ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของสภาพการเย็นตัวที่มีต่อปริมาณลูไซด์ของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของสภาพการเย็นตัวที่มีต่อปริมาณลูไซด์ของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์
นักวิจัย : บุญชัย บุญสิตานารา
คำค้น : FELDSPATHIC PORCELAIN , PORCELAIN-FUSED-TO-METAL SYSTEMS , X- RAYDIFFRACTION ANALYSIS , DILATOMETRIC ANALYSIS , SPECTROPHOTOMETER , LEUCITECRYSTALS , FLUORAPATITE CRYSTALS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000786
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบจากการเย็นตัวลงของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์ (FP) ภายหลังการเผาในสภาวะต่างกัน 2 แบบคือ การเย็นตัวอย่างรวดเร็ว (F) และการเย็นตัวอย่างช้า (S) โดยศึกษาตอนที่ I) ผลกระทบต่อปริมาณผลึกลูไซต์ตอนที่ II) ค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเหตุความร้อนของพอร์ซเลน ตอนที่ III) ค่ากำลังดัดขวาง ตอนที่ IV) ลักษณะการเกิดผลึกกลูไซต์ และตอนที่ V) ความทึบแสง โดยใช้พอร์ซเลนเฟลด์สปาร์ทั้งหมด 4 ชนิดคือ 1) ชนิดโอพอลเลสเซนต์ (Vintage Halo,Shofu Inc.)

2) ชนิดดั้งเดิม (Vita Omega 900, Vita Zahnfabrik)

3) ชนิดลูไซต์สังเคราะห์ (Noritake Super porcelain EX-3, Noritake Kizai) และ 4) ชนิดเจือฟลูออโรอะปาไธต์ (IPS d.SIGN, Ivoclar) รวมเป็น 8 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มแบ่งการทดลองออกเป็น 5 ตอนดังนี้ ตอนที่ I) เตรียมลูไซต์มาตรฐานและตัวอย่างทดสอบของ FP 80 ตัวอย่างโดยทดสอบด้วยเครื่องวัดการกระเจิงของรังสีเอกซเรย์ และหาค่าร้อยละโดยน้ำหนักของปริมาณลูไซต์ (LEU, wt%)

ตอนที่ II) เตรียมแท่ง FP ขนาด 2 X 1.5 X 5 มม. จำนวน8 กลุ่ม นำมาทดสอบด้วยเครื่องวัดการขยายตัว เพื่อวัดค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเหตุความร้อน ((+,ฅ),X10(-6)/(+,ฐ)ซ)

ตอนที่ III) เตรียมแท่งตัวอย่าง FP เคลือบทับบนโลหะผสมไร้สกุล ขนาด 2 X 1.5 X 2.5 มม. จำนวน 80 ตัวอย่าง เพื่อหาค่ากำลังดัดขวาง(MOR, MPa) ด้วยเครื่องทดสอบสากลโดยให้ FP อยู่ด้านแรงดึงสูงสุด

ตอนที่ IV) นำแผ่นกลม FP ของทั้ง 8 กลุ่ม มากัดด้วยกรดไฮโดรฟลูออริก (HF) ร้อยละ 0.1 เป็นเวลา 20 นาทีและชุบด้วยทองพลาเดียม เพื่อศึกษาลักษณะการเกิดของผลึก โดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด

ตอนที่ V) เตรียมแผ่นกลม FP ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 มม. หนา 1.5 มม.จำนวน 80 ตัวอย่าง เพื่อวัดค่าความทึบแสง (Y%) ด้วยเครื่องเทียบสี นำข้อมูลของตอนที่I III และ V วิเคราะห์โดยใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนแบะการทดสอบแบบทูกีย์ผลการศึกษาเป็นดังนี้ ค่าเฉลี่ย ((X)(+,ฑ)SD) ของ (LEU, (+,ต), MOR, Y%) กลุ่ม 1F)15.83(+,ฑ)1.20, 13.0, 120.31(+,ฑ)26.73, 86.37(+,ฑ)1.65 กลุ่ม 1S) 18.75(+,ฑ)2.08,15.1, 97.26(+,ฑ)26.79, 84.95(+,ฑ)2.12 กลุ่ม 2F) 20.09(+,ฑ)1.15, 13.3, 113.47(+,ฑ)23.98, 91.21(+,ฑ)0.72, กลุ่ม 2S) 19.70(+,ฑ)1.20, 17.3, 93.58(+,ฑ)15.06,90.70(+,ฑ)1.04 กลุ่ม 3F) 20.20(+,ฑ)2.04, 12.4, 117.09(+,ฑ)28.88, 72.82(+,ฑ)1.13กลุ่ม 3S) 21.13(+,ฑ)1.46, 15.4, 127.34(+<ฑ)39.18, 71.83(+,ฑ)1.19 กลุ่ม 4F)8.28(+,ฑ)1.33, 12.0, 110.94(+,ฑ)28.99, 87.35(+,ฑ)1.35 กลุ่ม 4S) 8.37(+,ฑ)2.47,15.1, 122.40(+,ฑ)20.50, 87.39(+,ฑ)1.02 ส่วนภาพถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดพบว่า กลุ่ม S ปริมาณของผลึกลูไซต์ ค่ากำลังดัดขวาง และค่าความทึบแสง/ค่าความโปร่งแสง ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p>0.05) แต่ค่า (+,ฅ) ของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์ภายใต้การเย็นตัวอย่างช้ามีค่าสูงกว่าในทุกกลุ่ม และในภาวะการเย็นตัวลงอย่างเดียวกันพบว่าพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์ซเลนเฟลด์สปาร์ชนิดลูไซต์สังเคราะห์มีค่าความโปร่งแสงมากที่สุดและพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์ชนิดเจือฟลูออโรอะปาไธต์มีค่าเฉลี่ยร้อยละโดยน้ำหนักของผลึกลูไซต์น้อยที่สุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p(+,ฃ)0.05) และเป็นพอร์ซเลนเพียงชนิดเดียวที่เกิดผลึกฟลูออโรอะปาไธต์ ซึ่งเป็นผลึกที่แสดงคุณสมบัติเด่นของพอร์ซเลนกลุ่มนี้ ดังนั้นการเลือกภาวะการเย็นตัวของ พอร์ซเลนเฟลด์สปาร์ควรคำนึงถึงผลต่อ (+,ต)ของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเลือกชนิดของโลหะ

บรรณานุกรม :
บุญชัย บุญสิตานารา . (2544). ผลของสภาพการเย็นตัวที่มีต่อปริมาณลูไซด์ของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บุญชัย บุญสิตานารา . 2544. "ผลของสภาพการเย็นตัวที่มีต่อปริมาณลูไซด์ของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บุญชัย บุญสิตานารา . "ผลของสภาพการเย็นตัวที่มีต่อปริมาณลูไซด์ของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
บุญชัย บุญสิตานารา . ผลของสภาพการเย็นตัวที่มีต่อปริมาณลูไซด์ของพอร์ซเลนเฟลด์สปาร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.