบโรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่างกายในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ภัทราวดี ศิริวรรณ . แนวความคิดในการออกแบบโรงเรียนสอนเด็กพิการทางร่างกายในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.