ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นอาหารโค

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นอาหารโค
นักวิจัย : อำพล วริทธิธรรม
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1062546000559
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาการใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นอาหารโค โดยใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นแหล่งโปรตีนแทนที่กากถั่วเหลืองในอาหารข้นที่มีโปรตีนรวม 16 เปอร์เซ็นต์ ที่ระดับ0, 50, 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำการศึกษาการย่อยได้ในกระเพาะรูเมนโดยวิธีCellulase technique และวิธี Nylon bag technique และศึกษาการย่อยได้ในแต่ละส่วนของทางเดินอาหาร โดยวิธีการใช้สารบ่งชี้ (Indicatior method) โดยใช้TiO(,2) เป็นสารบ่งชี้ ในโคนมลูกผสมพันธุ์พื้นเมือง X โฮลสไตน์ฟรีเชียนเพศผู้ตอนที่ได้รับการผ่าตัดใส่ท่อเก็บตัวอย่างจากทางเดินอาหารบริเวณกระเพาะรูเมนลำไส้เล็กส่วนต้น และลำไส้เล็กส่วนปลาย จำนวน 4 ตัว เพื่อศึกษาการย่อยได้ของวัตถุแห้ง อินทรียวัตถุ โปรตีนรวม และโปรตีนแท้ ในกระเพาะรูเมน ลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ และทุกส่วนของทางเดินอาหาร ผลจากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางโภชนะพบว่ากากเมล็ดฝ้ายมีวัตถุแห้ง90.97 เปอร์เซ็นต์ โภชนะอื่นๆ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์วัตถุแห้ง ดังนี้อินทรียวัตถุ 84.05 เปอร์เซ็นต์ โปรตีนรวม 37.06 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 4.15เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยรวม 7.02 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรทที่ย่อยง่าย 27.06 และโปรตีนแท้ 34.72 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณสารกอสซิปอลอิสระในกากเมล็ดฝ้ายเท่ากับ0.5173 เปอร์เซ็นต์วัตถุแห้ง และในอาหารทดลองทั้ง 4 ระดับเท่ากับ 0.01, 0.07,0.12 และ 0.14 เปอร์เซ็นต์วัตถุแห้ง ตามลำดับ ผลการศึกษาการย่อยได้ในกระเพาะรูเมนโดยวิธี Cellulase technique พบว่าการย่อยได้ของวัตถุแห้งและอินทรียวัตถุของกากเมล็ดฝ้ายเท่ากับ 85.92 และ85.04 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนอาหารทดลองทั้ง 4 ระดับ พบว่าอาหารทดลองที่ใช้กากเมล็ดฝ้าย 0 เปอร์เซ็นต์มีการย่อยได้ของวัตถุแห้งและอินทรียวัตถุสูงกว่าที่ระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ผลการศึกษาการย่อยได้ในกระเพาะรูเมนโดยวิธี Nylon bag technique พบว่ากากเมล็ดฝ้ายมีศักยภาพการสลายตัวของวัตถุแห้งในกระเพาะรูเมนเท่ากับ 88.65เปอร์เซ็นต์ อาหารทดลองทั้ง 4 ระดับมีศักยภาพการสลายตัวของวัตถุแห้งโปรตีนรวม และโปรตีนแท้ในกระเพาะรูเมนไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) อาหารทดลองที่ใช้กากเมล็ดฝ้ายที่ระดับ 0, 50 และ 75 เปอร์เซ็นต์ มีศักยภาพการสลายตัวของอินทรียวัตถุในกระเพาะรูเมนสูงกว่าอาหารทดลองที่ใช้กากเมล็ดฝ้าย 100เปอร์เซ็นต์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ผลการศึกษาการย่อยได้ในแต่ละส่วนของทางเดินอาหาร พบว่าปริมาณโภชนะ(วัตถุแห้ง อินทรียวัตถุ โปรตีนรวม และโปรตีนแท้) ที่กิน เข้าสู่ลำไส้เล็กเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ และขับออกทางมูลของโคที่ได้รับอาหารทดลองทั้ง 4 ระดับไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ปริมาณโปรตีนรวมที่เพิ่มขึ้นในกระเพาะรูเมนไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) การย่อยได้ของวัตถุแห้งและอินทรียวัตถุในกระเพาะรูเมน ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และทุกส่วนของทางเดินอาหาร ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ปริมาณโปรตีนรวมและโปรตีนแท้ที่ย่อยได้ในลำไส้เล็ก และการย่อยได้ของโปรตีนรวม และโปรตีนแท้ที่ลำไส้เล็กจากปริมาณที่เข้าไปในลำไส้เล็กไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) จากการศึกษาสภาพภายในกระเพาะรูเมน พบว่าความเป็นกรด-ด่างในกระเพาะรูเมนและแอมโมเนีย ไนโตรเจนในกระเพาะรูเมนหลังจากโคได้รับอาหารทดลองทั้ง 4 ระดับ ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ผลจากการทดลอง สรุปได้ว่าอาหารทดลองที่ใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นแหล่งโปรตีนแทนที่กากถั่วเหลือง 100 เปอร์เซ็นต์ มีการสลายตัวของโภชนะในกระเพาะรูเมนต่ำกว่าอาหารระดับอื่นๆ ดังนั้น จึงทำให้มีปริมาณโภชนะไหลผ่านไปยังลำไส้เล็กมากกว่าอาหารระดับอื่นๆ ด้วย และสามารถใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นแหล่งโปรตีนแทนที่กากถั่วเหลืองในอาหารข้นที่มีโปรตีนรวม 16 เปอร์เซ็นต์ ได้สูงสุดถึง 100เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ทำให้โคเกิดอาการเป็นพิษจากสารกอสซิปอลอิสระในกากเมล็ดฝ้าย และโคจะได้รับวัตถุแห้ง อินทรียวัตถุ โปรตีนรวม และโปรตีนแท้ไม่แตกต่างกัน และมีการย่อยได้ไม่แตกต่างกัน

บรรณานุกรม :
อำพล วริทธิธรรม . (2546). การใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นอาหารโค.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อำพล วริทธิธรรม . 2546. "การใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นอาหารโค".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อำพล วริทธิธรรม . "การใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นอาหารโค."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
อำพล วริทธิธรรม . การใช้กากเมล็ดฝ้ายเป็นอาหารโค. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.