ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบแดง ~iHibiscus sabdariffa~i L. เพื่อใช้เป็นสีผสมอาหาร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบแดง ~iHibiscus sabdariffa~i L. เพื่อใช้เป็นสีผสมอาหาร
นักวิจัย : บุศรารัตน์ สายเชื้อ
คำค้น : ANTHOCYANINS , ~iHibiscus sabddariffa~i L.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000039
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสกัดแอนโทไซยานินจากกลีบกระเจี๊ยบแดง~iHibiscus sabdariffa~i L. การทำแห้งสารละลายสกัดแอนโทไซยานินแบบเยือกแข็งและการทำเข้มข้นสารละลายสกัดแอนโทไซยานิน รวมทั้งศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสีแอนโทไซยานินทำแห้งแบบเยือกแข็ง และสีแอนโทไซยานินเข้มข้น และทำ model system น้ำหวานโดยใช้สีจากกลีบดอกกระเจี๊ยบแดง เทียบกับสี SAN RED RC(+,โ) และสีคาร์โมอีซิน ในขั้นตอนแรกได้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดแอนโทไซยานินจากกลีบกระเจี๊ยบแดง พบว่าชนิดของตัวทำละลาย และ pH ที่เหมาะสมคือ น้ำ : เอทานอล (1:1) ปรับ pH เป็น 2.5 ด้วยกรดไฮโดรคลอริค อัตราส่วนระหว่างปริมาณกลีบกระเจี๊ยบแดงต่อตัวทำละลายเป็น 1:4 ขั้นตอนต่อมาศึกษาการทำแห้งแบบเยือกแข็งสารละลายสกัดแอนโทไซยานิน จากการศึกษาพบว่าสีแอนโทไซยานินทำแห้งแบบเยือกแข็งที่ใส่ trehalose และ maltodextrin ที่ระดับความเข้มข้น 2 และ 3%(w/w) เป็น stabilizer มีค่าร้อยละปริมาณแอนโทไซยานินคงเหลือหลังการทำแห้ง และค่า Degradation Index (DI) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p> 0.05) เมื่อเทียบกับตัวอย่างควบคุม เมื่อเก็บรักษาสีแอนโทไซยานินทำแห้งแบบเยือกแข็งเป็นเวลา 15 สัปดาห์ พบว่าในทุกตัวอย่างมีค่าร้อยละปริมาณแอนโทไซยานินคงเหลือลดลงและเมื่อพิจารณาค่าครึ่งชีวิตของแอนโทไซยานิน พบว่าสีแอนโทไซยานินทำแห้งแบบเยือกแข็งที่ใส่ maltodextrin ความเข้มข้น 3% (w/v) มีค่าครึ่งชีวิตมากที่สุด คือ 578 วันขั้นที่สามศึกษาการทำเข้มข้นสารละลายสกัดแอนโทไซยานินโดยทำเข้มข้นแบบสุญญากาศ พบว่าสภาวะที่เหมาะสมคือ ทำเข้มข้นที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นศึกษาผลของน้ำตาล glucose sucrose และ trehalose และ maltodextrin ความเข้มข้น2 และ 3%(w/v) เพื่อเป็น stabilizer ของสีแอนโทไซยานินที่ผ่านการทำเข้มข้น พบว่าสีแอนโทไซยานินเข้มข้นมีค่าร้อยละปริมาณแอนโทไซยานินคงเหลือหลังทำเข้มข้น และค่าDI ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p> 0.05) เมื่อเทียบกับตัวอย่างควบคุมและเมื่อเก็บรักษาสีแอนโทไซยานินเข้มข้นเป็นเวลา 15 สัปดาห์ พบว่าสีแอนโทไซยานินทำเข้มข้นที่ใส่ maltodextrin ความเข้มข้น 3%(w/v) มีค่าครึ่งชีวิตมากที่สุดคือ 86 วันเมื่อศึกษาการนำไปใช้โดยทำ model system น้ำหวาน โดยผสมสี 3 ชนิด คือ สีแอนโทไซยานินที่สกัดจากกลีบดอกกระเจี๊ยบแดง สี SAN RED RC(+,โ) และสีสังเคราะห์คือสีคาร์โมอีซินเมื่อเก็บรักษาเป็นเวลา 84 วันพบว่าค่า L* ค่า (+,D)E* และค่า hue angle ในน้ำหวานใส่สีแอนโทไซยานินทั้ง 2 ชนิดมีค่าเพิ่มขึ้น แต่ค่า a* และค่า chroma มีค่าลดลงในขณะที่น้ำหวานที่ใส่สีคาร์โมอีซินไม่มีการเปลี่ยนแปลงของค่าดังกล่าวข้างต้น ผลการทดสอบด้านประสาทสัมผัสด้านความชอบรวมพบว่าน้ำหวานที่ใส่สีแอนโทไซยานินจากกลีบดอกกระเจี๊ยบแดงผู้ทดสอบไม่ยอมรับหลังจากผ่านไป 56 วัน ในขณะที่น้ำหวานที่ใส่สี SAN RED RC(+,โ)และสีคาร์โมอีซินได้รับการยอมรับตลอดระยะเวลา 84 วัน

บรรณานุกรม :
บุศรารัตน์ สายเชื้อ . (2545). แอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบแดง ~iHibiscus sabdariffa~i L. เพื่อใช้เป็นสีผสมอาหาร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บุศรารัตน์ สายเชื้อ . 2545. "แอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบแดง ~iHibiscus sabdariffa~i L. เพื่อใช้เป็นสีผสมอาหาร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บุศรารัตน์ สายเชื้อ . "แอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบแดง ~iHibiscus sabdariffa~i L. เพื่อใช้เป็นสีผสมอาหาร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
บุศรารัตน์ สายเชื้อ . แอนโทไซยานินจากกระเจี๊ยบแดง ~iHibiscus sabdariffa~i L. เพื่อใช้เป็นสีผสมอาหาร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.