ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจำแนกชนิดและคุณสมบัติของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ที่แยกจากผิวใบและดินบริเวณราก ถั่วเหลืองที่สามารถควบคุมโรคใบจุดนูนของถั่วเหลือง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจำแนกชนิดและคุณสมบัติของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ที่แยกจากผิวใบและดินบริเวณราก ถั่วเหลืองที่สามารถควบคุมโรคใบจุดนูนของถั่วเหลือง
นักวิจัย : สุพจน์ กาเซ็ม
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=30174
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ที่แยกจากผิวใบถั่วเหลืองที่ไม่เป็นโรคจำนวน 4 จาก 210 ไอโซเลท คือ AVC06, SW01/4, KPS44, และ KPS46 สามารถผลิตสาร secondary metabolites ยับยั้ง การเจริญและลดการเกิดโรคใบจุดนูนถั่วเหลืองเนื่องจาก ~iXanthomonas campestris~i pv. ~iglycines~i ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่าเชื้อไอโซเลท KPS44 สามารถผลิตสารยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุโรคได้ดีที่สุด แต่เมื่อนำไปทดสอบ การควบคุมโรคใบจุดนูนภายใต้สภาพโรงเรือนปรากฏว่าไอโซเลท SW01/4 มีประสิทธิภาพสูงสุด รองลงมาคือ KPS44, KPS46 และ AVC06 ในขณะที่การใช้สารเคมี 2 ชนิดคือ copper hydroxide และ streptomycin ให้ผลในการควบคุมโรคด้อยกว่าเชื้อปฏิปักษ์ การทดลองในสภาพไร่พบว่า เชื้อปฏิปักษ์ทั้ง 4 ไอโซเลทสามารถลดความรุนแรงของโรคใบ จุดนูนได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเปรียบเทียบกับกรรมวิธีควบคุมที่ไม่มีการควบคุมโรค พบว่า ไอโซเลท SW01/4 ยังคงมีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของโรคดีที่สุดคือเกิดโรครุนแรง เฉลี่ยทั้งการพ่นก่อนและหลังปลูกเชื้อ 38.4 เปอร์เซ็นต์ และให้ผลผลิตถั่วเหลืองเฉลี่ย 273.4 กก./ไร่ และการควบคุมโรคใบจุดนูนในทุกกรรมวิธีให้ผลดีเมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีควบคุมที่ไม่มีการ ควบคุมโรคที่เกิดโรครุนแรง 78.4 เปอร์เซ็นต์ และมีผลผลิตต่ำสุดคือ 228.3 กก./ไร่ โดยแต่ละ กรรมวิธีให้ผลดีเรียงตามลำดับต่อจากการใช้ไอโซเลท SW01/4 คือ การพ่น streptomycin copper hydroxide KPS46 AVC06 และ KPS44 เกิดโรครุนแรงเฉลี่ยทั้งก่อนและหลังการปลูกเชื้อโรค เท่ากับ 38.8 37.9 40.2 45.8 และ 41.5 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 268.2 260.8 257.4 253.0 และ 244.3 กก./ไร่ ตามลำดับ เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ทั้ง 4 ไอโซเลทเมื่อเจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อ MY และ NGB สามารถ กระตุ้นการเจริญและการสร้างสาร secondary metabolites ของเชื้อปฏิปักษ์ได้ดีกว่า LB และ Thorntons medium โดยมีการสร้างสารดังกล่าวได้มากที่สุดหลังบ่มเชื้อ 96 ชั่วโมง เมื่อนำเชื้อ ปฏิปักษ์ไปจำแนกชนิดด้วยกล้องจุลทัศน์และวิธีการทางชีวเคมีพบว่าไอโซเลท KPS44 และ KPS46 คือ ~iBacillus fitmus SW01/4 คือ ~iLactobacillus~i sp. ส่วน AVC06 ยังจำแนกไม่ได้ ด้วยวิธีดังกล่าว ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มในการใช้เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ ควบคุมโรคใบจุดนูนของถั่วเหลืองในประเทศไทยอย่างได้ผลและการทดลองนี้จัดเป็นรายงาน แรกของการใช้แบคทีเรียปฏิปักษ์ในการควบคุมโรคใบจุดนูนของถั่วเหลืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรณานุกรม :
สุพจน์ กาเซ็ม . (2544). การจำแนกชนิดและคุณสมบัติของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ที่แยกจากผิวใบและดินบริเวณราก ถั่วเหลืองที่สามารถควบคุมโรคใบจุดนูนของถั่วเหลือง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุพจน์ กาเซ็ม . 2544. "การจำแนกชนิดและคุณสมบัติของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ที่แยกจากผิวใบและดินบริเวณราก ถั่วเหลืองที่สามารถควบคุมโรคใบจุดนูนของถั่วเหลือง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุพจน์ กาเซ็ม . "การจำแนกชนิดและคุณสมบัติของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ที่แยกจากผิวใบและดินบริเวณราก ถั่วเหลืองที่สามารถควบคุมโรคใบจุดนูนของถั่วเหลือง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
สุพจน์ กาเซ็ม . การจำแนกชนิดและคุณสมบัติของเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ที่แยกจากผิวใบและดินบริเวณราก ถั่วเหลืองที่สามารถควบคุมโรคใบจุดนูนของถั่วเหลือง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.