ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงที่มีระดับการสุกแก่ต่างกัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงที่มีระดับการสุกแก่ต่างกัน
นักวิจัย : ปาริชาติ พรมโชติ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=29318
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงด้านสรีรวิทยาและองค์ประกอบทางเคมีของเมล็ดถั่วลิสงพันธุ์ เกษตร 1 และไทนาน 9 ที่ระยะสุกแก่ที่ 5-13 โดยพิจารณาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของฝักและ เมล็ดร่วมกับสีด้านในของฝัก ตามการจัดแบ่งของ Pattee และคณะ (1974) พบว่า เมล็ดถั่วลิสง พันธุ์เกษตร 1 และไทนาน 9 สุกแก่ทางสรีรวิทยาในระยะสุกแก่ที่ 11 ขณะที่เมล็ดมีความชื้น 36.37 และ 35.84 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ขนาดและน้ำหนักแห้งของเมล็ด สัดส่วนของน้ำหนักแห้ง ของเมล็ดต่อน้ำหนักแห้งของเปลือก เปอร์เซ็นต์การกะเทาะ และความแข็งแรงของเมล็ดที่วัดโดย วิธีวัดน้ำหนักแห้งของต้นกล้าเพิ่มขึ้นตามการสุกแก่จนเริ่มสูงสุดเมื่อเมล็ดสุกแก่ทางสรีรวิทยา ขณะที่ความชื้นของฝักและเมล็ดลดลงจนเริ่มคงที่เมื่อเมล็ดสุกแก่ทางสรีรวิทยา เมล็ดถั่วลิสง พันธุ์เกษตร 1 และไทนาน 9 มีความมีชีวิตและความงอกสูงสุดที่ระยะสุกแก่ที่ 8 ในขณะที่เมล็ด ถั่วลิสงพันธุ์เกษตร 1 มีการพักตัวทุกระยะการสุกแก่และสูงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ในระยะสุกแก่ ที่ 9-13 โดยเมล็ดอ่อนมีแนวโน้มว่าจะคลายการพักตัวเร็วกว่าเมล็ดสุกแก่ สำหรับพันธุ์ไทนาน 9 ไม่พบการพักตัวของเมล็ดทุกระยะการสุกแก่ ในด้านองค์ประกอบทางเคมีของเมล็ดนั้น การสะสม ไขมันเพิ่มขึ้นตามการสุกแก่ ขณะที่การสะสมคาร์โบไฮเดรตลดลง สำหรับองค์ประกอบของกรดไขมัน นั้น กรด oleic และ O/L ratio มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่กรด plamitic กรด linoleic กรด arachidic และกรด behenic มีแนวโน้มลดลงเมื่อเมล็ดสุกแก่ ส่วนการสะสมโปรตีนของเมล็ดแต่ละ ระยะสุกแก่ไม่แตกต่างกัน สำหรับการศึกษาด้านการเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงที่สุกแก่ต่างกัน 3 ระดับ โดย พิจารณาสีด้านในของฝักนั้น พบว่า เมล็ดอ่อนมีการเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าเมล็ดสุกแก่ปานกลางและ เมล็ดสุกแก่ และการเสื่อมคุณภาพของเมล็ดเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาในการเก็บรักษาและเวลาที่ใช้ เร่งอายุ เมล็ดที่เสื่อมคุณภาพมีความงอกและความแข็งแรงที่วัดจากดัชนีการงอกและความงอกหลัง การเร่งอายุต่ำ ส่วนค่าการนำไฟฟ้า ค่ากรดไขมันอิสระ และค่าเปอร์ออกไซด์สูง แต่ไม่พบการเปลี่ยน แปลงทั้งปริมาณไขมัน องค์ประกอบของกรดไขมัน และ O/L ratio ระหว่างการเสื่อมคุณภาพ ถึงแม้ ว่าเมล็ดอ่อนมีการเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าเมล็ดสุกแก่ระดับอื่นแต่เมล็ดอ่อนที่บรรจุในถุงพลาสติก ปิดผนึก สามารถเก็บรักษาไว้ได้ 9 เดือนที่อุณหภูมิห้อง โดยยังคงมีความงอกสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ และมีความงอกในไร่สูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จึงสามารถนำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ได้ แต่เมล็ดถั่วลิสง ที่จะนำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ควรมีอายุตั้งแต่ระยะสุกแก่ที่ 8 เป็นต้นไป การศึกษานี้ยังพบว่า การ เร่งอายุที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 8 วัน เป็น ระยะเวลาการเร่งอายุที่เหมาะสมที่สุดในการวัดความแข็งแรงของเมล็ดถั่วลิสง

บรรณานุกรม :
ปาริชาติ พรมโชติ . (2543). การเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงที่มีระดับการสุกแก่ต่างกัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปาริชาติ พรมโชติ . 2543. "การเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงที่มีระดับการสุกแก่ต่างกัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปาริชาติ พรมโชติ . "การเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงที่มีระดับการสุกแก่ต่างกัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
ปาริชาติ พรมโชติ . การเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงที่มีระดับการสุกแก่ต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.