ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้เทคนิคการสร้างแผนผังมโนทัศน์ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมบ้านนายาว

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้เทคนิคการสร้างแผนผังมโนทัศน์ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมบ้านนายาว
นักวิจัย : อุษาศิริ สิริสุขะ
คำค้น : CONCEPT MAPPPING , NEEDS ASSESSMENT , SCHOOL IMPROVEMENT PLAN
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000623
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ นำเทคนิคการสร้างแผนผังมโนทัศน์มาประยุกต์ใช้ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนเป็นการศึกษารายกรณีที่โรงเรียนมัธยมบ้านนายาว ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนจำนวน 73 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน ผู้นำชุมชน กลุ่มครู กลุ่มนักเรียนและกลุ่มชาวบ้านนายาว ดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการสร้างแผนผังมโนทัศน์ คือผู้เกี่ยวข้องระดมสมอง ได้ข้อความเกี่ยวกับความต้องการจำเป็นของโรงเรียน 3 ด้านรวม 175 ข้อความ คือ ด้านผู้เรียน 50 ข้อความ ด้านกระบวนการ 58 ข้อความ ด้านปัจจัย67 ข้อความ จากนั้นให้กลุ่มครูและกลุ่มนักเรียนจัดกลุ่มข้อความ (sort) และประมาณค่าความสำคัญของข้อความ (rate) ผลที่ได้ถูกนำไปวิเคราะห์ด้วยสถิติ MDS และ CAโดยใช้โปรแกรม Concept System ทำให้ได้แผนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับความต้องการจำเป็นของโรงเรียน เป็น 2 แนวคิด คือ ตามความคิดเห็นของกลุ่มครู และตามความคิดเห็นของกลุ่มนักเรียน จากนั้นผู้วิจัยสรุปแบบคิดของทั้ง 2 กลุ่มให้เป็นความต้องการจำเป็นของโรงเรียน รวมทั้งมีการประมาณค่าความเที่ยงของการจัดกลุ่มข้อความของกลุ่มครูและกลุ่มนักเรียนโดยใช้วิธีการประมาณค่าความเที่ยงของเมทริกซ์ผลรวมแบบแบ่งครึ่งและค่า Stress จากการคำนวณแผนผังรวมทั้งมีการตรวจสอบความตรงของความต้องการจำเป็นที่ได้ โดยสอบถามความคิดเห็นจากตัวแทนของกลุ่มครูและตัวแทนของกลุ่มนักเรียน จำนวนกลุ่มละ 3 คน ผลการวิจัย พบว่า ด้านผู้เรียน เรื่องสำคัญระดับมากจนถึงมากที่สุด คือ ทุนทรัพย์ในการศึกษาต่อการรับประทานอาหารพื้นบ้าน ความสามารถทางการเรียน การเอาใจใส่จากผู้ปกครองคุณธรรมและจริยธรรม ด้านกระบวนการ เรื่องที่สำคัญระดับมากจนถึงมากที่สุด คือการบริหารหลักสูตร กศน. การใช้สื่อประกอบการสอน ด้านปัจจัย เรื่องที่สำคัญระดับมากจนถึงมากที่สุด คือ สภาพแวดล้อมและบุคคลในชุมชน อาคารสถานที่ ความเชื่อมั่นในการสอนของครู ตชด. ความเข้าใจในภาระหน้าที่ของกรรมการโรงเรียน ผู้บริหารและหลักสูตร กศน. ความเที่ยงของการจัดกลุ่มข้อความ ทั้ง 2 กลุ่ม มีค่าความเที่ยงตั้งแต่ระดับปานกลางจนถึงสูง โดยกลุ่มครูมีค่าความเที่ยงสูงกว่ากลุ่มนักเรียน 2 ด้าน คือ ด้านกระบวนการ และด้านปัจจัย ซึ่งกลุ่มครูมีค่าความเที่ยง 0.66221 และ 0.94902 ตามลำดับกลุ่มนักเรียนมีค่าความเที่ยง 0.53587 และ 0.90291 ตามลำดับ กลุ่มนักเรียนมีค่าความเที่ยงสูงกว่ากลุ่มครู ด้านผู้เรียน ซึ่งกลุ่มนักเรียนมีค่าความเที่ยง 0.87260กลุ่มครูมีค่าความเที่ยง 0.77451 และค่า Stress ทั้ง 2 กลุ่มไม่เกิน 0.35 แสดงว่าแผนผังสามารถตีความได้อย่างสมเหตุสมผล ความตรงของความต้องการจำเป็นที่ได้ ตามความคิดเห็นของครูอยู่ในระดับพอใช้คือ คิดเป็นร้อยละ 54 ของข้อความทั้งหมด ความตรงตามความคิดเห็นของนักเรียนอยู่ในระดับดี คือ คิดเป็นร้อยละ 73 ของข้อความทั้งหมด

บรรณานุกรม :
อุษาศิริ สิริสุขะ . (2545). การใช้เทคนิคการสร้างแผนผังมโนทัศน์ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมบ้านนายาว.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุษาศิริ สิริสุขะ . 2545. "การใช้เทคนิคการสร้างแผนผังมโนทัศน์ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมบ้านนายาว".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุษาศิริ สิริสุขะ . "การใช้เทคนิคการสร้างแผนผังมโนทัศน์ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมบ้านนายาว."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
อุษาศิริ สิริสุขะ . การใช้เทคนิคการสร้างแผนผังมโนทัศน์ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมบ้านนายาว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.